งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิ้นล่าสุดตอกย้ำความน่ากลัวของภัยไมโครพลาสติกที่มีต่อสุขภาพ โดยชี้ว่ามลพิษจิ๋วที่มองแทบไม่เห็นเหล่านี้ อาจเป็นตัวการเร่งให้เซลล์ในร่างกายของเราแก่ตัวเร็วขึ้น! ตามรายงานจาก Earth.com การสัมผัสไมโครพลาสติกไม่ได้เป็นแค่ภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังอาจกระตุ้นให้เซลล์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวของผู้คนทั่วโลก รวมถึงคนไทยอย่างเราๆ ด้วย (Earth.com)

ไมโครพลาสติก หรืออนุภาคพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรนั้น แทรกซึมอยู่ทั่วไปหมด ตั้งแต่ในมหาสมุทร อากาศที่เราหายใจเข้าไป หรือแม้กระทั่งในเลือดและอวัยวะภายในร่างกายมนุษย์ สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีชายฝั่งทะเลยาวเหยียดและวัฒนธรรมการกินอาหารทะเลที่แพร่หลาย ยิ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษต่อมลพิษจากไมโครพลาสติก ไม่ว่าจะจากปัญหาขยะพลาสติกในแหล่งน้ำต่างๆ หรือความท้าทายในการจัดการขยะพลาสติกในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ ที่ผ่านมา มีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างการได้รับไมโครพลาสติก (ซึ่งมักปนเปื้อนมากับน้ำดื่ม อาหารทะเล โดยเฉพาะหอย หรือแม้แต่ในเกลือ) กับความเสี่ยงด้านสุขภาพ แต่เพิ่งไม่นานมานี้เองที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มเจาะลึกถึงผลกระทบในระดับเซลล์ได้

ผลการศึกษาล่าสุดจากทีมนักวิจัย ซึ่งได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ได้ศึกษาปฏิกิริยาระหว่างไมโครพลาสติกกับเซลล์มนุษย์ พบว่าการสัมผัสกับอนุภาคเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เซลล์เกิดภาวะเครียด เพิ่มการอักเสบ และรบกวนการทำงานปกติของเซลล์ ที่น่ากังวลที่สุดคือ ข้อมูลบ่งชี้ว่าไมโครพลาสติกอาจเร่งให้เทโลเมียร์ (Telomere) ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันส่วนปลายของโครโมโซม หดสั้นลง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ความชราภาพที่รู้จักกันดี และเชื่อมโยงกับโรคภัยไข้เจ็บที่มาพร้อมอายุที่มากขึ้น เช่น มะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคความเสื่อมของระบบประสาท ดร. เลสลี ทอมป์สัน (Dr. Leslie Thompson) นักพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมที่ศึกษาเรื่องนี้ อธิบายว่า “ยิ่งเราศึกษาเรื่องไมโครพลาสติกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นชัดว่าผลกระทบของมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องมลพิษสิ่งแวดล้อม แต่มันยังทำตัวเหมือนสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่เข้าไปปั่นป่วนกลไกพื้นฐานในร่างกายเราได้” (National Geographic) แม้ว่างานวิจัยนี้จะทดลองในเซลล์เพาะเลี้ยง แต่กลไกที่ค้นพบก็นับเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับคนทั่วโลกที่ต้องสัมผัสกับไมโครพลาสติกสะสมไปนานๆ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยกำลังจับตางานวิจัยเกี่ยวกับไมโครพลาสติกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังจากมีรายงานการตรวจพบไมโครพลาสติกในแม่น้ำเจ้าพระยาและในห่วงโซ่อาหารทะเลแถบชายฝั่ง ข้อมูลประเมินล่าสุดจากกรมควบคุมมลพิษชี้ว่า คนไทยที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองอาจได้รับไมโครพลาสติกเข้าร่างกายมากถึงหลายหมื่นชิ้นต่อปีผ่านทางอาหารและเครื่องดื่ม (Bangkok Post) สถิตินี้ ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของงานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้ แม้ผลกระทบระยะยาวจะยังต้องศึกษาเพิ่มเติม แต่หลักฐานเบื้องต้นที่เชื่อมโยงไมโครพลาสติกกับการเร่งเซลล์ให้แก่เร็วขึ้น ก็ยิ่งกระตุ้นให้ต้องเร่งปรับปรุงระบบจัดการขยะและออกมาตรการควบคุมพลาสติกที่เข้มข้นขึ้นในเขตเทศบาลและเมืองต่างๆ ของไทย

หากมองย้อนไป การเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งพุ่งสูงขึ้น โครงการรณรงค์อย่าง “ลด ละ เลิก ใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง” (Zero Single-Use Plastic) ถือเป็นความพยายามหนึ่งในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม แต่การบังคับใช้ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง แม้หลักธรรมทางพุทธศาสนาจะสอนให้เราใช้ชีวิตกลมกลืนกับธรรมชาติ หรือแนวคิด “สะอาดใจสะอาดกาย” แต่ในชีวิตจริง สังคมไทยยังพึ่งพาพลาสติกอย่างหนัก ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้งภาครัฐและประชาชนต้องร่วมกันทบทวนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า หากยังไม่มีมาตรการลดขยะพลาสติกที่จริงจัง รวมถึงการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียให้กรองอนุภาคขนาดเล็กได้ดีขึ้น เราก็จะยิ่งเสี่ยงสัมผัสไมโครพลาสติกมากขึ้นไปอีก ขณะนี้นักวิจัยด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ริเริ่มโครงการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพคนไทยโดยตรง โดยเก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ และเนื้อเยื่อ เพื่อตรวจหาไมโครพลาสติกและสารบ่งชี้การอักเสบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจช่วยให้เราเข้าใจชัดเจนขึ้นว่า การได้รับไมโครพลาสติกที่เชื่อมโยงกับการแก่ของเซลล์นั้น จะส่งผลให้คนไทยเสี่ยงต่อโรคความเสื่อมตามวัยมากขึ้น หรือทำให้อายุขัยเฉลี่ยสั้นลงในระยะยาวหรือไม่

แล้วเราคนไทยจะทำอะไรได้บ้าง? เริ่มง่ายๆ ด้วยการสนับสนุนโครงการลดใช้พลาสติกในบ้านเรา หันมาใช้ภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ ลดการกินอาหารแปรรูปและอาหารที่บรรจุในหีบห่อพลาสติก ซึ่งมักพบการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก ในระดับชุมชน การเข้าร่วมกิจกรรมเก็บขยะในพื้นที่ หรือช่วยกันผลักดันให้มีระบบรีไซเคิลที่ดีขึ้น ก็สามารถช่วยลดปริมาณพลาสติกที่จะไหลลงสู่แม่น้ำลำคลองและทะเลได้ ในขณะที่นักวิจัยยังคงศึกษาเรื่องนี้ต่อไป การติดตามข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำด้านสุขภาพใหม่ๆ รวมถึงการสนับสนุนนโยบายที่จะช่วยลดมลพิษจากพลาสติก ล้วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องสุขภาพของเราและรักษาระบบนิเวศอันล้ำค่าของไทย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อ่านได้ที่: