พออายุมากขึ้น หลายคนก็เริ่มกังวลว่าร่างกายจะเคลื่อนไหวไม่สะดวกเหมือนเดิม แต่เรื่องนี้อาจไม่จริงเสมอไป งานวิจัยล่าสุดจาก ดร. เคลลี่ สตาร์เร็ตต์ นักกายภาพบำบัดดีกรีนักกีฬา บอกว่าปัญหานี้แก้ได้ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด มุมมองของเขาที่เผยแพร่ผ่านสื่อดังอย่าง CNN ได้ชี้แนะวิธีง่ายๆ ที่ผู้สูงวัยสามารถนำไปปรับใช้เพื่อรักษา หรือแม้กระทั่งเพิ่มความยืดหยุ่น ให้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องพึ่งใคร

ดร. สตาร์เร็ตต์ ท้าทายความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าพอแก่ตัวลง ข้อต่อต่างๆ จะฝืด เคลื่อนไหวได้น้อยลงเป็นเรื่องปกติ แต่เขาเสนอว่า จริงๆ แล้วเราควรหันมาใส่ใจดูแล และฟื้นฟูการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของร่างกายเราเอง หนังสือเล่มล่าสุดของเขาที่เขียนร่วมกับ จูเลียต สตาร์เร็ตต์ ชื่อ “ร่างกายที่สร้างมาเพื่อเคลื่อนไหว: 10 นิสัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและใช้ชีวิตอย่างเต็มที่” (Built To Move: The 10 Essential Habits To Help You Move Freely and Live Fully) แนะแนวทางง่ายๆ แต่ใช้ได้ผลจริง ซึ่งทุกคนทำได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องใช้เวลามากมาย

เคล็ดลับเด็ดอย่างหนึ่งคือ ลองเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เช่น ลองนั่งกับพื้นเวลาดูทีวี ท่านี้ไม่เพียงช่วยยืดเส้นยืดสายบริเวณสะโพกและเข่า แต่ยังเป็นการบอกร่างกายว่าเรายังปรับตัวได้ดี ดร. สตาร์เร็ตต์ บอกด้วยว่า ความสามารถในการลุกจากท่านั่งขึ้นมายืนได้อย่างคล่องแคล่ว สัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตที่ลดลง ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าการขยับเขยื้อนร่างกายในชีวิตประจำวันนั้นสำคัญแค่ไหน

อีกท่าที่ไม่ควรมองข้ามคือ การลองโหนบาร์ แค่วันละประมาณ 3 นาทีก็พอ การออกกำลังกายง่ายๆ แบบนี้ดีต่อสุขภาพไหล่ คอ และหลังมากๆ แถมยังช่วยปรับบุคลิกภาพให้ดูดี และส่งเสริมระบบการหายใจให้ดีขึ้นด้วย

ส่วนการเดิน ที่หลายคนอาจมองข้าม จริงๆ แล้วเป็นยาวิเศษเลยทีเดียว เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต ป้องกันโรคกระดูกพรุน และปัญหากระดูกอื่นๆ ได้ แถมยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ รวมถึงสมอง ทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพโดยรวมจึงแข็งแรง

นอกจากการออกกำลังกายเหล่านี้ ดร. สตาร์เร็ตต์ ยังเชียร์ให้หากิจกรรมสนุกๆ ทำด้วย เช่น การเล่นกีฬา หรือการเต้นรำ เพราะนอกจากจะได้ขยับร่างกายแล้ว ยังได้ความเพลิดเพลินด้วย ซึ่งไอเดียเรื่องความสนุกนี้ก็เข้ากับวัฒนธรรมไทยได้ดี อย่างการรำไทย ก็ถือเป็นการออกกำลังกายและกิจกรรมเข้าสังคมที่น่าสนใจไม่น้อย

แน่นอนว่าเรื่องโภชนาการและการนอนหลับก็เป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ การกินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีน จะช่วยซ่อมแซมและบำรุงกล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแรง คำแนะนำของ ดร. สตาร์เร็ตต์ ก็สอดคล้องกับหลักสุขภาพสากล และปรับใช้กับอาหารไทยที่มีผักผลไม้อุดมสมบูรณ์ได้ไม่ยาก ส่วนการนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมง ก็สำคัญมาก เพราะช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนมุมมองการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของ ดร. สตาร์เร็ตต์

ข้อค้นพบเหล่านี้ถือเป็นแนวทางที่นำไปใช้ได้จริงสำหรับคนไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักมีภาระหน้าที่ในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องงานและครอบครัว ผู้สูงอายุชาวไทยซึ่งเป็นที่เคารพรักและเป็นศูนย์รวมจิตใจของครอบครัว สามารถนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และยังคงทำหน้าที่สำคัญในครอบครัวได้อย่างมีความสุข

งานวิจัยของ ดร. สตาร์เร็ตต์ ชวนให้เรากลับมาคิดใหม่เกี่ยวกับการสูงวัย และลองปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว มุมมองเหล่านี้จึงมีประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งสำหรับตัวเราเองและสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในอนาคตอาจช่วยพัฒนาต่อยอดกลยุทธ์เหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุชาวไทยได้อย่างแน่นอน

สำหรับใครที่สนใจอยากลองนำแนวทางเหล่านี้ไปใช้ ลองเริ่มจากกิจกรรมง่ายๆ ที่ทำได้สม่ำเสมอก่อน จำไว้ว่า การเคลื่อนไหวคือพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว และจะดียิ่งขึ้นไปอีกหากชวนคนในชุมชนมาร่วมกันสร้างกระแสการดูแลสุขภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ ที่นี่