การได้ออกไปรับรู้เรื่องราวความเป็นจริงในวงการศึกษา เป็นการเปิดกระโหลกอย่างยิ่งสำหรับผม   อย่างหนึ่งที่ได้รับรู้เกี่ยวกับนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นคือ   การที่นักเรียนได้รับการดูแลและยกย่องจากคนรอบข้าง    ที่มีคนใช้คำว่า “โอ๋” เกินขนาด    อาจทำให้นักศึกษาบางคนหลงสร้างอัตตาเกินพอดีให้แก่ตนเอง   นำสู่พฤติกรรมที่ไม่น่ารักในสายตาผู้ใหญ่บางคน หรือหลายคน

นี่คือเรื่องการพัฒนา SEL – Socio-Emotional Learning   ที่มีความซับซ้อนมาก เด็กและวัยรุ่นหลงทางได้ง่าย   และที่จริงแม้ผู้ใหญ่หรือผู้ชราก็หลงทางอยู่บ่อยๆ    หรือมองอีกมุมหนึ่ง เป็นการพัฒนาค่านิยม ตามที่เสนอในหนังสือ ค่านิยมศึกษา สู่คุณค่านำทางชีวิต นั่นเอง       

Socio-Emotional Skills ที่แข็งแรง ช่วยให้เราประเมินสถานการณ์ที่กำลังเผชิญได้อย่างถูกต้อง    และแสดงออกได้อย่างเหมาะสม    มีความพอดีมีดุลยภาพในหลากหลายด้าน    โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแสดงตัวตนของตนเอง    ที่นำสู่ความสมพันธ์ที่ราบรื่นในสภาพที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง 

การแสดงตัวตนของตนเอง ให้เป็นคนน่ารักในสายตาคนอื่น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน    สมัยผมอยู่ในวัยหนุ่มก็พลาดอยู่บ่อยๆ   

ครูรัก(ษ์)ถิ่น ต้องออกไปเผชิญความไม่ถูกต้องต่อหลักการและยุคสมัยของปฏิบัติการในโรงเรียน    ย่อมต้องการความแข็งแรงของ ทักษะด้านอารมณ์และสังคม เป็นพิเศษ    ว่าจะหาทางปฏิรูประบบในโรงเรียนได้อย่างไรให้ราบรื่น    ซึ่งผมเรียกว่า ปฏิรูปแบบเข้าไปนอบน้อมในเบื้องต้น   ทำงานแนวใหม่ให้เห็นผลต่อนักเรียนในเบื้องกลาง   และหาทางชวนกันสะท้อนคิดสู่หลักการเชิงระบบ    เพื่อปฏิรูประบบแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักหาญ    หาทางให้ผู้อาวุโสเห็นเองจาก experiential learning หรือ การเรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์ 

นี่คือเรื่อง จรณทักษะ (soft skills) ที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อมนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑   หรืออาจมองเป็น future skills ก็ได้    

คนเป็นครู ชีวิตอยู่กับ transformative learning 

วิจารณ์ พานิช 

๙ ก.พ. ๖๘