ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ดีฉันเป็นอุบาสิกาของพระผู้มีจักษุ [พระพุทธเจ้า] ได้งดเว้นการฆ่าสัตว์ งดเว้นการลักทรัพย์ ไม่ดื่มน้ำเมา ไม่พูดเท็จ ยินดีกับสามีของตน มีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อบริจาคข้าวน้ำได้ถวายเป็นทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ

ทุติยปติพพตาวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๑๒. ทุติยปติพพตาวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ซื่อสัตย์ต่อสามี เรื่องที่ ๒

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

             [๑๐๑] เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เธอสถิตอยู่ในวิมานน่ารื่นรมย์ เสาทำด้วยแก้วไพฑูรย์อันน่ารื่นรมย์ เปล่งแสงเรืองรอง งามผุดผ่อง เธอแสดงฤทธิ์ได้หลากหลาย เทพอัปสรเหล่านี้ก็ฟ้อนรำ ขับร้อง และให้ความบันเทิงอยู่รอบๆ เธอ

             [๑๐๒] เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ จึงได้สำเร็จเป็นเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ เพราะบุญอะไรจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๑๐๓] เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า

             [๑๐๔] เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นอุบาสิกาของพระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระจักษุ ดิฉันงดเว้นจากฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ในโลก

             [๑๐๕] พอใจเฉพาะสามีของตน ไม่กล่าวเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา มีจิตเลื่อมใสได้ถวายข้าวและน้ำ เป็นทานอย่างเหลือเฟือโดยเคารพ

             [๑๐๖] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน

             [๑๐๗] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ทุติยปติพพตาวิมานที่ ๑๒ จบ

------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑

๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒

               อรรถกถาทุติยปติพพตาวิมาน               

               ทุติยปติพพตาวิมานนั้น เกิดขึ้นอย่างไร?
               ดังได้สดับมา อุบาสิกาผู้หนึ่งในกรุงสาวัตถี เป็นผู้ซื่อตรงต่อสามี มีความเชื่อเลื่อมใส [ในพระรัตนตรัย] รักษาศีล ๕ ทำให้บริสุทธิ์ และได้ให้ทานตามสมควรแก่ทรัพย์สมบัติ ตายแล้วก็ไปบังเกิดในภพดาวดึงส์.
               คำที่เหลือมีนัยที่กล่าวมาแล้วในหนหลังทั้งนั้น.
               ท่านพระโมคคัลลานะถามว่า
               ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก ท่านขึ้นวิมานมีเสาเป็นแก้วไพฑูรย์ น่ารื่นใจ มีรัศมีผ่องใส งดงามมาก ท่านก็นั่งอยู่ในวิมานนั้น สำแดงฤทธิ์ได้แปลกๆ ทั้งสูงและต่ำ เทพอัปสรเหล่านี้ก็ฟ้อนรำขับร้องและรื่นเริงรอบๆ ท่าน.
               ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก ท่านก็บรรลุเทวฤทธิ์แล้ว ท่านครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทวดาองค์นั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถาม ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้
               เทวดาองค์นั้นได้กล่าวตอบว่า
                ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ดีฉันเป็นอุบาสิกาของพระผู้มีจักษุ [พระพุทธเจ้า] ได้งดเว้นการฆ่าสัตว์ งดเว้นการลักทรัพย์ ไม่ดื่มน้ำเมา ไม่พูดเท็จ ยินดีกับสามีของตน มีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อบริจาคข้าวน้ำได้ถวายเป็นทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ.
                  เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.
                   ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอกแก่ท่าน ดีฉันครั้งเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใด เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               

               จบอรรถกถาทุติยปติพพตาวิมาน               
               -----------------------------------------------------