ประเด็นสุขภาพด้านการเจริญพันธุ์ของผู้ชายกำลังเป็นที่จับตามองและกระตุ้นให้เกิดการศึกษาค้นคว้าครั้งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า ภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายได้กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่มองข้ามไม่ได้ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย ข้อมูลล่าสุดเผยว่า คุณภาพของอสุจิมีความเปราะบางอย่างมากต่อวิถีชีวิต สุขภาพระบบเผาผลาญ หรือแม้แต่โรคติดเชื้ออย่างโควิด-19 เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ชายไทยและครอบครัวหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น
เป็นเวลานานหลายสิบปีที่การพูดคุยเรื่องภาวะมีบุตรยากมักพุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงเป็นหลัก แต่ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทั่วโลกและคลินิกชั้นนำอย่าง Banner Health ในสหรัฐอเมริกา ชี้ว่า ปัจจัยจากฝ่ายชายมีส่วนเกี่ยวข้องเกือบครึ่งหนึ่งของเคสภาวะมีบุตรยากทั้งหมด งานวิจัยใหม่ที่ผ่านการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ชั้นนำของออสเตรเลียยังพบด้วยว่า จำนวนอสุจิของผู้ชายทั่วโลกลดลงถึงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ยุค 1980 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากสาเหตุซับซ้อนหลายปัจจัย ที่เพิ่งจะเริ่มมีการไขความกระจ่างกันในปัจจุบัน (Banner Health)
แนวโน้มดังกล่าวนับว่าน่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย ที่ซึ่งการสร้างครอบครัวถือเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตและวัฒนธรรม อัตราการเจริญพันธุ์ของผู้ชายที่ลดลงไม่เพียงสร้างความทุกข์ใจให้คู่รักที่อยากมีลูกเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงหน่วยงานสาธารณสุขที่กำลังพยายามแก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดต่ำลงของประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่น้อยกว่า 1.5 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็นเพื่อทดแทนประชากร (2.1 คน) อย่างน่าใจหาย (Mirage News) และในขณะที่คู่รักชาวไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ความต้องการแนวทางป้องกันที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับจึงมีสูงขึ้นกว่าที่เคย
หนึ่งในข้อค้นพบที่น่าสนใจที่สุดคือ นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าร่างกายผู้ชายสร้างอสุจิชุดใหม่ทุกๆ 30 ถึง 60 วัน ทำให้มันตอบสนองต่อปัจจัยแวดล้อมและรูปแบบการใช้ชีวิตได้อย่างรวดเร็ว “เราพบว่าอสุจิสามารถตอบสนองได้ภายใน 60 วันต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น หรือการออกกำลังกายมากขึ้น” ผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ท่านหนึ่งกล่าวอ้างโดย MSN (MSN) ข้อมูลที่เผยแพร่ในปี 2025 ชี้ว่า เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเชิงบวก เช่น ปรับปรุงอาหาร ลดการดื่มแอลกอฮอล์หนัก เลิกบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ และเพิ่มการออกกำลังกาย ผู้ชายก็สามารถฟื้นฟูภาวะเจริญพันธุ์ให้ดีขึ้นได้ในเวลาอันสั้น
ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมก็กำลังสร้างความท้าทายใหม่ๆ การเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามจากสิ่งแวดล้อม เช่น ไมโครพลาสติก โลหะหนัก และสารเคมีรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ มีความเชื่อมโยงกับคุณภาพอสุจิที่แย่ลง ดังที่ปรากฏในงานทบทวนวรรณกรรมข้ามชาติปี 2024 ซึ่งตีพิมพ์ใน PubMed (PubMed) แม้จะยังไม่สามารถชี้ชัดถึงสาเหตุเดียวได้ แต่การสัมผัสสะสมจากมลพิษในเมือง อาหารและน้ำที่ปนเปื้อน รวมถึงความเสี่ยงจากการทำงาน ดูเหมือนจะมีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วเช่นประเทศไทย
นอกจากนี้ โรคติดเชื้อต่างๆ ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ของผู้ชายได้เช่นกัน การศึกษาตามแนวยาวล่าสุดยืนยันว่า การติดเชื้อโควิด-19 สามารถลดจำนวนและการเคลื่อนไหวของอสุจิได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสียหายของดีเอ็นเอในเซลล์อสุจิด้วย (News-Medical.Net) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยกำลังจับตาดูแนวโน้มเหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดยโรงพยาบาลและคลินิกมีบุตรยากในไทยหลายแห่งรายงานว่า มีผู้ป่วยชายเข้ามาขอรับการประเมินหลังติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นในหมู่ประชาชน
