ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนีย ได้คิดค้น “แมสคิวแอล” (Mass Query Language – MassQL) ภาษาคอมพิวเตอร์สุดล้ำที่เปิดประตูให้นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลเคมีมหาศาลได้สะดวกโยธิน ช่วยให้การแกะรอยสารพิษและมลภาวะที่ซ่อนเร้นเป็นเรื่องง่าย ผลงานชิ้นโบว์แดงนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Methods โดยโชว์เหนือด้วยการตรวจจับสารพิษในแหล่งน้ำสาธารณะที่วิธีเดิมๆ มองข้ามไปได้อย่างแม่นยำ (อ้างอิง UCR News)
ข่าวดีสำหรับคนไทย! การมาถึงของ MassQL ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย ในขณะที่บ้านเรายังต้องรับมือกับปัญหามลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ความปลอดภัยของน้ำดื่มน้ำใช้ รวมถึงการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างที่จ้องทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของพวกเรา ระบบใหม่นี้จะเข้ามาเป็นเครื่องมือทรงพลังให้นักวิทยาศาสตร์และผู้มีอำนาจตัดสินใจเชิงนโยบายในไทย สามารถตรวจสอบ ค้นหา และจัดการกับปัญหามลพิษที่ตามรอยได้ยากให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม
MassQL คืออะไร?
ลองนึกภาพเทคโนโลยีที่เหมือนนักสืบแกะรอย “ลายนิ้วมือเคมี” นั่นคือ แมสสเปกโตรเมตรี (mass spectrometry) ที่ใช้ตรวจสอบตัวอย่างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ น้ำ หรือเลือด เพื่อค้นหาว่ามีสารประกอบใดบ้าง และมีปริมาณเท่าไหร่ เทคนิคนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของงานตรวจพิสูจน์ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนายาเลยทีเดียว แต่ปัญหาคือ ข้อมูลจากเทคโนโลยีนี้มันเยอะมหาศาล การจะวิเคราะห์แต่ละทีก็กินเวลานาน แถมยังต้องพึ่งพาทักษะการเขียนโปรแกรมระดับเซียนอีกด้วย
MassQL นี่แหละคือพระเอกขี่ม้าขาวที่เข้ามาทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย! ลองจินตนาการถึง “กูเกิลสำหรับค้นหาข้อมูลเคมี” ที่แม้ไม่มีพื้นฐานเขียนโค้ดก็ใช้ได้สบายๆ ระบบนี้ถูกสร้างมาเพื่อนักเคมีและนักชีววิทยาที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์โดยเฉพาะ ให้พวกเขาสามารถขุดคุ้ยข้อมูลของตัวเองได้ตามใจนึก โดยไม่ต้องเสียเวลาไปหัดเขียนโค้ดให้ปวดหัว
หนึ่งในทีมผู้พัฒนา MassQL เล่าให้ฟังว่า “เป้าหมายหลักที่เราสร้าง MassQL ขึ้นมา ก็เพื่อให้เพื่อนนักวิทยาศาสตร์สามารถค้นหารูปแบบที่น่าสนใจในข้อมูลของตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องเสียเวลาเป็นปีๆ ไปกับการเรียนเขียนโปรแกรม” ประสิทธิภาพของ MassQL ไม่ได้เป็นแค่คำโฆษณา เพราะมีนักวิจัยหลังปริญญาเอกอีกท่านจากสถาบันเดียวกัน ได้ลองนำไปใช้ตรวจสอบข้อมูลตัวอย่างน้ำจากทั่วโลกที่เปิดเป็นสาธารณะ เพื่อตามล่าหาสารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตเอสเทอร์ ซึ่งเป็นสารที่มักใช้เป็นส่วนผสมในสารหน่วงการติดไฟ
“ลองนึกดูสิครับ ข้อมูลมันมีเป็นพันล้านจุดตรวจวัด ใครจะไปนั่งไล่ดูทีละอันไหว” หัวหน้าทีมวิจัยผู้พัฒนาได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่พอมี MassQL เข้ามาช่วย ทีมวิจัยก็สามารถแกะรอยสารปนเปื้อนเหล่านี้ได้เป็นพันๆ ชนิด แถมยังเจอสารประกอบใหม่ๆ และสารที่เกิดจากการสลายตัวของสารเคมีเดิมที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนอีกเพียบ ซึ่งหลายตัวส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน พัฒนาการทางเพศ และยังเสี่ยงต่อโรคหัวใจด้วย
