นักวิจัยออกมาส่งสัญญาณเตือนหลังค้นพบแนวโน้มที่น่ากังวล นั่นคือนักกีฬาอาจมีความเสี่ยงจากการสัมผัสไมโครพลาสติกสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ งานวิจัยเบื้องต้นชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจขยายวงกว้างต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวม ไม่ใช่แค่ในแวดวงกีฬาเท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์เพิ่งตรวจพบไมโครพลาสติกในเลือดมนุษย์ได้เป็นครั้งแรก ทำให้ขอบเขตของภัยคุกคามทั้งหมดยังไม่เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนนัก อย่างไรก็ตาม สัญญาณเบื้องต้นบ่งชี้ว่าการสะสมไมโครพลาสติกอาจเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังหลายชนิด ประเด็นนี้จึงกระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องให้มีการดำเนินการและศึกษาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน
สำหรับผู้อ่านชาวไทย งานวิจัยล่าสุดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง สภาพอากาศร้อนของไทย กระแสความนิยมในการเล่นกีฬาที่เพิ่มสูงขึ้น และการพึ่งพาเครื่องดื่มบรรจุขวดพลาสติก อาหารให้พลังงาน รวมถึงอุปกรณ์กีฬาที่มากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้นักกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายต้องสัมผัสกับไมโครพลาสติกเป็นประจำ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการการกีฬาชั้นนำรายหนึ่งที่สื่อกีฬาระดับโลกอ้างถึง ได้เตือนว่ากิจวัตรที่ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ เช่น การดื่มน้ำจากขวดพลาสติก การสวมใส่เสื้อผ้าใยสังเคราะห์สมัยใหม่ และการฝึกซ้อมกลางแจ้ง อาจเพิ่มการรับไมโครพลาสติกโดยรวมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรูขุมขนเปิดขณะเหงื่อออก ซึ่งอาจทำให้อนุภาคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำหนดอาหารสำหรับนักกีฬาอีกท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์สรุปไว้ว่า “เราเพิ่งจะเริ่มต้น” ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของการสัมผัสและผลกระทบต่อสุขภาพเท่านั้น (yahoo.com)
ไมโครพลาสติก หรือเศษพลาสติกขนาดจิ๋วที่เล็กกว่า 5 มิลลิเมตร กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตยุคใหม่ที่ยากจะหลีกเลี่ยง มันเกิดจากการย่อยสลายหรือแตกตัวของพลาสติกชิ้นใหญ่ เช่น ขวดที่ถูกทิ้ง บรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์กีฬา แต่ก็ยังถูกผลิตขึ้นในระดับนาโนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมนับไม่ถ้วน งานวิจัยจากหลายประเทศทั่วโลกแสดงให้เห็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในมหาสมุทร แม่น้ำ ดิน อาหาร และแม้กระทั่งอากาศในบ้าน (Wikipedia: Microplastics in Human Health) ขณะนี้มีหลักฐานบ่งชี้ว่ามนุษย์รับเอาอนุภาคไมโครพลาสติกเข้าไปหลายหมื่นชิ้นต่อปี บ่อยครั้งผ่านทางอาหารทะเล อาหารแปรรูป และแม้กระทั่งการหายใจเอาอากาศเข้าไป ในปี 2565 นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจวัดไมโครพลาสติกในเลือดมนุษย์ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างความตื่นตัวไปทั่วโลก (nytimes.com)
การศึกษาล่าสุดได้รวบรวมบทความวิจัยหลายพันชิ้นและชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างการสัมผัสไมโครพลาสติกกับโรคต่างๆ เช่น โรคทางเดินหายใจ ความผิดปกติของระบบประสาท และมะเร็งบางชนิด (ScienceDaily) ไมโครพลาสติกสามารถนำพาสารเคมีที่เป็นพิษ ทำลายเกราะป้องกันของเซลล์บุผิวของร่างกาย (เช่น เยื่อบุปอด ลำไส้ และผิวหนัง) และสะสมในอวัยวะต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบหรือการอุดตันได้ รายงานทบทวนล่าสุด รวมถึงรายงานที่นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการด้านสุขภาพระดับโลก เน้นย้ำว่าผลกระทบทั้งหมดอาจยังไม่ปรากฏให้เห็นชัดเจนเป็นเวลาหลายปี
นักกีฬาอาจจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงพิเศษ การศึกษาที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมทางการกีฬาพบไมโครพลาสติกในสนามหญ้าเทียม สระว่ายน้ำ และแหล่งน้ำเปิด การใช้เม็ดยางรีไซเคิลจากยางรถยนต์เป็นวัสดุเติมในสนามฟุตบอล ทำให้นักกีฬาต้องสัมผัสกับไมโครพลาสติก และนักวิจัยเตือนว่าอนุภาคเหล่านี้สามารถลอยขึ้นไปในอากาศระหว่างการเล่นและถูกสูดเข้าไปลึกถึงปอดได้ (PubMed: Are volatile methylsiloxanes in downcycled tire microplastics?) นอกจากนี้ ชุดกีฬาประสิทธิภาพสูงมักทำจากพลาสติกน้ำหนักเบาที่ปล่อยไมโครไฟเบอร์ (เส้นใยพลาสติกขนาดเล็ก) ออกมาระหว่างการเคลื่อนไหวและการซัก ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในร่มและกลางแจ้ง ผลกระทบสะสมต่อนักกีฬาทั้งระดับอาชีพและสมัครเล่นที่อาจฝึกซ้อมวันละหลายชั่วโมงนั้นยังคงประเมินผลกระทบได้อย่างจำกัด
ในบริบทของประเทศไทย สภาพอากาศร้อนชื้นเอื้อต่อการออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างหนัก นอกจากนี้ทั้งในเขตเมืองและชนบทต่างเผชิญปัญหาขยะพลาสติกปริมาณมหาศาล ปัจจัยเหล่านี้ล้วนน่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง รายงานความเสี่ยงระดับโลกฉบับล่าสุดของ World Economic Forum จัดอันดับให้มลภาวะ ซึ่งรวมถึงไมโครไฟเบอร์จากพลาสติก เป็นหนึ่งในสิบภัยคุกคามอันดับต้นๆ ต่อความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคต (weforum.org) ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในไทยเตือนว่าพฤติกรรมการบริโภค เช่น การรับประทานอาหารริมทางที่เสิร์ฟในภาชนะโฟมหรือถุงพลาสติกบ่อยครั้ง และการใช้ขวดน้ำแบบใช้แล้วทิ้งอย่างแพร่หลาย อาจเพิ่มการสัมผัสไมโครพลาสติกให้สูงขึ้นไปอีก
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้แนวทางที่ระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพิษวิทยาชั้นนำกล่าวว่าวลีที่ว่า “ปริมาณสารที่ได้รับเป็นตัวกำหนดความเป็นพิษ” นั้นใช้ได้ดีเป็นอย่างยิ่งในกรณีนี้ แม้แต่สารที่ดูเหมือนไม่เป็นอันตรายเมื่อได้รับในปริมาณต่ำ ก็อาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อสะสมเป็นเวลาหลายปี (nytimes.com) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการซึ่งเชี่ยวชาญด้านสมรรถภาพของนักกีฬาระดับสูงท่านหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตว่า “เราเพิ่งจะสามารถวัดปริมาณไมโครพลาสติกในเลือดมนุษย์ได้” และเรียกร้องให้มีการติดตามตรวจสอบและเผยแพร่ความรู้ไปยังครอบครัว โค้ช และนักกีฬาทุกระดับให้มากขึ้น
ประชากรบางกลุ่มในสังคมไทยอาจมีความเปราะบางมากกว่ากลุ่มอื่น เด็กๆ ซึ่งจะมีการสัมผัสในระยะยาวสูงที่สุด และคนทำงานกลางแจ้ง ก็เผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน ในปี 2565 งานวิจัยตรวจพบอนุภาคไมโครพลาสติกในอุจจาระของมนุษย์ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าการดูดซึมเกิดขึ้นกับประชากรโดยทั่วไป โดยไม่ขึ้นกับวิถีชีวิตหรือภูมิศาสตร์ (Wikipedia: Microplastics in Human Health) แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับไมโครพลาสติก แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับแหล่งที่มาที่อาจเป็นไปได้ การเลือกใช้ภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ และการลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติก
ในอดีต การขยายตัวของเมืองและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของประเทศไทยตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา สอดคล้องกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการผลิตพลาสติก เทศกาลสงกรานต์ประจำปี ซึ่งมีผู้คนหลายล้านคนมารวมตัวกันและใช้อุปกรณ์เล่นน้ำและขวดน้ำพลาสติก ยิ่งตอกย้ำให้เห็นทั้งบทบาทสำคัญของพลาสติกในวัฒนธรรมและผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม การที่รัฐบาลประกาศห้ามใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเมื่อไม่นานมานี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ยังไม่ได้แก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของไมโครพลาสติกที่เกิดจากขยะที่สะสมอยู่แล้วและการใช้สิ่งทอสังเคราะห์อย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองไปข้างหน้า นักวิจัยสนับสนุนให้มีการดำเนินการทั้งในระดับบุคคลและระดับนโยบาย ในระดับโลก นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันต่างๆ เช่น ห้องปฏิบัติการแห่งชาติโอ๊กริดจ์ (Oak Ridge National Laboratory) กำลังพัฒนาเทคนิคการรีไซเคิลและวัสดุใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและจำกัดการเกิดไมโครพลาสติก (yahoo.com) ส่วนนักวิจัยกลุ่มอื่นๆ กำลังสำรวจวิธีการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่เป็นวัสดุก่อสร้าง เช่น ยางมะตอย ในด้านการป้องกัน กลุ่มวิจัยเช่น คณะกรรมาธิการมินเดอรู-โมนาโก (Minderoo-Monaco Commission) เรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ สนับสนุนเงินทุนสำหรับการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว และกำหนดแนวทางที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้พลาสติกในสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำการตลาดสำหรับเด็กและนักกีฬา (PubMed: The Minderoo-Monaco Commission on Plastics and Human Health)
สำหรับผู้อ่านชาวไทย ข้อคิดที่นำไปปฏิบัติได้คือการเรียกร้องให้เฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต แม้ว่างานวิจัยจะยังตามสถานการณ์วิกฤตนี้ไม่ทันก็ตาม ทุกคนสามารถลดการสัมผัสได้โดยเลือกใช้ขวดน้ำแก้วหรือสแตนเลส สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติหากเป็นไปได้ และสนับสนุนธุรกิจที่ลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกให้น้อยที่สุด ผู้ปกครองและโค้ชควรให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ของไมโครพลาสติก โดยเฉพาะจากอุปกรณ์กีฬาและเครื่องดื่มบรรจุขวด ความพยายามในระดับชุมชนก็มีความสำคัญเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนการทำความสะอาดชายหาดและถนน การรณรงค์เพื่อนโยบายการรีไซเคิลที่เข้มงวดขึ้น และการเข้าร่วมโครงการให้ความรู้ กิจกรรมเหล่านี้สามารถช่วยจำกัดมลพิษจากไมโครพลาสติกตั้งแต่ต้นทางได้ เหนือสิ่งอื่นใด การติดตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ อยู่เสมอเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากความเสี่ยงและแนวทางแก้ไขใหม่ๆ มีแนวโน้มที่จะปรากฏขึ้นอีกในอนาคต
สำหรับตอนนี้ สารจากหน่วยงานด้านสุขภาพระดับโลกและของไทยนั้นชัดเจน: แม้ว่าองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะ “เพิ่งเริ่มต้น” แต่ถึงเวลาแล้วสำหรับการดำเนินการและการให้ความรู้ การทำความเข้าใจถึงการสัมผัสในชีวิตประจำวันของเราและการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ จะช่วยให้คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาหรือไม่ก็ตาม สามารถมีส่วนร่วมในการปกป้องสุขภาพของตนเองและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศได้
แหล่งข้อมูล:
- Researchers make disturbing discovery after analyzing athletes’ bodies
- Microplastics in human health – Wikipedia
- What Are Microplastics Doing to Our Bodies? – The New York Times
- New Evidence Links Microplastics with Chronic Disease – ScienceDaily
- Microplastics everywhere: Are we facing a new health crisis? – World Economic Forum
- The Minderoo-Monaco Commission on Plastics and Human Health – PubMed