เช้าวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ผมไปร่วมประชุมคณะกรรมการสถาบันคลังสมองของชาติ ที่จัดประชุมคณะกรรมการสถาบันสั้นๆ ตามด้วยการเสวนาเรื่อง “วิกฤตประเทศ กับบทบาทมหาวิทยาลัย” ที่มีการเปิดให้คนนอกฟังได้ทางออนไลน์ เป็นเวลา ๒ ชั่วโมง
ผมไปถึงก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง ได้คุยกับ รศ. ดร. บวร ปภัสราทร ผอ. สถาบันคลังสมองฯ และ รศ. ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ ได้รับความรู้เรื่องต่างๆ มากมาย
เรื่องหนึ่งคือ ข่าวเกี่ยวกับการกล่าวหาว่า ปธน. ทรัมป์ แสวงประโยชน์ทางการเงินและธุรกิจ จากตำแหน่งการเมืองของตน ผมจึงถามสหายเอไอทั้ง ๕ ของผมว่า “Adam Schiff ผู้นำฝ่ายค้านสหรัฐ วิจารณ์ ปธน. Trump ด้านการแสวงประโยชน์ส่วนตัว ว่าอย่างไรบ้าง” ได้รับคำตอบไปในทางเดียวกัน โดยขอคัดลอกคำตอบของ Chat GPT มาลงไว้ดังนี้
Chat GPT :
อดัม ชิฟฟ์ วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์อย่างต่อเนื่องในเรื่อง การแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวจากตำแหน่งราชการ ดังนี้:
⚖️ 1. เรียกร้องสอบสวนการค้า ‘insider trading’ จากการยกเลิกภาษี
ชิฟฟ์ตั้งข้อสงสัยว่า ทรัมป์อาจใช้ข้อมูลในตำแหน่งเพื่อค้าหากำไร หลังจากประกาศระงับภาษีนำเข้าแบบกระทันหัน ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 9% และเขาจ่ายโฆษณาชวนเชื่อผ่าน Truth Social ว่า “เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะซื้อ” เขาจึงเรียกร้องให้มีการสอบสวนว่าทรัมป์หรือกลุ่มใกล้ชิดได้ใช้ข้อมูล “ที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ” เพื่อหากำไรหรือไม่ (YouTube)
💰 2. ทำมาร์คเมมโคอิน สร้างรายได้ผ่านทรัพย์สินดิจิทัล
ชิฟฟ์ระบุชัดว่า ทรัมป์ได้ใช้ตำแหน่งเพื่อประชาสัมพันธ์และทำกำไรจากเมมโคอิน “ของตนเอง” พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการควบคุมและกำกับดูแล cryptocurrency ของผู้ดำรงตำแหน่ง (ผ่านกฎหมาย “COIN Act”) ชี้ว่าการที่ผู้สนับสนุนเข้าถึงอาหารค่ำส่วนตัวหรือเข้าพบทรัมป์แลกกับเงินที่ลงทุนในโครงการเหล่านี้เป็น "ความอื้อฉาวทางจริยธรรม"
📡 3. ใช้อำนาจทางนอกเพื่อสร้างความมั่งคั่งส่วนตัว
บนพื้นฐานของการอภิปรายในวุฒิสภา ชิฟฟ์กล่าวว่าตลอด "114 วันแรกของการบริหาร ทรัมป์ทำ “ดีล” ที่มีแต่ตัวเขาได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล … แต่ชาวอเมริกันกลับพัง” และชี้ว่าการเดินทางดื่มน้ำชาและวันหยุดกอล์ฟของเขาเป็น “เพราะเม็ดเงินไม่ใช่ประชาชน”
🕵️♂️ 4. เรียกร้องจัดตั้งผู้ตรวจสอบอิสระ (Inspector General) แก่รัฐสภา
เพื่อป้องกันการแอบอ้างใช้ตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ชิฟฟ์เสนอกฎหมายให้มี IG ตรวจสอบสำนักงานประธานาธิบดีเฉพาะกิจ ทั้งเพื่อหยุดการทุจริตและเปิดเผยกรณีการเลี่ยงกฎหมายด้านความโปร่งใสในการรายงานทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าหน้าที่รัฐ
✍️ สรุป
ชิฟฟ์วิจารณ์ทรัมป์ว่ามัก แปรเปลี่ยนนโยบายสาธารณะให้เป็นเครื่องมือทางการเงิน เพื่อเพิ่มทรัพย์สินส่วนตัวหรือครอบครัว โดยเฉพาะจาก:
- การค้า “insider trading” (เช่น pause ภาษี),
- การกอบโกยจากเมมโคอินของตนเอง,
- การใช้ตำแหน่งเพื่อเปิดทางรับเงินเข้ากระเป๋า,
- และมีความพยายามเสริมกลไกตรวจสอบ (IG) เพื่อสกัดการทุจริตในอนาคต.
