นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

 

หลวงตา: ผลมันเกิดที่ใจมันออกที่ธาตุ ทรงอารมณ์ให้ดี ท่านใช้เวลาปีเดียวหน้าตาจะผ่องใส เพราะอารมณ์ดี โรคที่ใหนจะไปกิน โรคที่กินคือโรคเป็นทุกข์ ถ้าจิตใจมีความสุข กระแสสุขสวดไปนี้นะท่านว่า จะเอาอายุกี่ปีก็ได้ท่านว่า อธิษฐานเอา ไปที่ใหนเป็นประโยชน์ไม่ใช่ไปแล้วเป็นโทษ ชีวิตนี้มันสั้นไม่ใช่ยาวอะไร

หลวงตา: ท่านบอกถ้าสร้างบารมี พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้ถ้าเกิดร้อยปีท่านเกิดถี่ บางชาติต้องใช้ขันติอย่างมากเลยท่านว่า เอ็งลองดูชาตินี้ข้าอายุยี่สิบสาม ยี่สิบสี่ ยี่สิบห้า ข้าอธิษฐานอยู่กุฏิอยู่วัด ไม่ลงไม่ไปไหนตลอดชีวิต ข้านั่งอยู่อย่างนี้ ห้าสิบหกสิบปี (สมัยก่อนอยู่กับท่านท่านนั่งมาห้าสิบกว่าปีแล้ว) ทำอะไรมันต้องอดทนท่านว่า

หลวงตา: บุญมันได้ทุกลมหายใจเข้าออก ไอ้ที่มันช้าๆกันเพราะมันไม่เข้าใจ มันไปทำกรรมฐานแบบบังคับตัวเอง มันไม่ได้ทำใจให้สบาย ถ้าเอ็งเดือดร้อนจิตวุ่นวาย เอ็งนั่งอย่างไงงง..มันก็ไม่สงบท่านว่า ถ้าอารมณ์เอ็งดีนั่งไปซิ แป๊บเดียวก็สงบนิ่ง เหมือนนอนกลางคืนถ้าอารมณ์ไม่ดี คิดโน่นคิดนี่มันก็ไม่หลับเป็นทุกข์ ก่ายหน้าผากก็แล้วมันนอนไม่หลับ เพราะมันคิดโน่นคิดนี่ บทสวดมีประโยชน์ท่านว่า สวดให้หลับ มีประโยชน์อย่างไร

หลวงตา: พอสวดหลับไปไม่นาน ในความฝันมันไม่มีทุกข์ มันไปฟังพระเทศน์บ้าง ไปสวดส่งวิญญาณบ้าง ไปทำบุญมั่ง ฝันเห็นพระมั่ง ฝันเห็นวัดมั่ง ฝันดีๆทั้งนั้น ไม่มีหรอกที่ฝันร้ายๆเหมือนก่อน นี่คือกลางคืน พอตื่นขึ้นก็สวดอีกถ้าไม่ลุก ตอนกลางวันอีก กระแสของพุทธ ธรรมะ สังฆะ กระแสจักรพรรดิมันอยู่ในโลกนี้ท่านว่า กระแสจิตเราอยู่ในกระแสความดีท่านว่า มันเป็นสายใยอยู่ท่านว่า ไปที่ใหนเราก็ปลอดภัย โรคกรรมก็จะไม่เกิด เพราะกระแสมันอยู่ที่พลังงานพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

หลวงตา: บทนี่มันเป็นบทบุญฤทธิและอิทธิฤทธิท่านว่า ลองคิดดูนะ ถ้ากระแสสวดไปเรื่อยๆ กระแสกรรมจะเข้าได้ที่ใหน เทวดาแถวๆบ้านเราที่เราอยู่ เขาก็ได้ประโยชน์จากเรา ได้ความสุขจากเรา คิดดูซิว่า เขาจะทำอะไรเขาจะดูแลเรามั้ย มีใครจะทำอันตรายเราได้มั้ย ไม่มี คนที่จะมาคิดทำอันตรายเรายังมีอันเป็นไปเลย อย่าว่าแต่ทำเลย นี่คือประโยชน์ ที่พูดนี่เป็นประโยชน์ส่วนน้อยนะ

หลวงตา: ประโยชน์มากที่สุดทิพย์อำนาจ อำนาจแห่งความเป็นทิพย์สามารถแยกอาทิสมานกายได้มากมายไม่มีประมาณ บทนี้ไตรสรณคมน์ กับจักรพรรดิท่านว่า เพียงแต่นึกก็จะแยกได้เลยท่านว่า กระแสกายกระแสจิตจะออกมา คนอยู่ใกล้ๆจะมีความรู้สึกเลยท่านว่า ไม่ใช่ไปที่ใหนวงแตกที่นั้นนะ มันจะเป็นพุทธพรหมปัญญโญ เหมือนฉายของท่านนะท่านว่า พุทธ แปลว่าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พรหมปัญโญ ผู้มีปัญญาอย่างพรหม เอ็งไปแปลเอง ท่านว่า

นี้คือประโยชน์ เอ็งจะไม่เกิดมันง่าย ต้องให้จิตมีบุญ จิตมีความสบาย จะสร้างบารมีมันก็ง่าย เอ็งไม่ต้องรีบไปไหน ให้ดูจังหวะ เวลาสถานที่ และโอกาส ให้พิจารณา เมื่อก่อนท่านสอน ท่านสอนเยอะนะ บางวันก็จำไม่ได้ บางวันก็จำได้ นี่คือประโยชน์ในการสวดมนต์นะ บางคนก็ไม่เข้าใจการสวดมนต์ ว่าสวดไปทำไม ไม่เข้าใจ สวดมนต์นี่สมัยก่อน ตื่นขึ้นก็สวดมนต์แล้วแล้ว คนมาว่าเราก็ไม่ได้ยินนะ มัวแต่สวดมนต์อยู่ มันไม่ได้ยิน มันเลยไปไม่ได้ยิน มันแว่วๆ ไม่ได้ยิน นี่คือประโยชน์

หลวงตา: อยู่ว่างๆให้สวดมนต์ท่านว่า มัวแต่ไปคุยกัน รู้หรือเปล่าคุยกันบางอย่าง มันไม่ได้เรื่องได้ราว ถ้าคุยธรรมะก็พอว่า เดี่ยวเลยไปทางโลกมั่ง เลยอะไรไปมันมั่วไปหมด มันไม่มีประโยชน์ ยิ่งมาอยู่ที่วัดมันไม่ต้องทำงานอะไรสบายเลย บุญล้วนๆเลย ตื่นขึ้นก็ได้แล้ว จนกว่าจะหลับ ถ้าทำอย่างหลวงตาว่า อย่างหลวงพ่อท่านว่า แป๊บเดียวท่านบอก ไม่นาน พอจะเข้าใจเรื่องพลังงานงาน

พลังงานไม่ได้สูญหายไปจากโลกท่านว่า สิ่งที่เรากระทำสิ่งที่เราพูด กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มันเป็นลูกอยู่ท่านว่า มันเป็นพลังงานอยู่ มันก็ไปตามจิต ภาพอยู่ที่ตรงที่กระทำ จิตก็นึกได้อยู่ คือกระแสของความจำ จำภาพที่ตัวเองทำ ทุกคนจำได้ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน มันจะเรื่อยๆไปอนาคต มีประโยชน์มาก ถ้าใครจะสวดก็สวด ที่นี่ไม่มีข้อวัตรนะ ไม่เคยบอกว่าต้องมาสวดนะ ใครจะสวดก็สวด ใครไม่สวดก็ไม่ว่าอะไร ถ้าไม่เข้าใจก็มาถามได้ว่า สวดไปทำไม

หลวงตา: อยากให้สวดดูว่าสักสิบปีนี้ ว่าจิตจะมีอำนาจตามที่พูดมั้ย มันจะมีทิพยอำนาจมั้ย อำนาจทางจิตหนะ อำนาจของความเป็นทิพย์ จิตมันเป็นทิพย์ แต่ต้องอาศัยธาตุกับจิตสะสมพลังงาน ธาตุมันสะสมไม่ได้ท่านบอก มันสะสมที่จิต แต่ต้องอาศัยธาตุตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ตายแล้วทำไม่ได้เพราะไม่มีธาตุ เพราะงั้นภพภูมิเขาเวลาเราอธิษฐานไว้นี้นะ เขาจ้องไว้ตลอดเวลา เราทำอะไรนึกอะไรเขาจะมาโมทนาหมด กระแสเขามารับทันที

หลวงตา: ประโยชน์มากถ้าทำได้ก็โมทนาสาธุ ดีกว่าหายใจทิ้ง บางวันคิดไม่ได้เรื่องได้ราว เผลอๆทำไม่ได้เรื่องได้ราว จริงๆแล้วฝึก 5 ปีนี้รู้เลยนะ นั่งอยู่ใกล้ๆใครนี้รู้เลยนะ ถ้าฝึกจริงๆนะ ใช้เวลา 5 ปี ถ้านั่งไกลเขาจะรับกระแสได้เลย นั่งใกล้ๆรับกระแสได้ทันที ถ้าเราสัพเพไปแล้วเรานึกไปเขาจะรับกระแสได้ทันทีเลย มีประโยชน์มาก..