ในพอดแคสต์ “Chasing Life” ตอนล่าสุด ที่ ดร. ซานเจย์ กุปตา รับหน้าที่พิธีกร ได้พาไปเจาะลึกเรื่องสุขภาพในมุมที่สำคัญแต่คนมักมองข้าม นั่นคือ “การเคลื่อนไหว” (Mobility) โดยตอนนี้ได้เชิญ ดร. เคลลี่ สตาร์เร็ตต์ ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านการเคลื่อนไหว มาให้ความรู้และสนับสนุนให้เรานำการเคลื่อนไหวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพราะนี่คือกุญแจสำคัญสู่การมีอายุยืนยาวและสุขภาพที่ดีรอบด้าน (CNN Audio)

พอดแคสต์นี้ชี้ให้เห็นว่าการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นอะไรที่มากกว่าแค่การออกกำลังกายเน้นความแข็งแรงหรือคาร์ดิโอที่เราคุ้นเคยกันดีนั้น มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการมีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรงได้อย่างไร สำหรับคนไทยที่อาจจะต้องวุ่นวายกับตารางงานที่แน่นเอี้ยดและภาระหน้าที่ในครอบครัว การหาเวลาแทรกการเคลื่อนไหวเข้าไปในชีวิตประจำวันถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ทำได้ไม่ยาก แต่กลับส่งผลดีได้อย่างคาดไม่ถึง ตัวอย่างเช่น การลองเปลี่ยนมานั่งกับพื้นเวลาดูทีวี ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยบำรุงข้อต่อและทำให้การเคลื่อนไหวในท่าทางต่างๆ กลับมาเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันได้อีกครั้ง อย่างที่ ดร. สตาร์เร็ตต์ แนะนำไว้

การเคลื่อนไหวไม่ได้ถูกมองแค่ในแง่การออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ร่างกายได้กลับไปใช้ท่าทางตามธรรมชาติที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้น ดร. สตาร์เร็ตต์ เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการเพิ่ม “คลังศัพท์การเคลื่อนไหว” (movement vocabulary) ซึ่งหมายถึงการฝึกท่าทางต่างๆ เช่น การนั่งขัดสมาธิบนพื้น ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างมากโดยไม่รู้สึกเจ็บปวด และยังช่วยให้เราทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้คล่องแคล่วขึ้น แนวคิดนี้ยิ่งดูเข้ากันได้ดีกับประเทศไทย ที่วิถีปฏิบัติแต่ดั้งเดิมอย่างการนั่งพื้นรับประทานอาหาร สามารถนำกลับมาปรับใช้ให้เป็นกิจวัตรที่ดีต่อสุขภาพได้

บทสนทนาในพอดแคสต์ยังให้ความกระจ่างเกี่ยวกับสัญญาณบ่งชี้สำคัญของการเคลื่อนไหว ซึ่งอาจเปรียบได้กับสัญญาณชีพอย่างหนึ่ง นั่นคือความสามารถในการลุกขึ้นจากพื้นโดยไม่ต้องใช้มือช่วยพยุง การทดสอบง่ายๆ แบบนี้กลับมีความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับอายุขัย ในประเทศไทยซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงเช่นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ทำให้เรื่องการเคลื่อนไหวกลายเป็นหัวข้อที่น่าพูดคุยกันมากขึ้น

ดร. สตาร์เร็ตต์ ยังชี้ว่าการหกล้มเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการเพิ่มความหลากหลายในการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ สำหรับครอบครัวชาวไทย การปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ เช่น การสนับสนุนให้ลูกหลานเดินไปโรงเรียน หรือการใช้เวลาช่วงเย็นทำกิจกรรมร่วมกันโดยเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ บนพื้น ก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดพฤติกรรมใส่ใจสุขภาพที่ดีในคนทุกวัยได้

เราอาจนึกเปรียบเทียบเรื่องนี้ได้กับศาสตร์ฤาษีดัดตนหรือการฝึกโยคะแบบไทย ซึ่งเน้นเรื่องการหายใจและท่าทาง โดยในพอดแคสต์ก็ได้เชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้เข้ากับการลดความเครียดและปรับปรุงการทำงานของร่างกาย คำแนะนำที่ให้ไว้จึงไม่ได้มุ่งเน้นแค่การดูแลสมรรถภาพทางกาย แต่ยังครอบคลุมถึงสุขภาวะทางใจ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองด้านสุขภาพแบบองค์รวมที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมไทย

เมื่อมองไปข้างหน้า เราจำเป็นต้องทบทวนมุมมองเกี่ยวกับฟิตเนสในสังคมเมือง ที่ซึ่งเทคโนโลยีมักส่งเสริมวิถีชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ ไม่ค่อยขยับตัว ในขณะที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาสู่ความเป็นเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ การเข้าใจคุณค่าของการเคลื่อนไหวจะสามารถช่วยปรับเปลี่ยนมุมมองและส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดีขึ้นได้ ท่ามกลางความสะดวกสบายในยุคปัจจุบัน

สำหรับผู้อ่านชาวไทย ข้อคิดสำคัญที่อยากฝากไว้คือ: หันมาให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวที่ดูเรียบง่ายแต่หลากหลายในทุกๆ วัน ลองหาเวลานั่งกับพื้น หายใจลึกๆ หรือชวนคนที่คุณรักไปเดินเล่นใกล้ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นก้าวเล็กๆ ที่ทำได้ง่ายแต่มีพลังอย่างยิ่งในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่หรือมีสภาพร่างกายแบบไหน เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ แต่ทำให้การเคลื่อนไหวกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของคุณ