เดี๋ยวนี้ไปไหนๆ ก็เจอแต่คนพูดเรื่องการกินโปรตีน ทั้งชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ตที่อัดแน่นไปด้วยสินค้าเสริมโปรตีน หรือกระแสสุขภาพที่มาแรงในโซเชียลมีเดีย แต่จริงๆ แล้ว เราต้องการโปรตีนมากน้อยแค่ไหนกันแน่? แล้วที่บรรดาอินฟลูเอนเซอร์บอกว่าคำแนะนำปัจจุบันมันน้อยไปน่ะ จริงหรือเปล่า? ล่าสุด The New York Times ได้ลงไปขุดคุ้ยคำถามเหล่านี้ เจาะลึกงานวิจัยเพียบ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไขข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องการกินโปรตีนที่กำลังฮิตกันอยู่ตอนนี้
สำหรับคนไทย การทำความเข้าใจเรื่องโปรตีนให้ถ่องแท้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะบ้านเรากำลังปรับตัวเข้ากับเทรนด์อาหารใหม่ๆ แถมยังเจอปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โปรตีนจึงเป็นหัวใจสำคัญทั้งต่อสุขภาพของแต่ละคนและนโยบายโภชนาการของประเทศ การแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากข้อมูลสุขภาพที่ถาโถมเข้ามาจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
ปัจจุบัน คำแนะนำหลักๆ จากรัฐบาลสหรัฐฯ บอกว่าผู้ใหญ่สุขภาพดีควรกินโปรตีนอย่างน้อยวันละ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งสวนทางกับคำกล่าวอ้างของอินฟลูฯ สายสุขภาพและคนดังบางคน อย่าง ดร. ปีเตอร์ แอทเทีย และ ดร. แกเบรียล ไลออน ที่เชียร์ให้กินโปรตีนเยอะกว่านั้นมาก แต่นักวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการส่วนใหญ่กลับมองว่า คำแนะนำดังกล่าวนั้นเพียงพอสำหรับความต้องการพื้นฐานของคนทั่วไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ถึงแม้คนที่เล่นเวทหนักๆ หรือกำลังพยายามลดน้ำหนักอาจจะได้ประโยชน์จากการกินโปรตีนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่การกินเพิ่มเป็นสามเท่าอย่างที่บางคนแนะนำนั้น ส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นเลย
จริงๆ แล้ว งานวิจัยชี้ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่กินโปรตีนเกินกว่าคำแนะนำเหล่านี้อยู่แล้ว โดยผู้ชายกินเกินไปถึง 55% ส่วนผู้หญิงเกินไป 35% เทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่าทั่วโลกให้ความสำคัญกับโปรตีนมากขึ้น รวมถึงในไทยด้วย ที่เราจะเห็นอาหารโปรตีนสูงถูกโปรโมตอย่างหนักเพื่อให้เข้ากับกระแสรักสุขภาพยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม ดร. แนนซี โรดริเกซ จากมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต ชี้ว่า ภาวะขาดโปรตีนไม่ได้เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าแค่กินอาหารให้สมดุล คนส่วนใหญ่ก็มักจะได้รับโปรตีนเพียงพออยู่แล้ว
ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับโปรตีนเพียงพอเสมอไป ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงสำหรับกลุ่มวัยรุ่นหญิง ผู้หญิง และผู้สูงอายุ ที่อาจจะต้องปรับการกินเพื่อเลี่ยงภาวะขาดโปรตีน ผู้สูงอายุชาวไทยเองก็เหมือนกับชาวตะวันตก ที่อาจต้องการโปรตีนสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยชะลอการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามวัย แต่ก็ควรกินโปรตีนเพิ่มควบคู่ไปกับการกินอาหารที่หลากหลายและสมดุล
นอกจากนี้ การเน้นกินแต่โปรตีนมากไปก็ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจตามมาด้วย การพึ่งพาโปรตีนจากสัตว์มากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังทำให้ความหลากหลายทางโภชนาการลดลง เพราะเราอาจจะละเลยอาหารสำคัญอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี ซึ่งล้วนเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารไทยดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่แล้ว
เมื่อมองถึงประโยชน์มากมายของโปรตีน ตั้งแต่การสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยลดน้ำหนัก ไปจนถึงการมีสุขภาพที่ดีในวัยชรา กุญแจสำคัญก็คือ “ความพอดี” และการปรับให้เข้ากับเป้าหมายและสภาวะสุขภาพของแต่ละคน สังคมไทยซึ่งมีวัฒนธรรมและวิถีการกินที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถนำความเข้าใจเรื่องโปรตีนที่ลึกซึ้งนี้มาปรับใช้ แทนที่จะไหลตามกระแสที่บอกว่าดีสำหรับทุกคนไปเสียหมด
มองไปข้างหน้า ประเด็นถกเถียงเรื่องโปรตีนนี้ทำให้เราต้องหันมามองภาพรวมเรื่องโภชนาการให้กว้างขึ้น ว่าสารอาหารควรตอบสนองความต้องการของร่างกายแต่ละคน โดยไม่สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง คนไทยที่ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทั่วโลกสามารถมุ่งสู่ความสมดุลนี้ได้ เพื่อให้แน่ใจว่าแนวทางการกินของเราจะส่งเสริมสุขภาพที่ดี ท่ามกลางวัฒนธรรมอาหารไทยอันอุดมสมบูรณ์
สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าควรกินโปรตีนแค่ไหนถึงจะพอดี ทางที่ดีที่สุดคือ ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้เข้ากับเป้าหมายสุขภาพของตัวเอง และมองการปรับอาหารโดยเน้นความหลากหลายทางโภชนาการโดยรวมเป็นหลัก การมองแบบองค์รวมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยบำรุงสุขภาพของเราเอง แต่ยังสนับสนุนการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างภูมิปัญญาด้านโภชนาการสมัยใหม่และดั้งเดิม ซึ่งเป็นมุมมองที่เข้ากับยุคสมัยที่ภาพรวมอาหารการกินของไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ
หากต้องการอ่านข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดู บทความฉบับเต็มจาก The New York Times ได้