เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพสมองกันมากขึ้นทั่วโลก และล่าสุด นักประสาทวิทยาก็ได้ออกมาเผยเคล็ดลับง่ายๆ แต่ได้ผลดีเยี่ยมที่ทุกคนเอาไปใช้เพื่อดูแลสมอง ความคิดความจำให้ยังใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ยิ่งเมื่อเรามองดูสถิติผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ การทำความเข้าใจและนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้จึงเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างยิ่งกับสังคมไทย มีข้อมูลว่ากว่า 45% ของเคสสมองเสื่อมนั้นสามารถชะลอหรือป้องกันได้ ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าการป้องกันแต่เนิ่นๆ และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์นั้นสำคัญแค่ไหน

ในสังคมไทย ที่ครอบครัวส่วนใหญ่มักมีสมาชิกหลายรุ่นอยู่บ้านเดียวกัน ผลกระทบจากภาวะสมองเสื่อมจึงไม่ได้อยู่แค่กับตัวผู้ป่วย แต่ยังส่งผลถึงคนในครอบครัวและชุมชนด้วย การหันมาใช้วิธีป้องกันต่างๆ จึงไม่ใช่แค่ช่วยตัวเราเอง แต่ยังช่วยแบ่งเบาภาระของคนดูแลได้อีกด้วย การดูแลสมองเริ่มได้ง่ายๆ แค่ใส่หมวกกันน็อก นักประสาทวิทยาเน้นย้ำว่า การสวมหมวกกันน็อกเวลาเล่นกีฬาหรือขี่มอเตอร์ไซค์ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรับรู้และความจำในระยะยาวได้

สุขภาพหูและตาก็สำคัญไม่แพ้กันในการดูแลสมอง การสูญเสียการได้ยิน ไม่ว่าจะเพราะอายุมากขึ้นหรืออยู่ในที่เสียงดังนานๆ อาจทำให้เราแยกตัวออกจากสังคมและนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตรวจการได้ยินเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่อายุเกิน 50 ปี และหากมีปัญหา ก็ควรใช้เครื่องช่วยฟังแต่เนิ่นๆ เช่นเดียวกัน การดูแลสุขภาพตาให้ดีที่สุดด้วยการตรวจตาเป็นประจำก็จำเป็น เพราะสายตาที่แย่ลงนั้นเชื่อมโยงกับอัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมที่สูงขึ้น

การออกกำลังกายยังคงเป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพสมอง วัฒนธรรมไทยเราก็ส่งเสริมกิจกรรมนอกบ้านอยู่แล้ว แค่เพิ่มการเดินเล่นสั้นๆ เข้าไปก็ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น เพราะเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น การลดพฤติกรรมการนั่งนานๆ เช่น จำกัดเวลาอยู่หน้าจอ หรือลุกขึ้นยืนบ้างเป็นพักๆ ก็ช่วยได้เหมือนกัน

เรื่องอาหารการกินที่คนไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว อย่างการกินถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และผักต่างๆ ก็ตรงกับคำแนะนำในการควบคุมคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพสมอง การกินอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิกสม่ำเสมอ จะช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาการทำงานของสมองให้ดีอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ยังมีการเน้นเรื่องสุขอนามัยในช่องปากด้วย การใช้ไหมขัดฟันทุกวันและไปหาหมอฟันเป็นประจำช่วยป้องกันการติดเชื้อที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพสมองได้ การเข้าสังคม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในวิถีชีวิตของคนไทย ก็ควรทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมชมรมอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมกับครอบครัว เพราะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตและป้องกันภาวะสมองเสื่อมที่เกี่ยวกับการแยกตัวจากสังคม

เรื่องฝุ่นควัน มลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในเมืองต่างๆ ของไทย ก็เชื่อมโยงกับการที่สมองทำงานแย่ลงได้ การใส่หน้ากากในวันที่อากาศไม่ดี และการใช้เครื่องฟอกอากาศที่บ้านก็พอจะช่วยลดการสัมผัสลงได้ สุดท้าย การดูแลสุขภาพคอให้ดี หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากท่าทางที่ไม่ถูกต้องหรืออุบัติเหตุ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองติดขัดได้

สำหรับคนไทยทุกคน การนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อมได้ ในขณะที่ความรู้ความเข้าใจทางประสาทวิทยายังคงพัฒนาต่อไป การติดตามข้อมูลข่าวสารและลงมือป้องกันดูแลสุขภาพสมองตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ การนำแนวทางเหล่านี้ไปปฏิบัติจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีอย่างยั่งยืนได้ในทุกช่วงวัย

เมื่อมองไปข้างหน้า เคล็ดลับเหล่านี้จะเป็นแนวทางไปสู่การริเริ่มโครงการด้านสาธารณสุขและการให้ความรู้ที่กว้างขวางขึ้นในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งในระดับบุคคลและชุมชน การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพสมอง จะทำให้สังคมไทยไม่เพียงแต่มีสุขภาพที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยทางสมองได้อีกด้วย

เพื่ออนาคตที่สดใสและสมองที่ยังปิ๊ง ลองนำขั้นตอนเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตของคุณ: ดูแลสุขภาพร่างกายและประสาทสัมผัสให้ดี เข้าสังคมอยู่เสมอ ขยับร่างกายให้กระฉับกระเฉง และระมัดระวังเรื่องการสัมผัสมลพิษ ดังที่ ดร. เอวา เฟลด์แมน (Dr. Eva Feldman) กล่าวไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า การสร้างเกราะป้องกันให้สมองเป็นเรื่องที่ไม่ควรรีรอ—เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ NYTimes