ท่ามกลางแสงสีเสียงในสนามกีฬาทั่วโลก คริส มาร์ติน นักร้องนำวงร็อกชื่อดัง Coldplay เลือกที่จะกล้าเปิดเผยความเปราะบางในใจตัวเอง ผ่านคลิปเปิดใจหลังคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง ซึ่งเขาเล่าถึงการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า พร้อมแชร์เทคนิคและข้อมูลต่างๆ ให้แฟนเพลงทั่วโลกได้รับรู้ “ช่วงหลังๆ นี้ ผมสังเกตว่ามีหลายคนเลย รวมถึงตัวผมเองด้วย ที่กำลังเจอกับภาวะซึมเศร้า” เขาเล่า พร้อมเผยถึงวิธีและกิจวัตรส่วนตัวที่ช่วยให้ก้าวผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ ความจริงใจของศิลปินชาวอังกฤษครั้งนี้ ได้จุดประเด็นให้เกิดการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตในวงกว้างไปทั่วโลก ช่วยลดทัศนคติแง่ลบและทลายกำแพงความเงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงได้มาก
สำหรับคนไทยหลายคน การเปิดเผยของมาร์ตินน่าจะโดนใจเป็นพิเศษ เพราะในสังคมไทยและเอเชียโดยรวม ยังมีความเชื่อผิดๆ และความไม่เข้าใจเรื่องสุขภาพจิตอยู่ไม่น้อย คำว่า “อ่อนแอ” ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนกลัวเมื่อคิดจะขอความช่วยเหลือหรือยอมรับว่าตนเองมีอาการซึมเศร้า ทั้งที่ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า ปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า เป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ ที่บั่นทอนความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนทุกเพศทุกวัย กรมสุขภาพจิตระบุว่า มีคนไทยอย่างน้อย 1.5 ล้านคน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า แต่ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก พญ.กฤษณา ทองแท้ จิตแพทย์ชาวไทย ให้ความเห็นว่า “การที่คนมีชื่อเสียงอย่างคุณมาร์ตินกล้าออกมาพูดเรื่องนี้ จะช่วยให้คนทั่วไปกล้าที่จะเปิดใจพูดคุยและขอความช่วยเหลือมากขึ้น” (ที่มา WHO)
ในคลิปดังกล่าว คริส มาร์ติน ได้แชร์ “เครื่องมือ” ที่เขาใช้ดูแลใจตัวเอง ทั้งตอนอยู่บนเวทีและในชีวิตประจำวัน เช่น การเขียนระบายความรู้สึกแบบไม่ต้องเซ็นเซอร์เป็นเวลา 12 นาที แล้วเผากระดาษทิ้ง เพื่อปลดปล่อยความคิดที่อัดอั้น, การทำสมาธิแบบ Transcendental Meditation (TM) ที่เขาชมว่า “ยอดเยี่ยม” โดยเฉพาะสำหรับวัยรุ่น, การฝึกหายใจตามเทคนิคในหนังสือ “The Oxygen Advantage”, การฟังอัลบั้ม “Music For Psychedelic Therapy” ของ Jon Hopkins และการดูหนังสร้างแรงบันดาลใจอย่าง “Sing Sing” “การเขียนระบายมันดีต่อใจมากๆ เลยนะ” มาร์ตินบอก ขณะที่แฟนคลับจำนวนมากเข้ามาแสดงความขอบคุณและชื่นชมในความกล้าหาญและจริงใจของเขาในช่องคอมเมนต์ “ขอบคุณที่กล้าเปิดใจและแสดงความเปราะบางออกมา” คือหนึ่งในคอมเมนต์ที่เห็นได้บ่อยๆ หลายคนยังชื่นชมแนวทางการให้กำลังใจของศิลปินวง Coldplay อีกด้วย (NDTV; OnlyMyHealth; Times of India)
ความกล้าเปิดใจของมาร์ตินไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เสียทีเดียวในวงการดนตรี เพราะศิลปินอาชีพมักต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาลทั้งหน้าฉากและหลังฉาก ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลสูงกว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความเครียดในการแสดง ตารางงานที่ไม่แน่นอน และผลกระทบจากชื่อเสียง (PubMed: Musician mental health) การที่คนดังระดับโลกออกมาพูดถึงปัญหาเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา ช่วยให้ใครอีกหลายคน ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่กำลังต่อสู้กับปัญหานี้เงียบๆ รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว “การที่คนดังเปิดใจเรื่องสุขภาพจิต ส่งผลบวกต่อวัยรุ่นอย่างเห็นได้ชัด คนรุ่นใหม่กล้าที่จะไปขอความช่วยเหลือมากขึ้น” ดร.พรพิมล ปัญญานิ่ม นักจิตวิทยา ให้สัมภาษณ์กับสื่อในกรุงเทพฯ (Financial Express)
ปรากฏการณ์จากคลิปนี้ยังสะท้อนเทรนด์ที่เปลี่ยนไปทั้งในระดับโลกและในสังคมไทย ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ในไทยหันมาใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ระบายความรู้สึกและหาเพื่อนคุยมากขึ้น ขณะเดียวกัน โครงการอย่าง “โรงเรียนสุขภาพจิตดี” ก็พยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กๆ ได้พูดคุยเรื่องเหล่านี้ โรงพยาบาลชั้นนำอย่างรามาธิบดีและศิริราช ก็มีบริการสายด่วนและแอปพลิเคชันดูแลใจโดยเฉพาะ ซึ่งบางแอปฯ ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทรนด์ดูแลสุขภาพใจระดับโลกคล้ายกับที่มาร์ตินแนะนำ อย่างไรก็ดี แพทย์ไทยยังคงย้ำว่า สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรง การทำกิจกรรมดูแลใจหรือฝึกสมาธิเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ หรือใช้ยาตามความเหมาะสม (รายงานกระทรวงสาธารณสุข)
ปัญหาสุขภาพจิตในไทยยังมีรากฐานทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ฝังลึก สังคมไทยให้ความสำคัญกับการเก็บอารมณ์ และการ “รักษาหน้า” หรือไม่แสดงความทุกข์ให้คนอื่นเห็น แม้หลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนาและค่านิยมทางสังคมจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจให้หลายคน แต่ในทางกลับกัน ก็อาจกลายเป็นกำแพงที่ทำให้คนไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 ปัญหานี้กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จำนวนผู้โทรเข้าสายด่วนสุขภาพจิตเพิ่มสูงขึ้นมาก และในปี 2564 อัตราผู้มีอาการซึมเศร้าก็พุ่งสูงขึ้นกว่า 22% ตามรายงานของกรมสุขภาพจิต (WHO Thailand) “ทัศนคติต่อเรื่องนี้กำลังเปลี่ยนไป แต่ก็เป็นไปอย่างช้าๆ” รศ. ดร.ชมชื่น ลิ้มถาวร นักวิจัยด้านทัศนคติทางสังคมต่อสุขภาพจิต กล่าว “การที่ศิลปิน นักกีฬา และคนดังทั้งไทยและเทศกล้าออกมาเปิดเผยมากขึ้น ช่วยกระตุ้นให้สังคมเปิดรับและมอบความหวังให้ผู้คนได้”
ในขณะที่ทัวร์คอนเสิร์ต “Music of the Spheres” ของมาร์ตินยังคงเดินหน้าต่อไป เรื่องราวการเปิดใจของเขาก็ได้ส่งผลสะท้อนไปไกลกว่าแค่ในสนามกีฬา สำหรับแฟนเพลงชาวไทย หรือใครก็ตามที่กำลังเผชิญหน้ากับความทุกข์ในใจ เสียงของคนดังที่พูดเรื่องสุขภาพจิตอย่างจริงใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยผลักดันให้กล้าหันมาดูแลและเยียวยาตัวเอง หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับอาการซึมเศร้าต่อเนื่อง เช่น รู้สึกเศร้า ท้อแท้ เหนื่อยล้า ว่างเปล่า หรือมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือลองพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ ครู หรือบุคลากรทางการแพทย์ คุณอาจลองนำเทคนิคดูแลใจแบบที่มาร์ตินแนะนำไปปรับใช้ได้ แต่สิ่งสำคัญคือ “กำลังใจ” ซึ่งมักงอกงามจากความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นกับคนรอบข้าง นักจิตบำบัด หรือแม้แต่ศิลปินผ่านบทเพลงที่มอบพลังให้เรา
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและสายด่วน สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ กรมสุขภาพจิต หรือองค์กรอย่าง สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย (มีเบอร์โทรและข้อมูล) การเปิดใจของมาร์ตินเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เราทุกคนสามารถขอความช่วยเหลือและเป็นพลังใจให้กันและกันได้ หากเรื่องราวนี้เป็นแรงบันดาลใจให้คุณ ลองเริ่มจากการพูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือแชร์ความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดียของตัวเองดูก็ได้ เพราะบางครั้ง… ศิลปินก็เป็นเพียงผู้ที่มาย้ำเตือนเราว่า แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟ ก็ยังมีวันที่รู้สึกหลงทางได้เหมือนกัน และถ้าเราจับมือเดินไปด้วยกัน เราจะหาทางออกเจอเสมอ
แหล่งข้อมูล:
- NDTV: Watch: Coldplay Frontman Chris Martin Opens Up About Depression Struggles
- OnlyMyHealth: Chris Martin’s Personal Coping Strategies
- Times of India: Coldplay’s Chris Martin Opens Up About Depression in Candid Video
- Financial Express: Chris Martin opens up about depression, shares tips
- PubMed: Musician mental health celebrity depression stigma
- WHO Thailand: Mental health in Thailand
- Thai Ministry of Public Health on depression
- Samaritans of Thailand