ความหมายต่อประเทศไทย
สำหรับบ้านเราที่ต้องเผชิญกับมลพิษจากทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และชุมชนเมือง เรื่องนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ นักวิจัยอีกท่านจากสถาบันวิจัยเดียวกันชี้ว่า “สารเคมีพวกนี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งคน สัตว์ และระบบนิเวศโดยรวม ถึงแม้ว่าหลายตัวจะเคยเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์หน่วงไฟหรือพลาสติกที่เราใช้กัน แต่กลับกลายเป็นตัวร้ายที่ส่งผลต่อฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์ และหัวใจของเรา” ถ้าประเทศไทยนำ MassQL มาปรับใช้ในการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม รับรองว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมและโปร่งใสมากขึ้นอีกเยอะ
ทีเด็ดของ MassQL คือความสามารถรอบด้าน ใช้ได้กับข้อมูลจากตัวอย่างทั้งในอากาศ ดิน น้ำ หรือแม้แต่ในร่างกายมนุษย์ โดยใช้ชุดคำสั่งแบบเดียวกันเป๊ะ ไม่ต้องปวดหัวกับการหาซอฟต์แวร์เฉพาะทางหรือผู้เชี่ยวชาญแยกสำหรับข้อมูลแต่ละประเภทเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป สมัยก่อนจะตรวจหาอะไรที เช่น จะหาตัวบ่งชี้พิษสุราในเลือด หรือจะหาสารเคมีที่ตกค้างในสนามเด็กเล่น ก็ต้องมานั่งเขียนโค้ดใหม่แทบทุกครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ MassQL ภาษาเดียวเอาอยู่ทุกสถานการณ์
“ตอนแรก ผมก็แค่อยากจะสร้างเครื่องมืออะไรสักอย่างขึ้นมาช่วยประหยัดเวลาทำงานของตัวเอง แต่ไปๆ มาๆ ก็พบว่าเราสามารถพัฒนาภาษาเดียวที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายมากๆ” นักวิทยาการคอมพิวเตอร์ผู้ร่วมพัฒนาได้เปิดใจเล่า
การพัฒนาโดยเครือข่ายนานาชาติ
MassQL ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนๆ เดียว แต่เป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์ราว 70 ชีวิต ที่ร่วมกันสร้างมาตรฐานคำศัพท์กลางระหว่างแวดวงเคมีและคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ทุกคนใช้งานได้ง่าย ไม่จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น แถมยังมีกรณีศึกษามากกว่า 30 ตัวอย่าง ที่มหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐของไทย อย่างกระทรวงสาธารณสุข หรือกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลย
อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดของ MassQL ก็คือ มันสามารถตามหาสารที่เกิดจากการสลายตัวของสารเคมีตั้งต้นได้ด้วย ทำให้การประเมินความเสี่ยงสะสมทำได้รอบด้านและครอบคลุมยิ่งขึ้น ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้เขตอุตสาหกรรม หรือพี่น้องเกษตรกรในภาคกลางที่กำลังเผชิญกับปัญหายาฆ่าแมลงตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม การตามแกะรอยสารเคมีเก่าๆ ที่อาจจะเปลี่ยนสภาพไปแล้ว ก็จะทำได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิมเยอะ
ประโยชน์นอกเหนือจากสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ของ MassQL ไม่ได้จำกัดอยู่แค่งานด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการค้นหายาปฏิชีวนะชนิดใหม่ๆ เพื่อรับมือกับปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามทางสุขภาพครั้งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังมีการใช้ยาปฏิชีวนะกันอย่างแพร่หลายทั้งในภาคเกษตรและระบบสาธารณสุข (องค์การอนามัยโลก) ความเก่งกาจของ MassQL ในการคัดกรองหาสารออกฤทธิ์ที่ต้องการจากข้อมูลมหาศาล จะช่วยเปิดประตูสู่ทางเลือกใหม่ๆ ในวงการแพทย์ได้อย่างแน่นอน
