ดิฉันเมื่ออยู่ในกรุงพาราณสี มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายขนมกุมมาสแห้งแด่พระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ด้วยมือทั้งสองของตน

อโลมวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๔. อโลมวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางอโลมาผู้ถวายขนมกุมาสแห้ง

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

             [๗๑๑] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ดุจดาวประกายพรึก

             [๗๑๒-๗๑๓] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเช่นนี้

             [๗๑๔] เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

             [๗๑๕] ดิฉันเมื่ออยู่ในกรุงพาราณสี มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายขนมกุมมาสแห้งแด่พระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ด้วยมือทั้งสองของตน

             [๗๑๖] ขอพระคุณเจ้าจงดูผลก้อนขนมกุมมาสแห้งทั้งหารสเค็มมิได้ ครั้นเห็นว่าถวายขนมกุมมาสแห้งหารสเค็มมิได้แล้ว ได้รับความสุข ใครเล่าจักไม่กระทำบุญ

             [๗๑๗-๗๑๘] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

อโลมวิมานที่ ๔ จบ

--------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรคที่ ๔

๔. อโลมวิมาน

               อรรถกถาอโลมวิมาน               

               อโลมวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ?
               เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน กรุงพาราณสี เวลาเช้าทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวรเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงพาราณสี.
               ในกรุงพาราณสีนั้น มีหญิงเข็ญใจคนหนึ่งชื่ออโลมา เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเลื่อมใส ไม่เห็นสิ่งอื่นที่ควรถวาย นางคิดว่า ของที่ถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้เช่นนี้ ก็จักมีผลมากแก่เรา จึงน้อมถวายขนมแห้งไม่เค็มมีผิวราน.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับขนมนั้น.
               นางได้ยึดทานนั้นเป็นอารมณ์ เสวยโสมนัสความดีใจ. กาลต่อมา นางตายบังเกิดในภพดาวดึงส์.
               ท่านพระมหาโมคคัลลานะถามนางว่า
               ดูก่อนเทพธิดา ท่านมีวรรณะงาม เปล่งรัศมีสว่างไปทุกทิศ เหมือนดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารัก จึงเกิดแก่ท่าน.
               ดูก่อนเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทพธิดาแม้นั้นได้ตอบปัญหาแก่พระเถระแล้ว เพื่อจะแสดงข้อนั้น
               พระสังคีติกาจารย์จึงกล่าวว่า
               เทวดานั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
               ดีฉันอยู่ในกรุงพาราณสี มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายขนมแห้ง แด่พระพุทธเจ้าผู้เผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ด้วยมือของตน ขอพระคุณเจ้าโปรดดูผลของชิ้นขนมแห้ง อันหารสเค็มมิได้ ครั้นเห็นว่าขนมแห้งไม่เค็มแล้วได้ความสุข ใครเล่าจักไม่ทำบุญ.
               เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.
               ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอกท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ดีฉันได้กระทำบุญใดไว้ เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.


               จบอรรถกถาอโลมวิมาน               
               -----------------------------------------------------