วิจารณ์ :
Noam Chomsky วิจารณ์ พฤติกรรมของ ปธน. ทรัมป์ สมัยที่สองว่าอย่างไรบ้าง
Chat GPT :
Noam Chomsky กล่าววิจารณ์พฤติกรรมของ โดนัลด์ ทรัมป์ในสมัยที่สอง อย่างรุนแรง โดยเน้นหลายประเด็นสำคัญดังนี้:
1. อันตรายของความไม่สามารถคาดเดาได้
- ชอมสกี้ระบุว่าลักษณะที่ "ไม่สามารถคาดเดาได้" ของทรัมป์ กลายเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยและความมั่นคง “เป็นสิ่งที่อันตรายมาก” (มติชนออนไลน์)
2. การบ่อนทำลายสถาบันและความเป็นผู้นำแบบเผด็จการ
- เขาเตือนว่า ทรัมป์พยายาม “ล้างความหมายของคำว่า peace, compassion, empathy” เพื่อใช้ควบคุมและควบคุม "อำนาจทางภาษาศาสตร์" โดยบริการให้กับแนวทางแบบเผด็จการ (Pearls and Irritations)
3. นโยบายที่เอื้อต่อทุนและละเลยสิ่งแวดล้อม
- ชอมสกี้วิจารณ์การลดกฎระเบียบที่เอื้อให้ทุนใหญ่ได้ประโยชน์ ทั้งในแง่เศรษฐกิจและความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม เขาเตือนถึง "วิกฤตสภาพภูมิอากาศ" ที่เร่งตัวขึ้นด้วยนโยบายของทรัมป์
4. โครงการต่างประเทศแบบ "America First" ที่นำไปสู่การถอนตัวจากพันธมิตร
- ชอมสกี้วิจารณ์เรื่องทรัมป์ถอนตัวจาก WHO การเรียกร้องให้พันธมิตรจ่ายเงิน หรือการละทิ้งข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งสะท้อนแนวคิด “America First” ที่ส่งผลให้สหรัฐฯ อยู่ตัวคนเดียวในเวทีโลก
5. การปลุกระดมความแตกแยกทางสังคม
- ชอมสกี้ชี้ว่าทรัมป์ใช้ภาษาที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างเข้มข้น โดยยกย่องตนเองเป็น "ผู้นำที่รวม (peacemaker & unifier)" แม้สภาพชะตากรรมจริงจะตรงกันข้าม—มีการแตกแยก ปัญหาสังคม และอำนาจนิยมที่ขยายตัวอย่างชัดเจน (Pearls and Irritations)
✍️ ภาพรวมสั้น ๆ
| ประเด็น | วิจารณ์ของชอมสกี้ |
|---|---|
| การคาดเดาไม่ได้ของผู้นำ | สร้างความไม่แน่นอนและอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย |
| ภาษานโยบายแบบ Authoritarian | ล้างมูลค่าของคำสำคัญและใช้ควบคุมผู้คน |
| นโยบายสำหรับทุนใหญ่ | ลดกฎระเบียบ, เอื้อผลประโยชน์แก่ทุน, ทำลายสิ่งแวดล้อม |
| แนวคิด “America First” | ถอนตัวจากองค์กรโลก และสร้างความโดดเดี่ยวระหว่างประเทศ |
| ความแตกแยกในสังคม | ใช้ถ้อยคำสร้างความแตกแยก ให้อำนาจนิยมเติบโต |
ชอมสกี้มองว่าพฤติกรรมในสมัยที่สองของทรัมป์ไม่ได้ต่างจากสมัยแรกในด้านการกัดกร่อนระบอบประชาธิปไตย การทำลายสิ่งแวดล้อม และการใช้ภาษาเพื่อปลุกระดมอำนาจนิยม
หากต้องการอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลหรือคำสัมภาษณ์ฉบับเต็ม (เช่น UpFront หรือ Truthout) บอกได้เลยครับ 😊
วิจารณ์ :
มีคำวิจารณ์พฤติกรรมน่าสงสัยด้านการประกาศนโยบายที่ทำให้หุ้นขึ้นลง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัว ที่เป็นคำวิจารณ์ที่มีหลักฐานน่าเชื่อถืออย่างไรบ้าง
Chat GPT :
มี หลักฐานเชิงวิชาการและรายงานจากสื่อชั้นนำ ที่ชี้ว่าพฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการประกาศนโยบายทำให้หุ้นผันผวนเพื่อประโยชน์ส่วนตัว มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ดังนี้:
1. ข้อความ "This is a great time to buy!!! DJT" ก่อนประกาศหยุดเก็บภาษีนำเข้า
- เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2025 ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ก่อนประกาศ “pause tariffs” เพียงไม่กี่ชั่วโมง และทันทีหลังประกาศ ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 9.5% และหุ้นบริษัท Trump Media & Technology Group (Ticker: DJT) พุ่งขึ้นกว่า 20% ซึ่งอาจสร้างผลกำไรให้กับเขาโดยตรง (TIME)
2. การเคลื่อนไหวของผู้ช่วยระดับสูงในทำเนียบขาวแบบมีเวลาเหมาะสม
- รายงานของ Business Insider ระบุว่า Dan Scavino และ Sergio Gor ขายหุ้น Trump Media ก่อนประกาศภาษีนำเข้าไปในวันที่ 1-2 เมษายน รวมกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์ — ก่อนการตกของหุ้นช่วงข่าวโต้กลับโดยทันที (Business Insider)
3. พฤติกรรมในตลาดตัวเลือก (options) ที่ต้องสงสัย
- รายงานของ Uprise RI ระบุการซื้อ "call options" จำนวนมากล่วงหน้าก่อนคำประกาศหยุดเก็บภาษีนำเข้า ซึ่งก่อกำไรหลายสิบล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่นาที (Uprise RI)
4. ความสนใจจากรัฐมนตรีและองค์กรอัยการของรัฐ
- มีการร้องเรียนถึง SEC และอัยการนิวยอร์ก (Letitia James) ถึงความเป็นไปได้ของการใช้ข้อมูลลับเพื่อสร้างกำไรจากการแปรผันของนโยบาย (New York Post)
5. นักวิชาการกฎหมายชี้ถึง “ช่องว่างทางกฎหมาย”
- เลขาธิการด้านกฎหมายระบุว่ากฎหมาย STOCK Act ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลใช้ข้อมูลลับเพื่อซื้อหรือขายหุ้น — แต่ยังมี "gray area" (พื้นที่ชัดเจน) ที่ทำให้การลงโทษผู้นำระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี เป็นเรื่องซับซ้อน
🎯 สรุป:
พฤติกรรมที่ทำให้ราคาหุ้นร่วงและกลับพุ่งตามนโยบายของทรัมป์ ถูกตั้งคำถามในแง่:
- การเปิดเผยล่วงหน้า (ข้อความบนโซเชียลมีเดีย + นโยบายกระโดด)
- การขายหุ้นโดยผู้ใกล้ชิด ก่อนกระทบตลาด
- สัญญาณในตลาด options เช่น call options เดิมพันล่วงหน้ากำไร
- การสอบสวนจากหน่วยงานอิสระ
ทั้งหมดแปลว่า มี "หลักฐานเชิงพฤติกรรมและตลาด" ที่สนับสนุนข้อวิตกเรื่องการใช้ตำแหน่งเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ที่ได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจังจากทั้งสื่อและหน่วยงานกฎหมาย 🔍
หากคุณสนใจเอกสารฉบับเต็มของจดหมายร้องสอบจากวุฒิสมาชิก หรือการวิเคราะห์เชิงเทคนิคในตลาด options แจ้งได้เลยครับ 😊
ผมตั้งคำถามต่อ ว่ามีพฤติกรรมแสวงประโยชน์เข้าตัว หรือของครอบคัว ของพวกพ้อง ที่คล้ายคลึงกัน ในกรณีของนักการเมืองไทยบ้างหรือไม่ ขอให้ยกตัวอย่าง ได้รับคำตอบว่ามี และยกตัวอย่าง ที่เมื่ออ่านและเห็นชัดว่าสังคมอเมริกันเปิดเผยต่อสาธารณะมากกว่าการเมืองไทยมาก ที่ผมแปลกใจคือ คนอเมริกันยอมรับพฤติกรรมของประธานานธิบดีที่มีสีเทาเข้มเช่นนี้ได้อย่างไร
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.ค. ๖๘