พักหลังมานี้ มีงานวิจัยใหม่ๆ ออกมาท้าทายความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าเราควรกินอะไรถึงจะมีชีวิตยืนยาว สุขภาพแข็งแรงกันแน่ ล่าสุด เว็บไซต์ Earth.com ได้สรุปผลการศึกษาชิ้นใหม่ที่น่าสนใจว่า ถึงแม้โปรตีนจากเนื้อสัตว์จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วในระยะสั้น เช่น หลังป่วยไข้หรือบาดเจ็บ แต่วิถีการกินที่เน้นพืชผักเป็นหลักต่างหากที่ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญสู่การมีอายุยืนยาว เพราะช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆ และเพิ่มปีแห่งการมีชีวิตอยู่ได้ มุมมองที่เปลี่ยนไปนี้กำลังโยนคำถามใหญ่ให้สังคมไทย ทั้งในระดับครอบครัว คนทำงานด้านสุขภาพ ไปจนถึงคนกำหนดนโยบายต้องกลับมาขบคิดกันใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่โรคจากการกินอย่างโรคหัวใจและเบาหวาน กำลังระบาดหนักขึ้นในบ้านเรา

เรื่องนี้สำคัญกับคนไทยเรามากๆ เลยทีเดียว เพราะวัฒนธรรมอาหารดั้งเดิมของเราเน้นความสมดุล มีทั้งผักสด สมุนไพร และโปรตีนจากสัตว์อย่างหมู ไก่ ปลา ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี แต่ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมานี้ คนไทยเราหันไปนิยมอาหารฝรั่งที่เน้นเนื้อแดงและของแปรรูปกันมากขึ้น ซึ่งดันไปสอดคล้องกับตัวเลขผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พุ่งสูงขึ้นในบ้านเราเสียด้วย แหล่งข้อมูล

รายงานของ Earth.com ที่อ้างอิงงานวิจัยน่าเชื่อถือหลายชิ้น ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจครับ ด้านหนึ่ง โปรตีนจากสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อส่วนที่ไม่ติดมัน อุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือคนที่กำลังพักฟื้นจากอาการป่วย งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ JAMA Internal Medicine พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การได้รับโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณที่สูงพอ เกี่ยวข้องกับอัตราการเสียชีวิตที่ลดลง ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะโปรตีนสัตว์ช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ อันเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะร่างกายอ่อนแอเปราะบางได้

แต่พอมองในระยะยาว กลับกลายเป็นว่าอาหารที่เน้นโปรตีนจากพืชให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าในเรื่องอายุยืนยาวและการป้องกันโรคร้ายต่างๆ อาหารจากพืชอย่างถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเปลือกแข็ง เต้าหู้ และธัญพืชไม่ขัดสี อุดมไปด้วยไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ และสารพฤกษเคมี ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล คุมน้ำตาลในเลือด และลดการอักเสบในร่างกายได้ ผลการวิเคราะห์งานวิจัยหลายชิ้น (meta-analysis) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Medical Journal ชี้ว่า คนที่กินโปรตีนจากพืชเยอะๆ มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ ต่ำกว่าคนที่กินน้อยถึง 8-12% ดร. แฟรงก์ ฮู ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชื่อดังจากฮาร์วาร์ด ย้ำว่า “การกินโปรตีนจากพืชแทนโปรตีนจากสัตว์นั้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจที่ลดลงและอายุที่ยืนยาวขึ้น”

ถ้ามองในบริบทของบ้านเรา ผลวิจัยเหล่านี้ยิ่งน่าสนใจ เพราะมันสอดคล้องกับวิถีปฏิบัติทั้งในอดีตและปัจจุบันของเราเลย ทั้งหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนาและเทศกาลกินเจ ต่างก็เน้นย้ำถึงประโยชน์ของการกินพืชผักที่ดีต่อทั้งกายและใจมานานแล้ว แต่ก็น่าคิดว่า ในยุคนี้ กระแสความนิยมร้านปิ้งย่าง บุฟเฟต์ชาบู หมูกระทะ และเนื้อนำเข้าต่างๆ กำลังเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนเมือง จนกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า อัตราโรคอ้วนในบ้านเราพุ่งขึ้นถึง 30% ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการกินที่เปลี่ยนไปนี่เอง แหล่งข้อมูล

