ไอเดียเรื่อง “กิน 5 อย่างต่อวัน” ที่เราได้ยินกันมานาน ตอนนี้ถูกตีความในมุมมองใหม่โดย เฟเดริกา อามาติ นักโภชนาการตัวท็อปจาก ZOE และนักวิจัยการแพทย์หลังปริญญาเอกที่อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน เธอนำเสนอหลักการ 5 อย่างต่อวันในรูปแบบที่ต่างออกไป โดยโฟกัสไปที่อาหาร 5 กลุ่มหลักที่ช่วยบำรุงสุขภาพลำไส้โดยตรง ไม่ใช่แค่ผักผลไม้เหมือนที่เคยเข้าใจกัน แนวทางนี้ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับคนไทยที่ใส่ใจเรื่องระบบย่อยอาหาร เพราะสุขภาพลำไส้ที่ดีนั้นเกี่ยวพันโดยตรงกับการเผาผลาญและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
สูตร ‘5 อย่างต่อวัน’ ของอามาติ ได้แรงบันดาลใจมาจากงานวิจัยชิ้นสำคัญเมื่อปี 2019 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet ซึ่งเผยว่า ปัจจัยด้านอาหารส่งผลอย่างมหาศาลต่อความเสี่ยงในการเสียชีวิตทั่วโลก งานวิจัยชิ้นนั้นชี้ชัดว่า การกินอาหารที่พร่องธัญพืชไม่ขัดสี ผลไม้ ถั่วและเมล็ดพืช ผัก รวมถึงกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้น มีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงยิ่งกว่าการสูบบุหรี่เสียอีก จากข้อมูลนี้เอง อามาติจึงระบุลิสต์อาหารที่ควรกินทุกวัน ได้แก่ ถั่วและเมล็ดพืช, พืชตระกูลถั่ว, อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง, ผลไม้สด และธัญพืชเต็มเมล็ด ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นขุมพลังที่ช่วยให้จุลินทรีย์ในลำไส้ของเราแข็งแรงและมีความหลากหลาย
- ถั่วและเมล็ดพืช: เป็นของว่างที่หากินง่ายและสะดวกสุดๆ ตัวอามาติเองชอบกินวอลนัทกับอัลมอนด์ เพราะมีทั้งใยอาหารและโปรตีนจากพืชสูง เธอยังเพิ่มความหลากหลายและสมดุลทางโภชนาการด้วยการผสมเมล็ดพืชต่างๆ อย่างเมล็ดเจียและเมล็ดแฟลกซ์ลงในมื้ออาหารด้วย
- พืชตระกูลถั่ว: เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบหลักที่เธอใช้ตั้งแต่เช้ายันเย็น เพราะให้ใยอาหารสูงปรี๊ด แถมยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีต่อโลกอีกด้วย
- อาหารอุดมโอเมก้า 3: ขึ้นชื่อเรื่องลดการอักเสบและดีต่อใจ หาได้จากเมล็ดเจีย วอลนัท และปลาทะเลไขมันสูง เช่น ปลาซาร์ดีน หรือหอยต่างๆ
- ผลไม้สด: อามาติเน้นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เป็นพิเศษ อย่างบลูเบอร์รี่ ที่มีทั้งใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระแบบจัดเต็ม
- ธัญพืชเต็มเมล็ด: เป็นหัวใจสำคัญของมื้อเช้าของเธอเลยทีเดียว เพราะให้วิตามินและแร่ธาตุจำเป็น อามาติมักเลือกกินข้าวโอ๊ต และบางครั้งก็เสริมด้วยข้าวสเปลท์หรือควินัวในมื้ออื่นๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย
สำหรับบ้านเราที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์และเน้นวัตถุดิบสดใหม่อยู่แล้ว ถือว่าเหมาะมากที่จะนำหลักการเหล่านี้มาปรับใช้ อาหารไทยดั้งเดิมหลายเมนูมักมีพืชตระกูลถั่วและผักสดเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งก็เข้าทางกับคำแนะนำของอามาติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การใส่ใจเพิ่มแหล่งโอเมก้า 3 และความหลากหลายของธัญพืชเต็มเมล็ดให้มากขึ้น ก็จะยิ่งช่วยเสริมพลังให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้นไปอีกขั้น
ในยุคที่เทรนด์สุขภาพทั่วโลกกำลังมุ่งไปสู่การดูแลตัวเองแบบองค์รวมและเน้นการป้องกัน แนวทางของอามาติจึงเป็นเหมือนคู่มือที่จับต้องได้จริงสำหรับคนไทย การหันมากินอาหารให้หลากหลายมากขึ้น ไม่เพียงแต่จะช่วยบำรุงลำไส้ให้แข็งแรง แต่ยังตอบโจทย์การมีสุขภาพที่ดีรอบด้าน ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความสมดุลในวิถีชีวิตแบบไทยๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี
สรุปง่ายๆ คือ ใครที่อยากดูแลระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้น ลองนำอาหารกลุ่มเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันดู เริ่มง่ายๆ แค่โรยเมล็ดพืชต่างๆ ลงบนอาหารจานโปรด ลองเอาถั่วต่างๆ มาทำเมนูใหม่ๆ หรือเลือกกินอาหารทะเลอร่อยๆ ที่มีอยู่มากมายในบ้านเรา ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเปิดรับข้อมูลสุขภาพใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป งานวิจัยของอามาติก็ได้มอบแนวทางที่ชัดเจนและทำได้จริง เพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีทั้งของตัวเราเองและคนรอบข้าง
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือตรวจสอบแหล่งที่มา สามารถอ่านได้จาก บทความต้นฉบับ