ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ประเด็นเรื่องอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า “dyspareunia” เริ่มเป็นที่พูดถึงและได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งในระดับสากลและในบ้านเราเอง ผลวิจัยทั้งในและต่างประเทศต่างชี้ชัดว่าหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหานี้คือภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกร็งมากผิดปกติ เมื่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมากขึ้น หนทางในการรักษาเยียวยาก็เปิดกว้างขึ้นสำหรับผู้หญิงไทยหลายคนที่ต้องทนทุกข์อยู่เงียบ ๆ ด้วยความอายหรือความไม่รู้ ปัจจุบันคณะแพทย์และนักกายภาพบำบัดกำลังให้ความรู้ถึงทั้งแนวทางใหม่และวิธีบำบัดดั้งเดิมที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในมิติสุขภาพทางเพศของสังคมไทยยุคใหม่
อุ้งเชิงกราน: ศูนย์กลางของปัญหา
กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคือกลุ่มกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่รองรับอวัยวะสำคัญในช่องเชิงกราน ไม่ว่าจะเป็นมดลูก กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้เกิดการหดเกร็งผิดปกติ (หรือที่เรียกว่าภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกร็ง หรือ hypertonic pelvic floor) อาจนำไปสู่อาการผิดปกติหลายอย่าง ตั้งแต่การขับถ่ายมีปัญหา ไปจนถึงอาการปวดร้าวขณะมีเพศสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่อาการไม่สบายตัวเพียงชั่วคราว แต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสุขและคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน ยิ่งหากเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหรือภาวะที่กล้ามเนื้อเกร็งตัวบ่อยครั้ง ก็ยิ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อชีวิตคู่และความสัมพันธ์ (mindbodygreen.com).
ความชุกของปัญหาและผลกระทบต่อผู้หญิงไทย
สถานการณ์นี้นับเป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อยในบริบทสังคมไทย ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกและงานวิจัยสำคัญระบุว่า ผู้หญิงประมาณ ๓๕% ทั่วโลก (และอาจสูงกว่านี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากอาจมีการรายงานข้อมูลไม่ครบถ้วน) เคยเผชิญอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต (Wikipedia) ส่วนความผิดปกติของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (ซึ่งรวมถึงภาวะหดเกร็งนี้) พบได้ถึง ๕๐% ในกลุ่มผู้หญิงที่เคยผ่านการมีบุตร กระนั้น ผู้หญิงหลายคนยังคงไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครทราบ ด้วยความอายหรือความหวาดกลัว ทั้งที่หากได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ อาการจะทุเลาลงได้อย่างมาก (Wikipedia).
งานวิจัยใหม่และแนวทางรักษา
เมื่อไม่นานมานี้ งานวิจัยระดับนานาชาติได้ตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกร็งกับอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยแบบสุ่มกลุ่มตัวอย่างระยะที่ ๒ ที่ได้รับการเผยแพร่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ (ค.ศ. 2025) ผ่านทาง PubMed ชี้ว่า การรักษาด้วยเทคนิคที่มุ่งเน้นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น การฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน (botulinum toxin) และการทำกายภาพบำบัดแบบเฉพาะจุด ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในผู้หญิงที่มีภาวะปวดขณะสอดใส่ในระดับตื้น (provoked vestibulodynia) โดยพบว่าอาการไม่สบายตัวและคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้เข้าร่วมงานวิจัยส่วนใหญ่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผลกระทบทางอารมณ์และความสัมพันธ์
อาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างลึกซึ้ง ทำให้บางคนเกิดความเครียด ความกังวล ไม่กล้าเข้าใกล้ชิด หรืออาจทำให้ความสัมพันธ์ในชีวิตคู่สั่นคลอนได้ คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวชระบุว่า หากอาการนี้เรื้อรัง อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อช่องคลอดหดเกร็ง (vaginismus) ซึ่งเป็นการหดเกร็งอย่างฉับพลันเมื่อคาดการณ์ว่าจะมีการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีความแตกต่างจากภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกร็งทั่วไปตรงที่ vaginismus เกิดจากความกลัว ในขณะที่ภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกร็งเป็นการเกร็งค้างแบบเคยชิน (mindbodygreen.com).
