รถลากของเรามีหนังสือ 6 ลัง... ศุลกากรเขมรขอตรวจค้น สิ่งที่เข้มงวดมากคือ หนังสือภาษาไทย ท่านว่า ต้องเก็บไว้ที่ด่านให้ผู้ใหญ่ตรวจเสียก่อน วันหลังค่อยมาเอา

                                   

ด่านกัมพูชา (ปอยเปต... เสียงคนเขมรเรียกดูจะฟังเป็น "ปอยแปต") อยู่ทางด้านขวาของถนน ด่านไทยให้เดินชิดซ้าย ด่านเขมรท่านว่า ให้เดินชิดขวา 

  • เจ้าหน้าที่นั่งในห้องติดแอร์ ผู้ใช้บริการยืนเข้าคิวเป็นแถวเป็นแนวนอกห้อง (ไม่ติดแอร์)

ภาพที่ 1: ด่านไทยใกล้ตลาดโรงเกลือ อรัญประเทศ... เวลาเดินให้ชิดซ้าย (ด้านซ้ายของถนน)

ภาพที่ 2: รถลากเขมรใต้ชายคาด่านไทย

ภาพที่ 3: ด่านปอยเปต กัมพูชา... เวลาเดินให้ชิดขวา (ด้านขวาของถนน) การสร้างซุ้มประตูปราสาทขอมไว้อย่างนี้เป็นการรักษาเอกลักษณ์ของชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ดีมาก

ภาพที่ 4: รถลากของเรามีหนังสือ 6 ลัง... ศุลกากรเขมรขอตรวจค้นต้องค้นกันหน่อย... ว่าแล้วคุณศุลกากรแขมร์ก็ค้นหนังสือจนครบทุกเล่มเลย

ภาพที่ 5: สิ่งที่เข้มงวดมากคือ หนังสือภาษาไทย ท่านว่า ต้องเก็บไว้ที่ด่านให้ผู้ใหญ่ตรวจเสียก่อน วันหลังค่อยมาเอา สักครู่ก็เกิดเมตตา ให้ผ่านไปได้

ภาพที่ 6: คนลากก็ลาก(รถ)ไป คนที่เหลือรอต้อนรับนักพนันไทยในบ่อน ที่นี่มีโรงแรม อาหาร เครื่องดื่มบริการนักพนันพร้อม (พร้อมความล่มจม)

เชิญชมภาพบ่อน และโรงแรมเพิ่มที่นี่...

14.20 นาฬิกา... เราออกจากด่านปอยเปตไปกัมพูชา ทันทีที่ข้ามไปก็เห็นบ่อนพนันจำนวนมากเกือบ 10 แห่ง เตรียมไว้บริการลูกค้าจากฝั่งไทยเต็มที่

  • ภาพที่ 7: ภาพรถเข็นสำหรับสินค้าจากฝั่งไทย

โลกนี้มักจะมีอะไรที่ต่างกันแบบสุดๆ (extreme) เสมอ... ขณะที่นักพนันจากฝั่งไทยกำลังเพลิดเพลินกับการทำลายทรัพย์ในบ่อนสุดหรู

  • ขอทานผู้ชายท่านหนึ่งขาขาดทั้งสองข้าง ถือขันท่ามกลางแดดและฝุ่นบริเวณวงเวียนเมืองปอยเปต

ภาพที่ 8: ขอทานที่วงเวียนใกล้ด่านปอยเปต... ท่านอาจารย์สัจภูมิ ละออกเล่าถึงการสำรวจของสหประชาชาติ ปี พ.ศ. 2536 พบว่า คนเขมรพิการจากกับระเบิดประมาณ 1 ใน 230 คนไทยควรภาคภูมิใจ กับทหารไทยที่มีส่วนช่วยกู้กับระเบิดจำนวนมากในกัมพูชา

กัมพูชาเป็นประเทศที่มีคนแขนขาด ขาขาดมาก ถ้าไทยให้ความช่วยเหลือด้านขาเทียมให้เพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา ฯลฯ ได้ เราน่าจะได้เมตตากับเพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก

  • อาจารย์สาเรนอายุ 25 ปี ท่านบอกว่า ท่านเกิดมาหลังยุคเขมรแดง 3 ปี บางที... ชาติก่อนอาจจะตายในช่วงเขมรแดงก็เป็นได้

ไทยและประเทศเพื่อนบ้านมีลักษณะเฉพาะคล้ายกันอย่างหนึ่งคือ คน 1 คนมักจะนับถือศาสนาหลายศาสนาปนกัน... คล้ายๆ แชมพูสมัยนี้ที่สระและนวดผมได้ในขวดเดียวกัน

  • อาจารย์สาเรนบอกว่า คนเขมรส่วนใหญ่นับถือ 2 ศาสนาได้แก่ พุทธ และพราหมณ์ ศาสนาพราหมณ์มีไว้รองรับแนวคิดเทวราชา หรือพระมหากษัตริย์ ส่วนพุทธศาสนาเป็นศาสนา "สำหรับประชาชน"

ผู้เขียนคิดว่า คนเขมรน่าจะคล้ายคนไทยมีความเชื่อ 4 อย่างร่วมกันได้แก่ "พุทธ-พราหมณ์-ไสย(ศาสตร์)-ทรัพย์(วัตถุนิยม)" ปนๆ กัน

  • คนเขมรอาจจะหนักไปทางพุทธ พราหมณ์ และไสย(ศาสตร์)มากหน่อย ส่วนคนไทยดูจะไหลไปไหลมา... ไม่แน่นอนคล้ายๆ กับน้ำ งานไหนๆ พี่ไทยไปกับเขาได้หมด

อาณาจักรขอมเดิมปกครองแบบเทวราชา... กษัตริย์ใช้อำนาจ หรือพระเดชปกครองตามแบบพราหมณ์(ฮินดู) เน้นการตัดสินคดี และลงโทษรุนแรง เช่น สอบสวนด้วยการลุยไฟ ฯลฯ

  • อาณาจักรนี้เริ่มเสื่อมเมื่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประกาศให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ทรงนำหลักทศพิธราชธรรม หรือใช้พระคุณควบคู่ไปกับพระเดช(พระราชอำนาจ) ทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตดีกว่าคนขอม

อาณาจักรเสื่อมลงไปอีกจากการลงทุนที่ไม่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (nonperforming investment) ในยุคนั้น เปรียบคล้ายเศรษฐกิจฟองสบู่ของไทย

  • การสร้างปราสาทน่าจะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจเขมรอ่อนแอลง เมื่อมีการทำสงครามกับไทยบ้าง ญวนบ้างหลายครั้ง... อาณาจักรจึงเสื่อมไปเรื่อยๆ

หลังได้รับอิสรภาพจากฝรั่งเศส... คนเขมรมีความแตกต่างด้านฐานะค่อนข้างมาก คนรวยมีสัดส่วนของคนจีนและเวียดนามปนอยู่ค่อนข้างสูง ขณะที่คนส่วนใหญ่เป็นคนเขมร

  • นอกจากนั้นคนเขมรชั้นสูงจึงมีความบริสุทธิ์ทางชาติพันธุ์ หรือมี "ความเป็นเขมร" น้อยกว่าคนส่วนใหญ่

  • บันทึกของขุนนางจีนกล่าวว่า คนเขมรส่วนหนึ่งแต่งงานกับคนต่างชาติ หรือมี "การปนเปื้อนทางชาติพันธุ์ (racial contamination)" สูงกว่าชนส่วนใหญ่

การรณรงค์ชวนเชื่อของเขมรแดงคงจะชูประเด็น "ความบริสุทธิ์ทางชาติพันธุ์ (racial purity)" มาใช้ปลุกระดมมวลชน ทำให้เกิดการฆ่าฟันปัญญาชน ซึ่งมีความบริสุทธิ์ทางชาติพันธุ์ต่ำกว่าคนชั้นแรงงานตายไปนับแสนนับล้านคน...

  • ถ้าแผ่นดินกัมพูชาพูดได้... ท่านคงจะร้องว่า "บ้านเมืองของเรามีสงเครียม (ภาษาเขมร) มากพอแล้ว ขอสันติเภียบ (สันติภาพ) ให้เราบ้าง"...

    เชิญอ่านตอนต่อไป (6):

    แหล่งที่มา:

  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์สัจภูมิ ละออ. ผ่าเขมร เห็นไซ่ง่อน. ประพันธ์สาส์น (www.praphansarn.com). 2548. หน้า36-37.  
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. จัดทำ > 29 ธันวาคม 2549 > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปใช้โดยไม่เกี่ยวกับการค้าได้ครับ.

    เชิญอ่าน:

  • บันทึกย้อนหลังบน Gotoknow ย้อนหลังได้... โดยเลือกจากปฏิทินกิจกรรมด้านขวามือของบล็อก
  • บ้านสุขภาพ > http://gotoknow.org/blog/health2you
  • ดาวน์โหลดบทความ > www.lampangcancer.com > ขอขอบคุณ webmaster โรงพยาบาล > อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี