งานวิจัยล่าสุดด้านประสาทวิทยาเผย คนที่เล่นวิดีโอเกมแนวแอ็กชันเป็นประจำ มีการเชื่อมต่อของสมองส่วนที่เรียกว่า “dorsal visual stream” (ส่วนประมวลผลการมองเห็นด้านบนส่วนหลัง) ที่ดีขึ้นทั้งในแง่โครงสร้างและการทำงาน ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Brain Sciences ระบุว่า พบการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นระหว่างสมองส่วน “left superior occipital gyrus” และ “left superior parietal lobule” ในกลุ่มเกมเมอร์ ซึ่งชี้ว่าสมองส่วนนี้ที่พัฒนาขึ้นอาจเป็นส่วนที่ช่วยให้พวกเขามีความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ หรือการกะระยะและตำแหน่ง ได้ดีกว่าคนทั่วไป
การศึกษานี้น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับคนไทย ในยุคที่วัฒนธรรมการเล่นเกมกำลังเติบโตและมีบทบาทมากขึ้น ทั้งในแง่การศึกษาและกิจกรรมยามว่าง การทำความเข้าใจถึงประโยชน์ที่อาจได้รับจากการเล่นเกมต่อกระบวนการคิด ไม่เพียงแต่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับคอเกมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักการศึกษาและผู้กำหนดนโยบายที่กำลังมองหาแนวทางการนำสื่อดิจิทัลมาปรับใช้ในการเรียนการสอน
งานวิจัยชิ้นนี้นำโดย ไคล์ เคฮิลล์ (Kyle Cahill) ทำการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มคนที่เล่นวิดีโอเกมแอ็กชันเป็นประจำกับกลุ่มคนที่ไม่ค่อยได้เล่น โดยใช้เครื่องมือสร้างภาพการทำงานของสมอง (neuroimaging tools) มุ่งเน้นไปที่สมองส่วน “dorsal visual stream” และ “ventral visual stream” โดยสมองส่วน dorsal stream มีหน้าที่หลักในการประมวลผลตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของวัตถุ ส่วน ventral stream จะเกี่ยวข้องกับการจดจำวัตถุ การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมเป็นเกมเมอร์ 28 คน และผู้ที่ไม่ใช่เกมเมอร์ 19 คน โดยกลุ่มเกมเมอร์ใช้เวลาเล่นเกมเฉลี่ยมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีทั้งเกมแนว FPS (เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง) และ MOBA (เกมวางแผนการรบแบบออนไลน์หลายผู้เล่น)
ผลการสแกนสมองด้วย MRI และการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมเฉพาะทาง พบว่า กลุ่มเกมเมอร์มีการเชื่อมต่อเชิงโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น (หมายถึง เส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงส่วนต่างๆ ของสมองทำงานได้ดีขึ้น) และการเชื่อมต่อเชิงหน้าที่ที่ดีขึ้น (หมายถึง สมองส่วน dorsal stream ทำงานประสานกันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น) การพัฒนาเหล่านี้ส่งผลให้พวกเขาสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากการมองเห็นการเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า ซึ่งเป็นทักษะที่มักได้รับการฝึกฝนอยู่แล้วจากการเล่นเกมนั่นเอง
ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญในการศึกษานี้ชี้ว่า “การเปลี่ยนแปลงของการเชื่อมต่อในสมองส่วน dorsal visual stream นี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นวิดีโอเกมแอ็กชันมีความสามารถเหนือกว่าผู้ที่ไม่ใช่เกมเมอร์” ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าการพัฒนาด้านกระบวนการคิดเหล่านี้ส่งผลต่อความสามารถในชีวิตจริง อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่สามารถฟันธงเรื่องความเป็นเหตุเป็นผลได้ชัดเจน กล่าวคือ ยังไม่แน่ใจว่าการเล่นเกมทำให้สมองพัฒนา หรือเป็นเพราะคนที่มีการเชื่อมต่อสมองที่ดีอยู่แล้วมักจะชอบเล่นเกมมากกว่ากันแน่
สำหรับประเทศไทย ที่วงการเกมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ผลวิจัยเหล่านี้อาจทำให้เราต้องมองคุณค่าของเกมในมุมใหม่ ว่าเป็นได้มากกว่าแค่ความบันเทิง เมื่อเห็นประโยชน์ด้านการรับรู้ที่ชัดเจนขึ้น การนำกลยุทธ์การเรียนรู้ผ่านเกม (game-based learning) มาปรับใช้ในโรงเรียนอาจช่วยเสริมทักษะด้านมิติสัมพันธ์ การมองเห็น และการตัดสินใจของนักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของเกมแอ็กชันที่ต้องใช้ทั้งกลยุทธ์และการตอบสนองที่ว่องไว
ที่ผ่านมา สังคมไทยมีมุมมองต่อการเล่นเกมที่หลากหลาย ทั้งด้านบวกและลบ บ่อยครั้งมักถูกโยงเข้ากับความกังวลเรื่องความรุนแรงและการเสพติด มุมมองใหม่จากงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้เราได้ประเมินและปรับทัศนคติกันอีกครั้ง โดยอาจต้องหาจุดสมดุลที่จะดึงประโยชน์ของเกมมาใช้ พร้อมๆ กับการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ในอนาคต การวิจัยเพิ่มเติมอาจช่วยชี้ทางให้เห็นว่าเราจะผสานการเล่นเกมเข้ากับการศึกษาในระบบได้อย่างไรให้ลงตัวและเกิดประโยชน์สูงสุด นักการศึกษาไทยอาจลองร่วมมือกับผู้พัฒนาเกมเพื่อสร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจและสอดคล้องกับเป้าหมายของหลักสูตร ตอบโจทย์ความสนใจในโลกดิจิทัลของนักเรียนยุคปัจจุบัน
ข้อคิดสำหรับผู้อ่านชาวไทยคือ การตระหนักว่าการเล่นเกมอย่างพอเหมาะพอดีและมีแบบแผน อาจมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะการคิดได้ ครอบครัวและนักการศึกษาสามารถเปิดอกพูดคุยกันถึงบทบาทของเกมในการพัฒนาทักษะต่างๆ และส่งเสริมพฤติกรรมการเล่นเกมที่สมดุล เพื่อให้เยาวชนได้ทั้งความสนุกและทักษะที่จำเป็น