สสส. ภายใต้ภาวะผู้นำของผู้จัดการ นพ. พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ต้องการใช้พลังของ DE – Developmental Evaluation หนุนประสิทธิผล (effectiveness)  และประสิทธิภาพ (efficiency) ของ สสส.    ผ่านการให้ทุนสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาการเสร้างเสริมสุขภาวะ และการป้องกันโรค ในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายมิติ 

ผมได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน คณะทำงานเพื่อพัฒนาหลักสูตรการประเมินผลเชิงพัฒนาด้านการสร้างเสริมสุขภาพ   ที่ประชุมครั้งแรกเช้าวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๘ ทางออนไลน์   ผมอ่านเอกสารประกอบการประชุมแล้ว   บอกตัวเองให้ไปเน้นต่อที่ประชุมว่า   คุณค่าของ DE ไม่ได้อยู่ที่การประเมิน    แต่อยู่ที่การเรียนรู้และพัฒนา    ต้องดำเนินการ DE เพื่อใช้ feedback โครงการ สู่การปรับตัว    ในลักษณะที่ stakeholders มีการปรับตัว   ทำกิจกรรมในส่วนที่ตนเกี่ยวข้อง ตามที่ตกลงกันในวง DE   โดยที่วง DE มีการสานเสวนา (dialogue) กันบนฐานของข้อมูลที่ทีม DE Facilitators เก็บมาเสนอ   

ต้องไม่หลงใช้นิยามของ “การประเมิน” ตามความเข้าใจเดิมๆ เป็นอันขาด   เพราะนั่นเป็นกระบวนทัศน์ที่ยึดมั่นอยู่กับการประเมินแบบสอบไล่ เพื่อตัดสินได้-ตก   หรือ summative evaluation 

ทีมงานของ สสส. เตรียมจัดหลักสูตรเรียนรู้ DE ๒ หลักสูตร คือ  (๑) หลักสูตรการประเมินผล เชิงพัฒนาด้านการสร้างเสริมสุขภาพ (Developmental Evaluator for Health Promotion)   และ (๒) หลักสูตรพี่เลี้ยงการประเมินผลเชิงพัฒนาด้านการสร้างเสริมสุขภาพ (Developmental Evaluation for Health Promotion facilitator)   

ข้างบนนั้นเขียนก่อนการประชุม    ในการประชุมหลังจากทีม Thai Health Academy เสนอแนวคิดและแผนงาน    คณะกรรมการทั้ง ๖ คน ร่วมกันให้ความเห็นที่มีพลังมาก  เกี่ยวกับความหมายและคุณค่าแท้จริงของ DE ที่ไม่ใช่ที่การประเมิน   แต่เป็นคุณค่าด้านการเรียนรู้ (learning)  ป้อนกลับ (feedback)  และหนุนเสริม (empowerment)   สู่การปรับตัว (adaptation)    มีเป้าหมายเลยจากเป้าหมายโครงการที่แข็งทื่อ    สู่การค้นพบเป้าหมายใหม่ คุณค่าใหม่    ที่ประชุมจึงเห็นพ้องกันว่า น่าจะทดลองใช้กับโครงการใหม่   ร่วมกับกำหนดให้ทำแบบ sandbox   ใช้พลังของ Double-Loop Learning สู่การกำหนดเป้าหมายใหม่ หรือข้อตกลงใหม่  เพื่อใช้ทรัพยากรเท่าเดิมให้ก่อ impact ต่อบ้านเมืองได้ในต่าง log scale  หรือต่าง S-curve   

โดยที่ทีมประเมินจะเป็นคนนอก ที่ไม่ใช่ทีมงานของ สสส.   ทีมจาก สสส. เป็นเพียง stakeholder หนึ่งของโครงการ  และของกระบวนการ DE          

ตกลงกันว่า ทีม Thai Health Academy ที่รับผิดชอบเรื่องนี้    จะไปร่างโครงการทั้งสอง เอามาเสนอคณะกรรมการในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๘ 

เป็นโอกาสของประเทศไทย  ในการสร้างเครื่องมือเรียนรู้และปรับตัว ของโครงการริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อสังคม   เพื่อให้การลงทุนสนับสนุนโครงการสร้างเสริมสุขภาพ    ก่อผลคุ้มค่า   

รวมทั้งเป็นการริเริ่มสร้างสรรค์วิธีจัดการให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาต่างๆ    เกิดผลคุ้มค่า ผ่ากระบวนการ DE   ที่จริงๆ แล้วเป็นเครื่องมือเรียนรู้   สำหรับโครงการพัฒนาที่มีความซับซ้อน   มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายแบบ 

วิจารณ์ พานิช

๒๘ มี.ค. ๖๘

บนเครื่องบินการบินไทย  TG 623   จากสนามบินคันไซ กลับกรุงเทพ