งานวิจัยล่าสุดและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญส่องให้เห็นถึงอาการเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง โดยชี้ว่าอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลเรื้อรังถือเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ ที่พบได้บ่อย เผลอๆ ในผู้ป่วยบางคน อาการเหล่านี้อาจโผล่มาก่อนที่จะมีอาการหลงๆ ลืมๆ ให้เห็นชัดเจนเสียอีก นักประสาทวิทยาชั้นนำท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ มักถูกคนมองข้ามไป คิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนแก่ หรือแค่เครียดจากชีวิตประจำวัน ทั้งที่จริงแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสมองเริ่มจะถดถอยแล้วก็ได้ (GetSurrey; Nottinghamshire Live)
เรื่องนี้สำคัญกับคนไทยเรามากๆ เพราะบ้านเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มตัว และคาดกันว่าคนป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมจะเพิ่มพรวดๆ ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า (องค์การอนามัยโลก - ภาวะสมองเสื่อม) ที่ผ่านมา เวลาจะดูว่าใครเริ่มเป็นโรคสมองเสื่อม ส่วนใหญ่จะมองหาแต่อาการขี้หลงขี้ลืม แต่หลักฐานใหม่ๆ ชี้ชัดว่า ครอบครัว คนดูแล และหมอพยาบาลในบ้านเรา ต้องหันมาใส่ใจอาการทางอารมณ์ที่อาจจะมองข้ามกันไปบ้างแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทท่านหนึ่งที่สื่อ GetSurrey อ้างถึง ได้อธิบายเรื่องนี้ว่า อาการซึมเศร้าไม่หายขาด และความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น เป็นอาการที่เจอบ่อยๆ ในช่วงแรกของโรคสมองเสื่อม อารมณ์ที่เปลี่ยนไปแบบนี้อาจกระทบชีวิตประจำวันและการเข้าสังคม มักจะแสดงออกมาในรูปของความเศร้าซึมหรือกระวนกระวายใจแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ผู้เชี่ยวชาญท่านเดิมย้ำว่า ถึงแม้อาการพวกนี้จะเจอในโรคอื่นได้เหมือนกัน เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล แต่ถ้ามันมาพร้อมๆ กับอาการหลงลืมเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรไปตรวจดูให้แน่ใจว่าใช่โรคสมองเสื่อมหรือเปล่า
เรื่องนี้มีงานวิจัยมายืนยันด้วยนะ ตีพิมพ์ในปี 2025 ในวารสารวิชาการฉบับหนึ่ง เขาพบว่าอาการทางอารมณ์ผิดปกติ (เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า) มันเชื่อมโยงกับโรคอัลไซเมอร์ระยะแรกๆ อย่างชัดเจนเลย แม้แต่ในคนที่สมองเริ่มจะเสื่อมนิดๆ หน่อยๆ ก็ตาม (บทคัดย่อจาก PubMed) เช่นเดียวกัน งานวิจัยเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมชนิด Lewy body (ลิววี บอดี้) ก็ชี้ว่าอาการทางระบบประสาทและจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล อาจจะโผล่มาก่อนอาการขี้ลืมที่เราคุ้นเคยกันเสียอีก แสดงให้เห็นว่าอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป มันฟ้องได้ว่าระบบเครือข่ายในสมองเริ่มมีปัญหาแล้ว (งานวิจัย PubMed เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม Lewy body)
แนวทางดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมระดับโลก อย่างของหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) เขาก็ระบุชัดเจนเลยว่า การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือหงุดหงิดง่ายขึ้น เป็นอาการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเหมือนกัน ไม่ใช่แค่อาการหลงลืมสับสนที่เจอกันบ่อยๆ (NHS: อาการของภาวะสมองเสื่อม) ในทำนองเดียวกัน สมาคมอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Association) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลก ก็เตือนเหมือนกันว่าอย่ามองข้ามอารมณ์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะยังไม่ได้หลงลืมอะไรก็ตาม (สมาคมอัลไซเมอร์: 10 สัญญาณเตือนเริ่มต้น)