ในบ้านเราเองก็ยังเผชิญกับความท้าทายเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านชีวสารสนเทศ (ไบโออินฟอร์เมติกส์) นักวิจัยไทยเก่งๆ ก็มีเยอะ แต่ยังขาดแคลนเครื่องมือเทคโนโลยีล้ำสมัยและทักษะการเขียนโปรแกรมขั้นสูง MassQL จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อม ที่จะช่วยลดช่องว่างนี้ลง และเปิดโอกาสให้ห้องปฏิบัติการของรัฐ มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงภาคประชาสังคมได้เข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สำคัญคือ MassQL เป็นของฟรี! เปิดให้หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และชุมชนต่างๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์แม้แต่บาทเดียว นี่จึงเป็นโอกาสทองที่คนในชุมชน โรงเรียน หรือกลุ่มประชาชนทั่วไปจะสามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตัวเองได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
มองไปข้างหน้า คาดว่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างประเทศที่เข้มข้นขึ้นอีกมาก เนื่องจากฐานข้อมูลแมสสเปกโตรเมตรีสาธารณะกำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งมีข้อมูลจากประเทศไทยเข้าไปอยู่ในระบบมากเท่าไหร่ นักวิทยาศาสตร์ก็จะสามารถเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ในประเทศกับมาตรฐานสากลได้ง่ายขึ้นเท่านั้น รวมถึงการตรวจจับมลพิษหรือปัญหาที่อาจส่งผลกระทบข้ามพรมแดนก็จะทำได้สะดวกขึ้นด้วย นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีแววว่าจะถูกนำไปผนวกเข้ากับหลักสูตรวิทยาศาสตร์ในระดับอุดมศึกษา เพื่อปั้นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของไทยให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและข้อมูลขนาดใหญ่
จุดเปลี่ยนสำคัญ สู่ระบบเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ
การมาถึงของ MassQL ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับทุกภาคส่วนที่ต้องการต่อกรกับภัยเงียบจากมลพิษที่มองไม่เห็น นักวิทยาศาสตร์และบุคลากรด้านสาธารณสุขสามารถนำเครื่องมือนี้ไปเสริมทัพกับระบบที่มีอยู่เดิม เพื่อเพิ่มทั้งความเร็วและความแม่นยำในการตรวจพิสูจน์สารพิษ ส่วนผู้กำหนดนโยบายก็จะมีข้อมูลที่หนักแน่นเพียงพอสำหรับออกมาตรการควบคุม หรือเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ที่ปนเปื้อนมลพิษ ในขณะเดียวกัน ประชาชนทั่วไปก็จะอุ่นใจได้ว่าปัญหาที่เคยถูกซุกซ่อนหรือตรวจจับไม่ได้ กำลังจะถูกเปิดโปงและนำมาจัดการอย่างจริงจังมากขึ้น
สำหรับท่านผู้อ่านที่ใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ โดยสนับสนุนให้โรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐในชุมชนของท่าน นำเครื่องมือโอเพนซอร์สอย่าง MassQL มาใช้ในการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งช่วยกันผลักดันให้มีการเปิดเผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลสู่สาธารณะ เพื่อสร้างความโปร่งใสและเปิดให้ทุกภาคส่วนสามารถตรวจสอบได้
หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคและกรณีศึกษาต่างๆ สามารถอ่านได้จากรายงานฉบับเต็มของมหาวิทยาลัยผู้พัฒนา (news.ucr.edu) และบทความวิชาการในวารสาร Nature Methods