แนวทางบรรเทาอาการ: กายภาพบำบัด เทคโนโลยี และการหายใจ
ปัจจุบัน แพทย์ในประเทศไทยแนะนำแนวทางการบรรเทาอาการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งมีให้บริการแล้วในโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งในกรุงเทพฯ ที่มีมาตรฐานระดับสากล ได้แก่ บำรุงราษฎร์, กรุงเทพ เทคนิคนี้อาศัยการฝึกท่าออกกำลังกายและใช้อุปกรณ์บางชนิด ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากนักกายภาพบำบัด เพื่อฝึกควบคุมและสร้างสมดุลให้กับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ปัจจุบันยังมีเครื่องช่วยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเทคโนโลยีความเข้มข้นสูงที่เข้าไปกระตุ้นกล้ามเนื้อชั้นลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด (Revival Clinic Bangkok).
คณะแพทย์และนักบำบัดในประเทศไทยยังสนับสนุนให้ผู้ป่วยใช้เทคนิคการหายใจแบบไดอะแฟรม (Diaphragmatic breathing) หรือการหายใจลึกโดยใช้หน้าท้องและกระบังลม ซึ่งสามารถทำได้ง่ายทั้งที่บ้านและในสถานพยาบาล เทคนิคนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ดีขึ้น ทั้งก่อนและระหว่างการมีกิจกรรมทางเพศ (Cedars-Sinai, Stanford Lifestyle Medicine) จึงถือเป็นแนวทางดูแลตนเองเบื้องต้นที่เข้าถึงได้และเป็นประโยชน์กับทุกคน
โภชนาการกับสุขภาพกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
งานวิจัยหลายชิ้น รวมถึงบทความทบทวนข้อมูลในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ (ค.ศ. 2022) ที่ mindbodygreen.com อ้างอิง ชี้ให้เห็นว่าวิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการบำรุงกล้ามเนื้อ รวมถึงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หากร่างกายขาดวิตามินดี (โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ใช้ชีวิตในร่มเป็นส่วนใหญ่) ก็มีแนวโน้มที่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อหดเกร็งได้ง่ายขึ้น แม้ประเทศไทยจะมีแสงแดดเกือบตลอดทั้งปี แต่ในเขตเมืองใหญ่ ประชากรจำนวนไม่น้อยยังใช้ชีวิตอยู่ในอาคารหรือหลีกเลี่ยงแสงแดดด้วยค่านิยมเรื่องผิวขาว ดังนั้น การรับวิตามินดีให้เพียงพอ ทั้งจากแสงแดดธรรมชาติและการเสริมด้วยอาหารหรืออาหารเสริม จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
อุปสรรคทางวัฒนธรรมและความท้าทายในสังคมไทย
ในบริบทสังคมไทย ประเด็นเกี่ยวกับการพูดคุยเรื่องอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์หรือเรื่องสุขภาพทางเพศของผู้หญิงถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้ารับการรักษาล่าช้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านยูโรกายีนีวิทยาในโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ระบุว่า “ผู้ป่วยชาวไทยจำนวนมากยังคงลังเลใจหรือไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้ ด้วยความกลัวการถูกตัดสินจากสังคมหรือคนในครอบครัว” อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบบริการสุขภาพมีการพัฒนาที่ดีขึ้นและมีผู้เชี่ยวชาญสตรีจำนวนมากขึ้น ทำให้การเข้าถึงและไว้วางใจแพทย์ในประเด็นปัญหานี้เป็นไปได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น (IUGA).