สำหรับคนไทยเราแล้ว เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะโรคสมองเสื่อมในบ้านเรา มักจะไม่ค่อยได้ตรวจเจอ หรือกว่าจะเจอก็ช้าไปแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะครอบครัวมักจะคิดว่าอาการที่ไม่ใช่เรื่องความจำ มันเป็นเรื่องปกติของคนแก่ หรือที่ชอบพูดกันว่า “คนแก่ขี้หงุดหงิด” หรือ “เบื่อๆ อยากๆ ตามประสาคนมีอายุ” วัฒนธรรมครอบครัวใหญ่แบบไทยๆ และการให้ความเคารพผู้สูงอายุ บางทีก็อาจจะทำให้คนในบ้านไม่อยากพูดถึง หรือมองว่าปัญหาทางใจของผู้สูงอายุเป็นเรื่องเล็กน้อยไปโดยไม่ตั้งใจ เพราะกลัวจะกระทบชื่อเสียงหรือ “หน้าตา” ของครอบครัว วัฒนธรรมแบบนี้แหละ ยิ่งทำให้การสร้างความเข้าใจเรื่องสัญญาณเตือนของโรคสมองเสื่อมในวงกว้างเป็นเรื่องสำคัญมากๆ โดยเฉพาะอาการที่ไม่ใช่เรื่องความจำ
หมอผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของไทยก็เห็นตรงกับต่างชาติ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า “อาการซึมเศร้าและวิตกกังวลที่อยู่ๆ ก็เป็นขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน โดยเฉพาะถ้าเพิ่งมาเป็นตอนแก่ ควรจะต้องไปตรวจหาสาเหตุให้รู้เรื่อง โดยเฉพาะถ้ามีอาการหลงๆ ลืมๆ หรือสับสนนิดๆ หน่อยๆ ร่วมด้วย คนในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือ อสม. นี่แหละ ที่มักจะสังเกตเห็นอาการที่เปลี่ยนไปทางอารมณ์หรือความคิดพวกนี้ได้ดีที่สุด” ความคิดเห็นเหล่านี้สอดคล้องกับโครงการรณรงค์ด้านสาธารณสุขของบ้านเราที่กำลังมีอยู่ ซึ่งเน้นย้ำให้รีบไปปรึกษาหมอทันที ถ้าผู้สูงอายุมีอารมณ์เปลี่ยนไปพร้อมๆ กับมีปัญหาเรื่องความจำ (กระทรวงสาธารณสุขไทย: การดูแลผู้สูงอายุ)
เมื่อก่อนนี้ คนไทยยังมองเรื่องสุขภาพจิตในแง่ลบ ทำให้หลายครอบครัวไม่กล้าพาผู้สูงอายุไปหาหมอ เวลาที่เห็นท่านอารมณ์หรือนิสัยเปลี่ยนไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย หรือมองว่าจิตใจไม่เข้มแข็ง แต่พอมายุคนี้ ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคทางสมองมีมากขึ้น คนไทยไม่น้อยเลยที่เริ่มจะเข้าใจแล้วว่า อารมณ์และนิสัยที่เปลี่ยนไปของผู้สูงอายุ อาจจะมาจากความผิดปกติในสมองก็ได้ ทำให้หันมาดูแลผู้สูงอายุด้วยความเห็นอกเห็นใจและใช้หลักการแพทย์มากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าในอนาคตข้างหน้า เมื่อคนไทยแก่ตัวลงมากขึ้น และความรู้ทางการแพทย์กระจายไปทั่ว การตรวจหาโรคสมองเสื่อมตั้งแต่เนิ่นๆ จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา รวมถึงการดูอาการอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องความจำด้วย แอปสุขภาพในมือถือ และระบบหมอทางไกล (telemedicine) น่าจะมีบทบาทมากขึ้นเยอะ ทำให้คนเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้ง่ายขึ้น แม้จะอยู่ไกลปืนเที่ยงก็ตาม
สำหรับคนไทยและครอบครัว สิ่งที่อยากจะบอกให้ชัดๆ เลยก็คือ ให้ใส่ใจอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะถ้ามีอาการหลงลืมหรือสับสนร่วมด้วย การไปให้หมอตรวจแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เจอโรคสมองเสื่อมได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ทำให้ได้รับการรักษา ความช่วยเหลือ และเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ ได้ทันท่วงที รวมถึงการบำบัดเพื่อกระตุ้นสมองและโครงการช่วยเหลือในชุมชนด้วย
สรุปง่ายๆ ก็คือ การรู้เท่าทันสัญญาณเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อมแบบครบวงจร โดยเฉพาะเรื่องอารมณ์ที่เปลี่ยนไปและความวิตกกังวล จะช่วยให้ครอบครัวไทยรับมือได้ดีขึ้นเยอะ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำให้คอยสังเกต ถ้าผู้สูงอายุที่เรารักมีอาการเศร้าซึม กังวล หรือความคิดอ่านเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แบบไม่มีสาเหตุ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเป็นเรื่องปกติของคนแก่ การรีบจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ ตามงานวิจัยใหม่ๆ และคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น และมั่นใจได้ว่าผู้ที่เป็นโรคนี้จะได้รับการดูแลและให้เกียรติอย่างที่ควรจะเป็น
แหล่งข้อมูล: GetSurrey, Nottinghamshire Live, NHS: อาการของภาวะสมองเสื่อม, สมาคมอัลไซเมอร์, องค์การอนามัยโลก, กระทรวงสาธารณสุขไทย: การดูแลผู้สูงอายุ, บทคัดย่อจาก PubMed