เมื่อไม่กี่วันมานี้ ประเทศไทยเราโดยเฉพาะแวดวงการศึกษามีข่าวอันน่าเศร้าใจยิ่งนัก คือการจากไปอันไม่มีวันหวนกลับของครูจูหลิง ปงกันมูล ครูที่เป็นเหยื่อของปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ครูจูหลิง เป็นบุคคลที่น่ายกย่องมาก เธอเป็นคนเรียนเก่งมาก สอบบรรจุครูได้อันอับที่ 1 นั่นหมายถึงเธอมีสิทธิ์เลือกโรงเรียนที่เธออยากสอนได้ แต่เธอกลับเลือกที่โรงเรียนในภาคใต้แห่งนี้ แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ร้ายๆรายวันก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอวัน จนเกิดเหตุการณ์น่าเศร้าใจเช่นนี้ วันนั้นเป็นเวลา 12.10 น.ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม 2549 ขณะที่ ครูจูหลิง กับ ครูสิรินาถ ถาวรสุข ออกพบปะผู้ปกครองนักเรียนในช่วงพักเที่ยง เพราะวันนั้นผู้ปกครองเด็กเล็กชั้นอนุบาลไม่ยอมส่งลูกหลานไปโรงเรียน ทั้งสองได้แวะกินข้าวในร้านตรงข้ามมัสยิดประจำหมู่บ้าน หลังจากกินข้าวเสร็จก็เกิดความผิดปกติขึ้นเมื่อมีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้กรูเข้าจับตัวทั้งสองไปกักขังไว้ในที่อาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใกล้มัสยิด พร้อมกับมีการโรยตะปูเรือใบและตัดต้นไม้ขวางทางป้องกันการแย่งชิงตัวจากเจ้าหน้าที่ ทั้งสองมารู้ภายหลังว่าสาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านซึ่งเคยเป็นมิตรเปลี่ยนท่าทีมาเป็นศัตรู เนื่องจากช่วงเช้าวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กว่า 100 นาย บุกเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 10 จุด ในพื้นที่ ม.4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ พร้อมกับจับกุม 2 ผู้ต้องหาไว้ได้ 2 คนแล้วนำตัวไปสอบสวน เหตุดังกล่าวทำให้กลุ่มแนวร่วมในหมู่บ้านได้ปลุกระดมให้ชาวบ้านรวมตัวเรียกร้องให้ทางการปล่อยตัวนายอับดุลการิม มาแต กับนายมูฮำหมัด สะแปอิง มือรี แกนนำกลุ่มโจรอาร์เคเคที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามหมายจับคดีใช้อาวุธสงครามยิงถล่มเจ้าหน้าที่ชุด รปภ.สถานีรถไฟบ้านลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และรุมสังหาร 2 นาวิกโยธิน เพื่อแลกกับ 2 ครูสาวที่ถูกจับเป็นตัวประกัน แม้เธอและเพื่อนครูจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้ชาวบ้านค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากัน แต่ดูเหมือนว่าไฟอารมณ์ เนื่องมาจากความไม่เข้าใจกันได้ลุกโชนขึ้นมาแล้ว คำพูดจากมิตรจึงไม่เป็นผล ประกอบกับมีคนยุยงจนชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นผู้หญิงหลายสิบคน ฮือเข้ารุมทุบตีทำร้ายเธอและเพื่อนอย่างบ้าคลั่งอำมหิต แม้ทั้งสองจะอ้อนวอนก็ไม่เป็นผล มือที่เคยถือดอกไม้ จับชอล์ก และพู่กัน คู่นั้นของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ภาพความสวยงามของชีวิตที่เธอใฝ่ฝันจะได้เห็น ถูกฉีกทิ้งอย่างไร้ความปรานี นายฮารง ยูโซ๊ะ ผู้ใหญ่บ้านที่รับการประสานกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปขอร้องให้ชาวบ้านหยุดการกระทำป่าเถื่อน แต่ก็สายไปเสียแล้ว เมื่ออารมณ์ความไม่พอใจทั้งหมดถูกโถมซัดเข้าใส่ร่างครูทั้ง 2 เธอถูกตีจนสมองกระทบกระเทือนไร้สติตั้งแต่บัดนั้น ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันต่อมา โดยเป็นคนไข้ในพระราชินูปถัมภ์ แห่งองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยอาการป่วยของครูจูหลิง โดยให้ทีมแพทย์ถวายรายงานการรักษาให้ทรงทราบทุกวัน พร้อมกับได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเหลือครอบครัวครูจูหลิงด้วย ตลอดระยะเวลาที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ครูจูหลิงได้รับกำลังใจมากมายจากทุกภาคส่วน แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอซึ่งอยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทราฟื้นขึ้นมามีสภาพปกติดังเดิมได้ ย่างเข้าเดือนที่ 8 ทีมแพทย์รายงานว่าสมองของครูจูหลิงไม่สามารถทำงานได้ 100% และหมดโอกาสที่จะฟื้นกลับมามีชีวิตตามปกติ จนกระทั่งเมื่อเวลา 16.15 น.วันที่ 8 มกราคม 2550 ท่ามกลางสภาพอากาศฝนฟ้าคะนองเหนืออาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ครูจูหลิงในสภาพเจ้าหญิงนิทรา ไม่มีเจ้าชายมาจุมพิศ ไม่มีปาฏิหาริย์... เธอจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เพราะอวัยวะภายในล้มเหลวเฉียบพลัน แม้แต่ฟ้าก็ยังร่ำไห้ เพราะเสียดายที่มนุษย์ไม่เห็นค่าในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ฟ้าจึงต้องนำเธอกลับไปอยู่ในที่ที่เธอเคยจากมา โลกใบนี้โหดร้ายเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวน้อยๆ อย่างเธอ ในนามของคณะครู และนักเรียนโรงเรียนเพชรพิทยาคม จ.ชลบุรีขอร่วมไว้อาลัยแด่การจากไปของครูจูหลิงมา ณ โอกาสนี้ และขอให้การจากไปของครูจูหลิง ยุติปัญหาความไม่สงบไม่ภาคใต้ด้วยเทอญ.