เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็พูดว่าโปรตีนคือหัวใจสำคัญของสุขภาพดี แต่พอมาดูธุรกิจอาหารเสริมโปรตีนที่โตวันโตคืน ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันดีต่อสุขภาพจริงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต พิซซ่า หรือเครื่องดื่มที่โฆษณาว่าอัดแน่นด้วยโปรตีน ก็กลายเป็นของฮิตติดลมบนในวงการคนรักสุขภาพ แถมหลายคนก็เชื่อว่าดีต่อร่างกายจริงๆ แต่พอมาดูข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง กลับพบความจริงที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

แน่นอนว่าโปรตีนสำคัญมาก ทั้งช่วยรักษากล้ามเนื้อ เสริมภูมิคุ้มกัน เรียกว่าเป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดีเลยทีเดียว ตามหลักโภชนาการทั่วไป แนะนำให้กินโปรตีนประมาณ 0.75 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ถึงแม้จะมีงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าอาจจะต้องเพิ่มเป็น 1.2-1.6 กรัมต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะคนที่กำลังพักฟื้น คนสูงวัยที่กล้ามเนื้อเริ่มน้อยลง หรือนักกีฬาที่ซ้อมหนัก แต่ที่น่าสนใจคือ ปริมาณที่แนะนำให้เพิ่มนี้ จริงๆ แล้วก็ใกล้เคียงกับที่คนในประเทศตะวันตกกินกันเป็นปกติอยู่แล้ว สวนทางกับเทรนด์ในโซเชียลมีเดียที่อินฟลูเอนเซอร์บางคนเชียร์ให้กินโปรตีนสูงถึง 3 กรัมต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว

กระแสความนิยมอาหารเสริมโปรตีนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “อิทธิพลรัศมี” (halo effect) คือคนมักจะเหมารวมว่าพอโปรตีนสูงปุ๊บ ทุกอย่างต้องดีตามไปด้วย หลายคนอาจจะคิดไปเองว่าผลิตภัณฑ์พวกนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วอาจไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ตัวอย่างง่ายๆ คือ นมหรือโปรตีนบาร์บางชนิด ถึงจะเสริมโปรตีนเข้าไปจริง แต่ก็มักจะมาพร้อมกับน้ำตาลสูง คาร์โบไฮเดรตที่ไม่จำเป็น แถมส่วนใหญ่ยังจัดเป็น “อาหารแปรรูปขั้นสูง” (ultra-processed foods) อีกด้วย

อาหารแปรรูปขั้นสูงพวกนี้ สังเกตง่ายๆ จากส่วนผสมที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา หรือไม่ได้ใช้ทำอาหารกินเองที่บ้าน มีงานวิจัยชี้ว่าเกี่ยวพันกับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และเบาหวาน ตอนนี้ก็ยังถกเถียงกันอยู่ว่าผลเสียเหล่านี้มาจากตัวกระบวนการแปรรูปเอง หรือเพราะคุณค่าทางอาหารที่ไม่ดี หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ที่สำคัญ ถึงแม้โปรตีนจะสูง แต่อาหารพวกนี้ก็อาจจะขาดสารอาหารจำเป็นอื่นๆ ไป เช่น ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ที่ล้วนสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาว

สำหรับคนไทยเรา ข้อมูลพวกนี้น่าเก็บไปคิดเหมือนกัน เพราะเป็นเหมือนคำถามท้าทายกระแสที่หลายคนแห่ไปซื้ออาหารเสริมโปรตีนง่ายๆ โดยอาจจะยังไม่ได้ดูให้ดีว่ามันส่งผลต่อการกินโดยรวมของเรายังไง ยิ่งบ้านเรามีอาหารดั้งเดิมที่อุดมด้วยโปรตีนดีๆ อยู่แล้ว ทั้งอาหารทะเล เต้าหู้ หรือถั่วต่างๆ การหันไปกินอาหารแปรรูปแทน อาจจะทำให้เราห่างไกลจากทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพจริงๆ ไป

จากนี้ไป เราอาจจะต้องเปลี่ยนจากการเน้นแค่ ‘ปริมาณ’ โปรตีน มาใส่ใจที่ ‘คุณภาพ’ และ ‘ความถี่’ ในการกินโปรตีนแทน ลองแบ่งกินโปรตีนมื้อย่อยๆ ตลอดวัน โดยเน้นเลือกจากอาหารธรรมชาติที่ไม่แปรรูป (whole foods) เช่น ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ เมล็ดพืช ไข่ และพืชตระกูลถั่ว ส่วนใครที่อาจจะกินโปรตีนจากมื้อหลักได้ไม่พอจริงๆ ขนมหรือของว่างเสริมโปรตีนก็อาจจะเป็นตัวช่วยได้ แต่ควรกินแค่พอประมาณ และมองเป็นส่วนเสริมของมื้ออาหารที่หลากหลายและมีสารอาหารครบถ้วนจะดีกว่า

สุดท้ายแล้ว การหันมาใส่ใจเรื่องการกินโปรตีนอย่างเข้าใจ จะช่วยให้เราสร้างนิสัยการกินที่ดีต่อสุขภาพได้จริง ทำให้มั่นใจว่าสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีนจะช่วยส่งเสริม ไม่ใช่ทำลาย เป้าหมายสุขภาพโดยรวมของเรา อยากแนะนำให้คนไทยมองลึกลงไปกว่าแค่การตลาด ลองพิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน แล้วเลือกในสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายสุขภาพของตัวเอง และเข้ากับหลักการกินที่ดีตามวิถีของเราจริงๆ