มีรายงานล่าสุดออกมาเตือนว่า อาหารเสริมสมุนไพรที่หลายคนนิยมทานกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่หวังผลเรื่องสุขภาพ อาจแฝงอันตรายร้ายแรงต่อตับ แม้หลายคนจะกินเสริมเพราะเชื่อว่าจะช่วยทดแทนสารอาหารที่พร่องไป หรือช่วยบรรเทาปัญหาสุขภาพอย่างอาการปวดข้อ แต่กลับพบความเชื่อมโยงที่น่าตกใจว่าอาจเป็นต้นเหตุให้ตับเสียหาย จนถึงขั้นตับวายได้เลยทีเดียว
ผลการตรวจสอบซึ่งอ้างอิงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open เมื่อปี 2024 ชี้เป้าไปที่สมุนไพร 6 ชนิดที่มักเกี่ยวพันกับการเกิดพิษต่อตับบ่อยที่สุด ได้แก่ อัชวากันดา (โสมอินเดีย), แบล็กโคโฮช, สารสกัดจากส้มแขก, สารสกัดจากชาเขียว, ข้าวยีสต์แดง และขมิ้นชัน/เคอร์คูมิน งานวิจัยเน้นย้ำว่าอาหารเสริมเหล่านี้มักถูกใช้ในกลุ่มคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อผลข้างเคียงมากกว่าอยู่แล้ว เพราะการทำงานของตับเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่มากขึ้น
เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านเราที่อาหารเสริมหาซื้อง่ายและกินกันอย่างแพร่หลาย แค่ในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียว มีการประเมินว่ามีคนกว่า 15.6 ล้านคน กำลังใช้สมุนไพรที่อาจเป็นพิษต่อตับเหล่านี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทั่วโลก ตับซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่เหมือนโรงงานกำจัดของเสียในร่างกาย กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจากอาหารเสริมเหล่านี้ ที่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าปลอดภัยเพียงเพราะมาจาก “ธรรมชาติ”
ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ อย่าง นายแพทย์ ดอน ร็อกกี้ จาก Medical University of South Carolina และ นายแพทย์ อรุณ เจซูเดียน จาก New York–Presbyterian ในนิวยอร์ก ต่างย้ำว่าแม้แต่สารประกอบจากธรรมชาติก็ยังต้องผ่านกระบวนการจัดการที่ตับ พวกเขาเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงของตับตามวัย ประกอบกับการที่อาหารเสริมต่างๆ อาจทำปฏิกิริยาต่อกัน ยิ่งทำให้ตับอ่อนไหวต่อความเสียหายได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่อาการอักเสบเล็กน้อยไปจนถึงภาวะตับวายเฉียบพลันที่อาจต้องเปลี่ยนตับ
ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ การกำกับดูแลอาหารเสริม โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยังไม่เข้มงวดเท่ากับยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อาหารเสริมมักจะถูกตรวจสอบหลังจากวางขายไปแล้ว และปัญหาที่เจอบ่อยคือฉลากไม่ตรงกับความจริง จากการสุ่มตรวจอาหารเสริม 272 รายการ พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งติดฉลากมั่ว คือมีส่วนผสมอื่นที่ไม่ได้แจ้งไว้บนฉลากแอบแฝงอยู่ ซึ่งบางตัวก็ส่งผลเสียต่อตับได้
ดังนั้น ผู้บริโภคในประเทศไทยจึงควรระมัดระวังให้มาก มีข้อแนะนำดังนี้:
- เช็กข้อมูลให้ชัวร์: หาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น ฐานข้อมูล LiverTox หรือข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารเสริมก่อนใช้
- ปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ: เป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะมีโรคประจำตัวหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคตับ
- รอบคอบเรื่องสมุนไพร: เลือกยี่ห้อที่ไว้ใจได้ และระวังผลิตภัณฑ์ที่ผสมสมุนไพรหลายอย่างในปริมาณเข้มข้น
- มองหาตราการันตี: เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบจากองค์กรอิสระที่น่าเชื่อถือ เพื่อยืนยันว่าส่วนผสมตรงตามฉลากและไม่มีสารปนเปื้อนอันตราย
- เลี่ยงอาหารเสริมที่อ้างว่า “บำรุงตับ”: ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยบำรุงตับได้จริง ควรเน้นการกินอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนและใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพดีกว่า
- ตรวจสุขภาพประจำปี: อย่าลืมเช็กผลเลือดดูค่าการทำงานของตับ เพื่อจับสัญญาณแรกเริ่มหากตับเริ่มทำงานหนักหรือมีความเสียหาย
ในสังคมไทยที่การใช้ยาแผนโบราณและสมุนไพรเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม การสร้างสมดุลระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับการแพทย์สมัยใหม่ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ต้องรู้จักชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่อาจจะได้รับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ
การสร้างความตระหนักรู้และป้องกันไว้ก่อน จะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้อาหารเสริมโดยไม่ตรวจสอบได้ การให้ความรู้ผู้บริโภคและส่งเสริมการปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เป็นประจำ จะช่วยให้คนไทยก้าวทันโลกและปกป้องสุขภาพตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