จริงๆ แล้ว วัฒนธรรมอาหารไทยเรานี่แหละ มีต้นทุนที่ดีเยี่ยมอยู่แล้วในการปรับเปลี่ยนไปสู่วิถีสุขภาพที่ดีขึ้น ลองนึกถึงเมนูเด็ดๆ อย่าง ส้มตำ ต้มยำเห็ด หรือข้าวยำปักษ์ใต้ ล้วนแต่เน้นพืชผักสมุนไพรเป็นหลัก ได้รสชาติจัดจ้านจากเครื่องเทศและเครื่องปรุง ไม่ได้พึ่งพาเนื้อสัตว์หรือไขมันมากมายอะไรเลย ความท้าทายอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ภูมิปัญญาดั้งเดิมเหล่านี้กลับมาโดนใจคนรุ่นใหม่ ที่มักจะเทใจให้อาหารจานด่วนและของแปรรูป ซึ่งมีงานวิจัยชี้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเกี่ยวพันกับอายุที่สั้นลงและโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การกินโปรตีนจากพืชยังดีต่อโลกมากกว่าด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรของไทยที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมภัยแล้งอยู่บ่อยครั้ง เพราะการผลิตเนื้อสัตว์นั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้ทรัพยากรมากกว่าการปลูกพืชเยอะมาก นักวิจัยเตือนว่า ความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพของคนไทยอาจจะกลายเป็นเรื่องเดียวกันในอนาคต ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยนการกินไปสู่วิถีที่เน้นพืชผักและยั่งยืนมากขึ้น แหล่งข้อมูล

แล้วเราควรกินอย่างไรดี? นักโภชนาการแนะนำว่า ทางที่ดีคือการกินอย่างสมดุลและหลากหลาย โดยดึงเอาจุดเด่นของอาหารทั้งสองแบบมาปรับใช้ สำหรับบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีปัญหาสุขภาพเร่งด่วน การได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์อย่างเพียงพอก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การค่อยๆ ปรับมากินธัญพืชไม่ขัดสี ผักตามฤดูกาล ถั่วต่างๆ และอาหารพื้นบ้านที่เน้นสมุนไพรให้มากขึ้น จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพของเราเองและต่อโลกใบนี้ด้วย

ดร. สุพร พงศ์นพาง นักกำหนดอาหารในกรุงเทพฯ แนะนำว่า “ลองปรับเปลี่ยนเมนูให้สมดุล ลดเนื้อสัตว์ลงบ้าง เพิ่มผัก ถั่ว ธัญพืชให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว”

สำหรับครอบครัวไหนที่อยากปรับเปลี่ยนการกินเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ลองเริ่มง่ายๆ อย่างการเปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง เติมเต้าหู้หรือเทมเป้ลงในแกงต่างๆ หรือลองหันกลับไปชิมเมนูผักพื้นบ้านอร่อยๆ ดูบ้าง การรณรงค์ให้ความรู้ การปรับปรุงเมนูอาหารกลางวันในโรงเรียน หรือการจัดอบรมเรื่องโภชนาการในชุมชน ก็เป็นอีกแรงที่ช่วยส่งเสริมพฤติกรรมเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่คนนิยมกินอาหารแปรรูปกันมาก

ในยุคที่ข้อมูลเรื่องกินเพื่อสุขภาพอาจจะดูสับสนไปบ้าง แต่ข้อความสำคัญจากงานวิจัยล่าสุดนี้ค่อนข้างชัดเจนครับ: แม้โปรตีนจากเนื้อสัตว์จะมีประโยชน์ในการฟื้นฟูร่างกายระยะสั้น แต่สำรับกับข้าวไทยที่อุดมไปด้วยพืชผักสมุนไพรนี่แหละ คือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรงอย่างแท้จริง หากคนไทยเราหันกลับมาเห็นคุณค่าภูมิปัญญาอาหารของบรรพบุรุษให้มากขึ้น เราอาจพบว่าสิ่งนี้ไม่เพียงช่วยบำรุงสุขภาพกาย แต่ยังช่วยสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเราไปพร้อมๆ กัน

ใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรืออยากลองปรับเปลี่ยนการกินดูบ้าง ลองปรึกษาคุณหมอหรือนักโภชนาการใกล้บ้าน หรือเข้าไปดูข้อมูลดีๆ ที่น่าเชื่อถือได้ที่เว็บไซต์ของ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)

แหล่งข้อมูล: