การลงไปแช่น้ำเย็นยะเยือกอาจไม่ใช่แค่ประสบการณ์ที่ปลุกเร้าให้ร่างกายตื่นตัวเท่านั้น แต่มันอาจกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางบำบัดที่มีศักยภาพสำหรับผู้ที่ต้องต่อสู้กับภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder หรือ โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง) อีกด้วย งานวิจัยชิ้นใหม่ที่น่าจับตาจากมหาวิทยาลัยสวอนซี (Swansea University) กำลังเปิดมุมมองใหม่ถึงความเป็นไปได้ในการใช้การบำบัดด้วยความเย็น (cold water immersion) เป็นการรักษาเสริมสำหรับผู้ป่วย PTSD ในยุคที่การดูแลสุขภาพจิตมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ งานวิจัยนี้จึงนับว่ามีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ๆ หรือการรักษาเพิ่มเติมควบคู่ไปกับวิธีมาตรฐาน

PTSD เป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนถึง 1 ใน 10 คนในสหราชอาณาจักร โดยมีต้นตอสำคัญมาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่น อุบัติเหตุรุนแรง การถูกทำร้าย หรือประสบการณ์จากสงคราม แม้ในประเทศไทยเอง ซึ่งผู้คนต่างเผชิญความเครียดในสังคมและอาจประสบเหตุการณ์เลวร้ายได้เช่นกัน การทำความเข้าใจและเสาะหาแนวทางบำบัดใหม่ๆ จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้แก่ผู้คนจำนวนไม่น้อย ทีมวิจัย นำโดย เดนิส ฮิลล์ (Denise Hill) รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสวอนซี กำลังศึกษาว่าการแช่น้ำเย็นจะสามารถนำมาใช้เสริมการรักษา PTSD ที่มีอยู่เดิมได้อย่างไรบ้าง โดยหวังว่าจะนำมาใช้ควบคู่ไปกับการบำบัดด้วยการพูดคุย (จิตบำบัด) และการใช้ยา

การศึกษานี้ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในสหราชอาณาจักร ได้ทำการติดตามระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด ในน้ำลายของผู้เข้าร่วมวิจัย ทั้งก่อนและหลังการลงไปสัมผัสกับน้ำเย็น ผลเบื้องต้นพบว่าผู้เข้าร่วม ซึ่งมีทหารผ่านศึกรวมอยู่ด้วยหลายคน เล่าว่าพวกเขารู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจมากขึ้นหลังจากลงไปในน้ำเย็น ฟิล โจนส์ (Phil Jones) อดีตนาวิกโยธินหน่วยคอมมานโดซึ่งเข้าร่วมการศึกษานี้ด้วย กล่าวว่าประสบการณ์ครั้งนี้เหมือนเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่ช่วยบรรเทาอาการ PTSD และทำให้สุขภาพจิตโดยรวมของเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้อากาศเย็นเฉียบของช่องแคบบริสตอล (Bristol Channel) จะต่างกันสุดขั้วกับสภาพอากาศร้อนระอุในสนามรบที่อาสาสมัครบางคนเคยเผชิญ แต่ความรู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งทางใจที่ได้รับจากการแช่น้ำเย็นกลับเป็นสิ่งที่ทุกคนสัมผัสได้เหมือนกัน

ขณะนี้นักวิจัยกำลังเตรียมต่อยอดการวิจัยในขั้นต่อไป ซึ่งจะมีการเก็บตัวอย่างเลือดและสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมอย่างละเอียด ทำให้ความเป็นไปได้ที่การแช่น้ำเย็นจะได้รับการยอมรับเป็นวิธีบำบัด PTSD อย่างเป็นทางการก็เริ่มเห็นเค้าลาง ดร. ฮิลล์ มุ่งหวังที่จะพิสูจน์คำบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงเหล่านี้ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ที่หนักแน่นและเชื่อถือได้ ซึ่งสำหรับผู้สนับสนุนอย่าง พันเอก เจมส์ ฟิลลิปส์ (Col James Phillips) ผู้ตรวจการทหารผ่านศึกแห่งเวลส์แล้ว ข้อมูลเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรและบริการที่จำเป็นต่อไป เสน่ห์ของการว่ายน้ำในน้ำเย็นที่ส่งผลดีทั้งกายและใจนั้น อยู่ที่ความสามารถในการปลุกความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และทำให้จิตใจปลอดโปร่งแจ่มใส ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่าทหารผ่านศึกที่ได้ค้นพบความกระจ่างทางจิตใจครั้งใหม่จากกิจกรรมนี้ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน

สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีทั้งชายฝั่งทะเลและแหล่งน้ำธรรมชาติมากมาย แนวทางการบำบัดลักษณะนี้ก็อาจนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทยได้เช่นกัน นับเป็นวิธีบำบัดที่ใกล้ชิดธรรมชาติและเข้าถึงได้ไม่ยาก ซึ่งก็สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยที่ผูกพันกับสายน้ำและให้คุณค่ากับน้ำในฐานะแหล่งพลังงานและชีวิต อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศที่อุ่นกว่า การปรับใช้อาจต้องเป็นการใช้น้ำที่มีอุณหภูมิเย็นสบาย แต่ไม่ถึงกับเย็นจัดเท่าในต่างประเทศ แต่ถึงกระนั้น แก่นของการบำบัดด้วยการสัมผัสธรรมชาติก็ยังคงเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและความเชื่อของคนไทยได้เป็นอย่างดี

หากการวิจัยคืบหน้าไปได้ด้วยดี ก็อาจมีการศึกษาเพิ่มเติมถึงแนวทางการปรับใช้การแช่น้ำเย็นให้เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสุขภาพจิตที่หลากหลายยิ่งขึ้น ผลกระทบในระดับโลกต่อการรักษา PTSD ถือว่ามีแนวโน้มที่น่าสนใจ และอาจนำไปสู่ข้อเสนอแนะให้นำการบำบัดด้วยความเย็นมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบดูแลสุขภาพจิตในภาพรวมที่กว้างขวางขึ้น เมื่อผลการศึกษาเหล่านี้ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น การผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการบำบัดสมัยใหม่ อาจเป็นแสงสว่างและความหวังครั้งใหม่ให้กับผู้ที่กำลังแสวงหาหนทางเยียวยาและฟื้นพลังใจจากบาดแผลทางจิตใจอันเกิดจากเหตุการณ์ร้ายแรง

แหล่งข้อมูล: