เฮเลน เมียร์เรน นักแสดงระดับตำนานวัย 79 ปี กำลังสร้างแรงบันดาลใจ ด้วยการออกมาย้ำว่าผู้สูงวัยควรหันมาออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดี เธอยืนยันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะปล่อยปละละเลยร่างกาย พร้อมแชร์กิจวัตรส่วนตัวที่ได้ไอเดียมาจากการฝึกทหาร ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาวิจัยมากมายที่ชี้ชัดว่า การเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอมีประโยชน์มหาศาลต่อผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ

มุมมองของเฮเลน เมียร์เรน ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ ของคนดัง แต่ยังตอกย้ำสิ่งที่แวดวงสุขภาพทั่วโลกทราบกันดีอยู่แล้ว งานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก รวมถึงที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชั้นนำอย่าง The Lancet และ British Medical Journal ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ เสริมสร้างสุขภาพจิต และส่งผลให้อายุยืนยาวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเพิ่งมาเริ่มออกกำลังกายตอนอายุมากแล้วก็ตาม ผลการทบทวนงานวิจัยปี 2022 ในวารสาร Sports Medicine พบว่าผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หากออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะสมองเสื่อมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ประเด็นนี้ยิ่งทวีความสำคัญเมื่อหันมามองสถานการณ์ประชากรในบ้านเรา ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2566 ชี้ว่า เกือบ 1 ใน 5 ของคนไทยมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และตัวเลขนี้คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นอีกในทศวรรษข้างหน้า สวนทางกับอัตราการเกิดที่ลดลงและอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้น (<http:>) หน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยจึงหันมาให้ความสำคัญกับแนวคิด “การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ” (active aging) มากขึ้น เพื่อเป็นนโยบายหลักในการรับมือกับภาระโรคเรื้อรังและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ

“การไม่ขยับร่างกาย หรือขาดการออกกำลังกาย ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญอันดับต้นๆ ของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในผู้สูงอายุไทยเลยทีเดียว” ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสุขภาพจากกระทรวงสาธารณสุขท่านหนึ่งให้ความเห็น ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค () ก็สะท้อนปัญหาเดียวกัน โดยพบว่ามีผู้สูงอายุไทยวัย 60 ปีขึ้นไปเพียง 37% เท่านั้น ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) นั่นหมายความว่าประชากรกลุ่มใหญ่ยังคงเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่างๆ มากมาย

รูปแบบการออกกำลังกายของเฮเลน เมียร์เรน ที่มีข่าวว่าประยุกต์มาจากการฝึกแบบทหาร เน้นท่าที่คล้ายกับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน (functional movements) การใช้น้ำหนักตัวต้านทาน (body weight exercises) และการฝึกการทรงตัว นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้สูงวัย นักกายภาพบำบัดท่านหนึ่งอธิบายว่า การออกกำลังกายลักษณะนี้ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ความหนาแน่นของมวลกระดูก และที่สำคัญคือช่วยป้องกันการหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บรุนแรงในผู้สูงอายุ งานวิจัยทางคลินิกชิ้นใหม่ () ที่ตีพิมพ์ในปี 2023 แสดงให้เห็นว่า การฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรง (resistance training) ควบคู่ไปกับการฝึกทรงตัว สามารถลดความเสี่ยงในการหกล้มของผู้ใหญ่วัย 70 ปีขึ้นไปได้ถึง 44% นับเป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงอัตราการเกิดกระดูกสะโพกหักที่ค่อนข้างสูงในกลุ่มผู้สูงวัยชาวไทย

การที่เมียร์เรนออกมาพูดเรื่องนี้ ยังช่วยทลายกำแพงทางความคิดที่ผู้สูงอายุหลายคนเผชิญอยู่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ ท่านหนึ่งอธิบายว่า “หลายคนมักจะรู้สึกกลัวหรือไม่มั่นใจที่จะเริ่มออกกำลังกายเมื่ออายุมากขึ้น แต่จริงๆ แล้ว แค่เพิ่มการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เช่น เดินให้เร็วขึ้น หรือออกกำลังกายเบาๆ ที่บ้าน ก็สร้างความแตกต่างได้มาก หัวใจสำคัญคือ ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นดูแลตัวเอง”

วัฒนธรรมไทยที่ให้ความเคารพนับถือผู้สูงอายุเป็นทุนเดิม ถือเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีเยี่ยมในการส่งเสริมให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง กิจกรรมที่คุ้นเคยกันดีอย่างการเต้นแอโรบิกหมู่ตามสวนสาธารณะในตอนเช้า หรือการเดินจงกรมตามหลักพระพุทธศาสนา ก็ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้ผู้สูงอายุได้ขยับเขยื้อนร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า “เราควรส่งเสริมให้ผู้สูงอายุผสมผสานองค์ความรู้ด้านการออกกำลังกายสมัยใหม่เข้ากับกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบไทยๆ” ท่านได้ยกตัวอย่างคลาสโยคะและไทเก็กที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่

เมื่อมองไปข้างหน้า ทั้งผู้เชี่ยวชาญและผู้กำหนดนโยบายต่างเห็นพ้องต้องกันว่า จำเป็นต้องสร้างทางเลือกในการออกกำลังกายที่เข้าถึงง่ายและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะให้เอื้อต่อการใช้งาน จัดโปรแกรมออกกำลังกายในระดับชุมชน หรือเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายที่แตกต่างกันของผู้สูงอายุ แม้ว่าการออกกำลังกายผ่านช่องทางออนไลน์หรือโทรทัศน์จะกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นหลังช่วงการระบาดใหญ่และเป็นโอกาสใหม่ๆ แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล

สำหรับผู้อ่านชาวไทยทุกคน ข้อคิดสำคัญที่ได้จากเรื่องราวของเมียร์เรนและงานวิจัยล่าสุดนั้นชัดเจนมาก นั่นคือ การหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและช่วยให้มีอายุยืนยาวขึ้นได้อย่างแท้จริง กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเดินเป็นประจำทุกวัน ทำงานบ้านในระดับที่พอเหมาะ หรือเข้าร่วมกลุ่มออกกำลังกายใกล้บ้าน สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายใหม่ๆ เสมอ

ดังที่ เฮเลน เมียร์เรน กล่าวไว้ “อย่าให้อายุมาเป็นข้ออ้าง” ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตอย่างกระปรี้กระเปร่าจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่ใช่แค่เพื่อสุขภาพของแต่ละบุคคล แต่เพื่อสุขภาวะที่ดีของสังคมโดยรวม

แหล่งข้อมูล: Sports Medicine: Physical Activity in Later Life สำนักงานสถิติแห่งชาติ: สถิติประชากรและเคหะ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข: สถิติสุขภาพผู้สูงอายุ งานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับการออกกำลังกายและการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ แนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) เกี่ยวกับกิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุ เฮเลน เมียร์เรน วัย 79 ปี กล่าวว่าอายุไม่ใช่ข้ออ้างในการงดออกกำลังกาย</http:>