ผมนั่งชมวิดีทัศน์พิธี Harvard Commencement 2025 เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘   ความยาวกว่า ๓ ๑/๒ ชั้วโมง   แล้วสะท้อนคิดกับตัวเองว่า มีเป้าหมายต่างจากพิธีรับพระราชทานปริญญาของมหาวิทยาลัยไทย    

ผมเล่าประสบการณ์การไปร่วมพิธีนี้ ตอนลูกสาวคนเล็กรับปริญญาโทบริหารธุรกิจ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๙ ที่ (๑)    ดูรูปเมื่อ ๑๙ ปีก่อนแล้ว เห็นว่าสถานที่เดียวกัน  ประดับธงสัญลักษณ์แบบเดียวกัน    ที่จริงก่อนหน้านั้นสองสามปี ภรรยากับผมไปร่วมพิธีรับปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์ (Data Engineering) ของลูกสาวคนที่สอง    แต่ไม่มีบันทึกไว้   จำได้ว่าเราไปร่วมพิธีรับปริญญาที่คณะในตอนบ่าย   โดยบัณฑิตรับจากคณบดีที่ยืนแจก แล้วจับมือกันเป็นอันจบ  ญาติไปนั่งดูในห้องประชุมที่เป็นแบบ auditorium  ผมได้ที่นั่งไกลมากจาก stage   แต่ก็ถ่ายรูปได้โดยใช้ซูม   

เพราะตอนนี้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกำลังเผชิญมรสุมการเมือง   ขัดแย้งกับประธานาธิบดี   เราจึงเห็นสาระที่ซ่อนอยู่ในพิธีชัดเจนขึ้น    เป็นสาระที่สื่อต่อบัณฑิต ให้มั่นคงในคุณธรรม   รวมทั้งผู้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธี คือศาสตราจารย์ Abraham Verghese แพทย์ชาวเอธิโอเปียเชื้อสายอินเดีย ที่อพยพมาอยู่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อน และเป็นนักเขียนนวนิยายระดับ National Bestseller   เตือนบัณฑิตว่า บุคลิกที่แท้จริงของคนหรือองค์กร แสดงออกผ่านการตัดสินใจยามมีแรงกดดัน   เป็นการเชียร์ฮาร์วาร์ดให้ยืนหยัดต่อไป แม้จะถูกประธานาธิบดีบีบคั้น    นอกจากนั้นท่านยังให้ข้อคิดว่า ความสำเร็จที่แท้จริงในชีวิตคือ ความสำเร็จด้านความสัมพันธ์ (successful relationhip) 

ผมตีความว่า พิธีมอบปริญญาของฮาร์วาร์ด กับพิธีพระราชทานปริญญาของมหาวิทยาลัยไทยต่างกันใน ๔ ประเด็นหลักๆ 

  1. เป้าหมายของพิธี  ส่วนที่เหมือนคือเน้นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของบัณฑิตเหมือนกัน    ที่ต่างคือของเราเน้นความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นพระราชพิธี   แต่ของเขาเน้นความครึกครื้นและเป็นกันเอง    มีการตะโกนและโห่ร้องเวลาขานชื่อคณะของบัณฑิต
  2. การใช้เวลาในพิธี   ของเราเวลาที่ใช้เกือบทั้งหมดเป็นการพระราชทานปริญญาบัตรทีละคน    ของเขาเวลาส่วนใหญ่ใช้กล่าวสุนทรพจน์  โดยนักศึกษา ๓ คน   และสุนทรพจน์หลักที่กล่าวโดยศาสตราจารย์ Abraham Verghese ยาวประมาณครึ่งชั่วโมง    รวมทั้งตอนมอบปริญญากิตติมศักดิ์แก่ ๖ ท่าน ก็มีการกล่าวถึงประวัติและผลงานคนละประมาณ ๕ นาที    กล่าวได้ว่าของเราเน้นพิธีกรรม   ของเขาเน้นสาระ โดยเฉพาะการสื่อสารอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดต่อสังคม    
  3. การใช้ดนตรีและวงเพลงประสานเสียง กระตุ้นอารมณ์ในพิธี  ของเราไม่มี  ผมเคยเห็นที่เดียวที่มหาวิทยาลัยมหิดล แต่ก็คนละอารมณ์กับของฮาร์วาร์ด      
  4. ชื่อพิธี   เขาใช้คำ Commencement แปลว่าพิธีเริ่มต้น   คือเริ่มต้นชีวิตของผู้มีการศึกษา    สื่อว่าต้องออกไปเรียนรู้ และทำประโยชน์ต่อเนื่อง   ของเราเป็นพิธีจบการศึกษา สื่อว่าเรียนจบ  ความหมายตรงกันข้าม     

ตอนประกาศผลงานของผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์  ผมได้รู้จักคนเก่งอีกหลายคน สำหรับติดตามเรียนรู้     

วิจารณ์ พานิช

๓ มิ.ย. ๖๘