บ่นอีกแล้วครูอ้อย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ดีกว่านี้มีอีกไหม
จากบันทึกที่ครูอ้อยเคยเขียนเรื่อง มาตรการระวังภัยในโรงเรียนประถมที่ดีมาก นั้น ทำให้หลายๆอย่างของคณะครูเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยปฏิบัติ ซึ่งจะไม่กล่าวถึงท่านอื่น คงจะเป็นการกล่าวแต่เรื่องของครูอ้อยเอง และรับผิดชอบตัวเองในเรื่องของรถยนต์ส่วนตัว
รถยนต์...เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ ข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างครูอ้อยจะจัดซื้อได้นั้น ต้องใช้ความเพียรอย่างมากที่จะหาเงินมาซื้อได้ เพราะสนนราคาไม่ใช่น้อยๆ ดังนั้น..รถใคร..ใครก็รัก ถามใครดูสิ ร้อยทั้งร้อย นอกจากท่านที่ไม่มีรถขับเอง...
สิบกว่าปีที่รถยนต์ของครูอ้อยอยู่ในที่สบายมาก เวลาครูอ้อยมาปฏิบัติราชการ ทำงานได้ด้วยความสบายใจ เป็นขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม
ครูอ้อย...ก็เห็นด้วยกับการปฏิบัติการของโรงเรียน เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของนักเรียน เพราะนักเรียนทุกคน...ย่อมสำคัญกว่ารถยนต์ของครูอ้อยเสมอล่ะ รถยนต์ซื้อได้ใหม่ ถ้าไม่ตายเสียก่อน
แต่นักเรียนจะมาหาใช้ใหม่ได้อย่างไร หากนักเรียนเป็นอะไรไป ครูทุกท่านต้องนำรถมาจอดในโรงเรียน บริเวณที่ นักเรียนได้เล่น หากครูนำรถมาจอด นักเรียนก็ยังเล่น ครูอ้อยมีรถคันเดียว เก่ามากด้วย..แต่ก็รัก และไม่อยากให้เป็นอะไรก่อนเวลาอันควร
ครูอ้อยต้องนำรถไปจอดแปะถนนไว้ ดังในภาพ โอกาสที่จะพบอุบัติเหตุคงจะน้อยกว่า ถูกนักเรียนอัดลูกบอลใส่ก็เป็นได้ แต่ครูอ้อยต้องเดินออกมาดูรถของตนเองวันละหลายๆครั้ง ขวัญและกำลังใจ เกิดจากการเดินมาดูรถบ่อยๆ
ก็ไม่เป็นไร ถือว่า เสียสละสิ่งที่รัก ให้กับอะไรก็ได้ ที่....คิดเอาเอง .....