ใครๆ ก็ยกให้อาหารเมดิเตอร์เรเนียนเป็นที่หนึ่งเรื่องสุขภาพ แต่ล่าสุด มีงานวิจัยใหม่ที่น่าสนใจ หันมาศึกษาอาหารพื้นบ้านของชาวเผ่าชากา (Chagga) ในประเทศแทนซาเนีย ซึ่งเป็นอาหารดั้งเดิมแถบแอฟริกาตะวันออก ที่อาจจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพสูสีกับอาหารเมดิเตอร์เรเนียนเลยทีเดียว ผลวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine บอกว่า อาหารสูตรดั้งเดิมที่เน้นพืชผัก กากใยสูง ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วต่างๆ และผักใบเขียวนี้ ช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ดีมาก ซึ่งการอักเสบนี่แหละที่เป็นตัวการสำคัญของโรคเรื้อรังหลายอย่าง ทั้งโรคหัวใจและเบาหวานชนิดที่ 2 การค้นพบครั้งนี้เลยทำให้วงการโภชนาการทั่วโลกหันมาจับตามอง

งานวิจัยนี้เขาไปศึกษากับกลุ่มผู้ชาย 77 คนทางเหนือของแทนซาเนีย ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับภูเขาคิลิมันจาโร ผู้เข้าร่วมวิจัยที่ปกติกินอาหารแบบตะวันตก เน้นอาหารแปรรูปเยอะ ถูกขอให้ลองเปลี่ยนมากินอาหารพื้นบ้านแบบชาวชากาเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ผลออกมาว่าตัวชี้วัดการอักเสบลดลงอย่างเห็นได้ชัด และจุลินทรีย์ในลำไส้ก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นด้วย ที่น่าสนใจคือ ผลดีเหล่านี้ยังคงอยู่แม้จะผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนหลังสิ้นสุดการทดลอง แสดงให้เห็นว่าการกินแบบดั้งเดิมนี้ให้ผลดีที่ค่อนข้างยั่งยืน งานวิจัยยังชี้อีกว่า นอกจากอาหารแล้ว การดื่ม “เอ็มเบเก” (Mbege) ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกล้วยหมักสูตรเฉพาะของชาวชากา ก็มีส่วนช่วยให้สุขภาพดีขึ้นด้วยเหมือนกัน

งานวิจัยนี้มีความสำคัญมาก ไม่ใช่แค่กับคนแทนซาเนียหรือแอฟริกาตะวันออก แต่ยังรวมถึงคนทั่วโลกที่กำลังเจอปัญหาสุขภาพจากอาหารการกินยุคใหม่ อย่างที่ ดร. ควีไรน์ เดอ มาสต์ จากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยราดเบาด์ (Radboud University Medical Centre) ชี้ให้เห็นว่า “สิ่งที่เรากินเข้าไปมีผลอย่างมากต่อทั้งระบบภูมิคุ้มกันและระบบเผาผลาญของเรา” ความเห็นนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเราต้องหันมามองรูปแบบการกินที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการลดความเสี่ยงด้านสุขภาพกันทั่วโลก เขายังเน้นด้วยว่า เคล็ดลับสุขภาพดีของอาหารชาวชากามาจากการกินอาหารที่หลากหลาย ไม่ใช่เพราะมี ‘ซูเปอร์ฟู้ด’ อย่างใดอย่างหนึ่ง แนวคิดนี้ก็เหมือนกับหลักการของอาหารสุขภาพอื่นๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี อย่างอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ที่เน้นกินผัก ผลไม้ และไขมันดีจากธรรมชาติ

ประเทศไทยเองก็เหมือนกับหลายประเทศกำลังพัฒนา ที่กำลังเจอปัญหาจากความเจริญของเมือง ซึ่งทำให้คนหันไปกินอาหารแปรรูปกันมากขึ้น และมีปัญหาโรคอ้วนตามมา ข้อมูลดีๆ จากงานวิจัยเรื่องอาหารชาวชากานี้ อาจเป็นไอเดียให้คนกำหนดนโยบายและคนรักสุขภาพในบ้านเรา หันกลับมามองดูการกินแบบดั้งเดิมที่หลากหลายของเรา เพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพเหล่านี้ การนำหลักการคล้ายๆ กันมาปรับใช้ รวมถึงการมองประโยชน์ของอาหารหมักดองอย่างเอ็มเบเก อาจเป็นอีกแนวทางใหม่ๆ ที่ช่วยให้สุขภาพคนไทยดีขึ้นได้ เพราะกระบวนการหมักนี่แหละที่ทำให้เครื่องดื่มกล้วยนี้เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ซึ่งก็น่าคิดว่าเราควรจะส่งเสริมอาหารหมักดองคล้ายๆ กันในอาหารไทยมากขึ้นหรือเปล่า

จริงๆ แล้ว วัฒนธรรมอาหารที่หลากหลายของไทยเราเองในอดีต ก็คล้ายๆ กับทางแอฟริกาตะวันออกเหมือนกันนะ ที่ช่วยให้เราได้กินอาหารที่สมดุลและมีประโยชน์ ข้อคิดจากงานวิจัยนี้อาจช่วยปลุกกระแสให้เราหันมาอนุรักษ์และส่งเสริมการกินแบบดั้งเดิมของไทย ก่อนที่มันจะหายไปกับเทรนด์อาหารโลก

มองไปในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญก็เรียกร้องให้มีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพของอาหารพื้นเมืองในแอฟริกาและภูมิภาคอื่นๆ ให้มากขึ้น เพราะยอมรับกันว่าคำแนะนำด้านโภชนาการทุกวันนี้มักจะมองข้ามความหลากหลายของอาหารในแต่ละท้องถิ่นไป อย่างที่ ดร. เดอ มาสต์ ย้ำไว้ การอนุรักษ์อาหารที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ควรเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาสุขภาพที่มาจากอาหารการกิน ซึ่งก็ตรงกับบ้านเราที่มีวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์และน่าภาคภูมิใจ

สำหรับคนไทยที่กำลังมองหาวิธีปรับเรื่องอาหารการกิน หลักการของอาหารชาวชากาอาจเป็นไอเดียให้เราหันมากินธัญพืชไม่ขัดสี ผักกากใยสูงๆ และอาหารหมักดองให้มากขึ้น การกลับไปให้ความสำคัญกับการกินแบบดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาบ้านเรา อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างอนาคตสุขภาพดีให้พวกเราได้

เรื่องราวนี้ชวนให้เราเปิดมุมมองเรื่องโภชนาการให้กว้างขึ้น มันสะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน ภูมิปัญญาดั้งเดิมก็ยังมีคุณค่าและให้คำตอบสำคัญสำหรับการมีสุขภาพดีของผู้คนทั่วโลกได้เสมอ