ยุคนี้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพกันจริงจังมากขึ้น เทรนด์จากต่างประเทศอย่างรายงานล่าสุดของ Instacart ก็พอจะทำให้เราเห็นภาพลางๆ ว่าทิศทางอาหารการกินในบ้านเราจะเป็นอย่างไรต่อไป Instacart ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสั่งซื้อและส่งสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์เจ้าใหญ่ ได้วิเคราะห์ข้อมูลการซื้อของลูกค้าในอเมริกา พบว่าพฤติกรรมเปลี่ยนไปเน้นสุขภาพกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงปี 2566 ถึง 2567 การค้นหาคำว่า “โปรตีนสูง” (high protein) พุ่งขึ้นถึง 39% ส่วนคำว่า “ไฟเบอร์สูง” (high fiber) ยิ่งแรงกว่า เพิ่มขึ้นถึง 159% เลยทีเดียว กระแสนี้ชี้ให้เห็นว่าคนสนใจอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น ซึ่งก็อาจจะส่งผลมาถึงคนเมืองในไทยที่เปิดรับเทรนด์สุขภาพจากทั่วโลกอยู่แล้วด้วย
ข้อมูลจาก Instacart ยังเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หนึ่งในนั้นที่น่าสนใจคือ ยอดสั่งเครื่องดื่มค็อกเทลแบบไม่มีแอลกอฮอล์พุ่งพรวดถึง 350% ในช่วงปี 2566 ถึง 2567 เทรนด์นี้น่าจะเข้ากันได้ดีกับวัฒนธรรมในหลายประเทศแถบเอเชีย รวมถึงบ้านเรา ที่เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำตาลน้อยกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่ดีต่อสุขภาพและสอดคล้องกับหลักพุทธศาสนาที่ส่งเสริมการละเว้นของมึนเมา (ที่มา: NY Post)
การวิเคราะห์ของ Instacart ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะเขาเปรียบเทียบสัดส่วนยอดสั่งซื้อในแต่ละหมวดหมู่ ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอื่นๆ ด้วย เช่น ยอดซื้อสินค้าคาร์โบไฮเดรตต่ำ (low-carb) เพิ่มขึ้น 8% ซึ่งก็ตรงกับกระแสการกินโลว์คาร์บที่ฮิตกันอยู่พักใหญ่ ที่เชื่อกันว่าช่วยรักษาระดับพลังงานให้คงที่และคุมน้ำหนักได้ดี ซึ่งหลักการแบบนี้น่าจะโดนใจคนไทยสายสุขภาพที่เน้นดูแลตัวเองแบบองค์รวม
เคลลี่ สปริงเกอร์ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ที่ถูกอ้างถึงในรายงาน บอกว่า “เวลาคุณสั่งของผ่าน Instacart คุณมักจะเลือกซื้อของที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าตอนเดินเลือกซื้อตามใจชอบที่ชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต” ข้อสังเกตแบบนี้ยิ่งตอกย้ำว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดในบ้านเราน่าจะจับตามอง เพราะบริการเดลิเวอรี่ในไทยก็กำลังเติบโตและมีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งไปกว่านั้น Instacart ยังคาดการณ์เทรนด์อาหารน่าสนใจปี 2568 ว่าเครื่องดื่มที่มีพรีไบโอติกและโพรไบโอติกจะยังคงมาแรงต่อไป โดยดูจากยอดสั่งซื้อที่โตขึ้นถึง 58% แบบปีต่อปี ในช่วงปี 2566 ถึง 2567 เรื่องนี้สะท้อนว่าคนเริ่มเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพลำไส้และสมอง (gut-brain connection) มากขึ้น และรู้ว่ามันส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอย่างไร ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังมาแรงในหมู่คนรักสุขภาพชาวไทยที่มองหาตัวช่วยป้องกันโรคและเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง
อีกเทรนด์ที่น่าจับตาคือ การกลับมาฮิตของปลากระป๋อง โดยเฉพาะปลาแมกเคอเรลและปลาซาร์ดีน ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อร่างกาย และขึ้นชื่อเรื่องช่วยลดการอักเสบ ยอดสั่งซื้อปลาเหล่านี้เพิ่มขึ้น 74% และ 13% ตามลำดับ จากปี 2566 ถึง 2567 สำหรับเมืองไทยที่ปลาเป็นเมนูหลักอยู่แล้ว เทรนด์นี้อาจจะยิ่งส่งเสริมการกินปลาในบ้านเรา และตอกย้ำความเชื่อเดิมๆ เรื่องประโยชน์ของปลาต่อสุขภาพหัวใจและการมีอายุยืนยาว
นอกจากนี้ เครื่องดื่มกลุ่มน้ำดื่มเสริมคุณประโยชน์ เช่น ผงชงดื่มเกลือแร่ ก็มียอดซื้อเพิ่มขึ้น 36% ส่วนน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นของดีมีอยู่แล้วในบ้านเรา ก็มียอดขายเพิ่มขึ้น 7% ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งเน้นให้เห็นว่าคนทั่วโลกต่างก็มองหาเครื่องดื่มที่ช่วยเติมความสดชื่นและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งเป็นตลาดที่แบรนด์ไทยน่าจะเข้ามาลุยได้อีก เพราะเรามีวัตถุดิบมะพร้าวที่ทั้งอุดมสมบูรณ์และเป็นที่นิยมอยู่แล้ว
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนภาพรวมว่าสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกลายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ซึ่งไม่ใช่แค่ในอเมริกา แต่เป็นกระแสที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย เทรนด์เหล่านี้กำลังนำไปสู่วิถีสุขภาพที่ยั่งยืนมากขึ้น ในขณะที่ผู้คนพยายามปรับเปลี่ยนการกินให้สอดคล้องกับเป้าหมายสุขภาพระยะยาว
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายในบ้านเราสามารถนำเทรนด์จากต่างประเทศมาปรับใช้ให้เข้ากับรสนิยมคนไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสุขภาพคนไทยให้ดีขึ้นได้ ในขณะที่ประเทศเราผสมผสานเทรนด์โลกเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิม การหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินแบบนี้มากขึ้นอาจนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก
สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่อยากปรับเปลี่ยนหรือดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น เทรนด์ที่ Instacart รายงานมานี้ถือเป็นแนวทางที่ทำตามได้จริง การหันมาเลือกกินอาหารโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง และเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์มากขึ้น ควบคู่ไปกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นอย่างน้ำมะพร้าวและปลา ก็สามารถช่วยให้แผนดูแลสุขภาพของคุณดียิ่งขึ้น แถมยังช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ยั่งยืนได้อีกด้วย