อีกด้านหนึ่ง ค่านิยมและประเพณีของไทยยังคงให้ความสำคัญกับความสุภาพเรียบร้อย และมักมองว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างยิ่ง แม้ข้อดีคือช่วยคุ้มครองความเป็นส่วนตัว แต่ข้อเสียที่ตามมาคือผู้ป่วยบางรายเลือกที่จะอดทนอยู่เงียบ ๆ หรือพยายามหาซื้อยามาใช้เอง ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในประเทศไทยจึงเริ่มรณรงค์ให้ผู้หญิงกล้าที่จะพูดถึงสุขภาพทางเพศด้วยมุมมองใหม่ โดยมีการสอดแทรกหลักการดูแลตนเองและเมตตาตนเองตามแนวทางพุทธศาสนา เพื่อขับเคลื่อนให้ผู้หญิงกล้าดูแลและเข้ารับการรักษา ส่งเสริมศักดิ์ศรีของตนเอง
ทางออกที่มากขึ้น ความหวังที่ชัดขึ้น
ปัจจุบัน ผู้หญิงไทยที่กำลังเผชิญปัญหาเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์อันเนื่องมาจากภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกร็ง มีทางเลือกในการรับการรักษาและดูแลตนเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลที่ทันสมัย บริการรักษาพยาบาลที่ก้าวหน้า ตลอดจนการเปิดใจพูดคุยอย่างจริงใจกับคนในครอบครัวหรือคู่รัก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถขอรับความช่วยเหลือได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องทนทุกข์อยู่เงียบ ๆ อีกต่อไป เทคโนโลยีล่าสุด อย่างอุปกรณ์ที่ไม่ต้องผ่าตัด การปรึกษาแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงกลุ่มให้คำปรึกษาทางออนไลน์ ยังช่วยให้ผู้ป่วยทั้งในต่างจังหวัดและคนทำงานในเมืองใหญ่สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ย้ำเตือนว่า อาการปวดทุกรูปแบบไม่ได้เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งเสมอไป แต่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เนื่องจากอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือปัจจัยทางด้านจิตใจร่วมด้วย ดังนั้น การรักษาที่ดีที่สุดจึงควรผสมผสานทั้งศาสตร์ทางการแพทย์ กายภาพบำบัด และจิตวิทยา “ไม่ควรทนทุกข์กับอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้น โดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติ” นักบำบัดสุขภาพทางเพศท่านหนึ่งในกรุงเทพฯ เน้นย้ำ “เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ ไม่ว่าจะด้วยการปรับวิถีชีวิต การรักษาทางการแพทย์ หรือการฟื้นฟูความเข้าใจกันในชีวิตคู่”
ข้อควรปฏิบัติและแหล่งข้อมูลสำหรับผู้อ่านไทย
หากตัวท่านเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ อย่าคิดว่าต้องอดทนอยู่เพียงลำพัง ควรเริ่มต้นด้วยการเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญกายภาพบำบัดที่ท่านไว้วางใจ ซึ่งจะช่วยประเมินอาการ ให้คำแนะนำ และออกแบบท่าออกกำลังกายเฉพาะบุคคลที่เหมาะสม ทดลองใช้เทคนิคการผ่อนคลายและฝึกการหายใจในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นตรวจสอบว่าร่างกายได้รับวิตามินดีเพียงพอจากการออกไปรับแสงแดดบ้าง หรือได้รับจากอาหารเสริมอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจ ปัจจุบันโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่งในกรุงเทพฯ ได้เปิดให้บริการคลินิกเฉพาะทางแบบเป็นส่วนตัว และมีโปรแกรมกายภาพบำบัดสำหรับสุขภาพผู้หญิงโดยเฉพาะ
การพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือเปิดใจสื่อสารโดยตรงกับคู่รัก จะช่วยให้เรื่องสุขภาพทางเพศเป็นประเด็นที่เปิดกว้างมากขึ้น และนำไปสู่ชีวิตที่มีสุขภาพจิตใจและความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ใครที่อยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำปรึกษา สามารถอ่านข้อมูลจากโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น บำรุงราษฎร์, กรุงเทพ หรือหน่วยสุขภาพผู้หญิงของ Stanford Lifestyle Medicine