ปัจจัยสำคัญอีกประการคือสุขภาพจิตและอารมณ์ ความเครียดจากการทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องเดินทางบ่อย หรือมีชั่วโมงทำงานไม่แน่นอน ซึ่งพบได้ทั่วไปในหมู่คนทำงานชาวไทย มีความเชื่อมโยงกับการรบกวนสมดุลฮอร์โมนและการทำงานของระบบสืบพันธุ์ ดังที่พบในการศึกษาแบบกลุ่มขนาดใหญ่จากออสเตรเลีย (Mirage News) แรงกดดันเหล่านี้ยิ่งซ้ำเติมด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น การแต่งงานช้าลง และแนวโน้มที่จะมีครอบครัวขนาดเล็กลง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมที่เห็นในประเทศไทย
เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก The University of Western Australia กำลังร่วมมือกับ Raine Study ซึ่งเป็นโครงการวิจัยระยะยาวที่ติดตามครอบครัวต่างๆ ข้ามรุ่น เพื่อระบุว่าสุขภาพ วิถีชีวิต และสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมตลอดช่วงชีวิต ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างไร “แนวทางนี้ช่วยให้นักวิจัย… สามารถเจาะลึกถึงปัจจัยทางชีวภาพ วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้” ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Raine Study อธิบาย การวิจัยระยะยาวเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้กำหนดนโยบาย นักการศึกษา และผู้ขับเคลื่อนด้านสุขภาพของไทย ที่ต้องการพัฒนามาตรการและระบบสนับสนุนที่เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรม
ทัศนคติเดิมๆ ในสังคมไทยมักไม่ค่อยส่งเสริมให้ผู้ชายเข้ารับการดูแลสุขภาพด้านการเจริญพันธุ์เท่าที่ควร เนื่องจากแนวคิดเรื่องความเป็นชายและความเป็นส่วนตัวที่ฝังรากลึก ความลังเลทางวัฒนธรรมนี้กำลังถูกท้าทาย เมื่อมีการรณรงค์ด้านสาธารณสุขที่กระตุ้นให้ชายไทยเข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพการเจริญพันธุ์และสุขภาพโดยรวมของตนเองอย่างจริงจังมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวทางสากล เช่น คลินิกเฉพาะทางสำหรับผู้ชายในโลกตะวันตก ซึ่งสร้างบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและปราศจากการตีตรา ให้ผู้ชายสามารถพูดคุยเรื่องภาวะเจริญพันธุ์และปัญหาสุขภาพทางเพศได้อย่างสบายใจ
มองไปข้างหน้า การผนวกรวมกันของความเสี่ยงด้านวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และโรคติดเชื้อ มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายลดลงต่อไปอีก หากไม่มีมาตรการป้องกันที่จริงจัง ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้แต่เนิ่นๆ การตรวจสุขภาพเป็นประจำ และการลดอคติหรือการตีตราเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยากในชาย ในบริบทของไทย การบูรณาการการศึกษาเรื่องภาวะเจริญพันธุ์เข้ากับหลักสูตรสุขศึกษาในโรงเรียนและการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในที่สาธารณะ ซึ่งอาจร่วมมือกับสถาบันทางศาสนาที่น่าเชื่อถือ หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาจช่วยเข้าถึงชายหนุ่มและทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของไทยแนะนำสำหรับผู้ชายที่วางแผนจะมีบุตรว่า ควร: รับประทานอาหารที่สมดุล เน้นธัญพืชเต็มเมล็ด ผัก และผลไม้ รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่และยาเสพติด จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ลดการสัมผัสสารพิษทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน และจัดการความเครียดด้วยการฝึกสติหรือออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง การควบคุมและรักษาอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าภาวะเหล่านี้ส่งผลเสียต่อคุณภาพอสุจิโดยตรง
โดยสรุป สุขภาพการเจริญพันธุ์ของผู้ชายมีความสำคัญต่ออนาคตทางประชากรของประเทศไทยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิง และเมื่องานวิจัยใหม่ๆ ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพอสุจิสามารถตอบสนองต่อการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในเชิงบวกได้อย่างรวดเร็ว ชายไทยจึงมีพลังที่จะดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ครอบครัว และสังคม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ต่างกระตุ้นให้ชายไทยทุกคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือสถานะสมรสเป็นอย่างไร มองว่าภาวะเจริญพันธุ์ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลส่วนตัว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันและเป็นส่วนสำคัญของการมีสุขภาวะที่ดี
สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหา ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยากในโรงพยาบาลชั้นนำของไทย ซึ่งหลายแห่งมีบริการตรวจประเมินที่ครอบคลุมและเป็นส่วนตัว การพูดคุยอย่างเปิดอกกับคู่รักและครอบครัว ควบคู่ไปกับคำแนะนำทางการแพทย์ที่ถูกต้องตามหลักฐานเชิงประจักษ์ สามารถช่วยลดความเครียด เพิ่มโอกาสความสำเร็จ และทำให้ความฝันในการสร้างครอบครัวไทยที่แข็งแรงสมบูรณ์เป็นจริงได้สำหรับทุกคน
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเอกสารอ้างอิง โปรดดู: