“มัลดิฟ เกาะที่หลายคนฝันอยากไปเที่ยว พี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น พี่โชคดี ที่ลูกๆหยิบยื่นโอกาสให้ จึงรีบตอบรับเมื่อลูกยื่นข้อเสนอ ออกจากป่าสู่ทะเลทันที และก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆต่างจากการท่องเที่ยวต่างประเทศอื่นๆที่ผ่านมาของพี่ตอนที่เรียนปริญญาเอก 

พี่เล่าให้ฟัง (๑)

          หากเราเคารพรักและนับถือใครสักคน เราจะเฝ้าติดตามความเป็นมาเป็นไป สิ่งใดที่เคยนำมาใช้เป็นแบบอย่าง เรามักจะเฝ้าดูพัฒนาการของสิ่งนั้นเรื่อยไป เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเรา.....

          ผมคิดแบบนี้ และทำลักษณะนี้อยู่ไม่กี่คน ซึ่งทุกคนล้วนเป็นผู้อาวุโสแล้วทั้งสิ้น

          อย่างเช่นพี่สาวที่ชื่อรฐา หรือเจ้าของบ้านสวน ดร.รฐา ภายในโคกหนองนาชานเมืองนครปฐม

          ผมเคยไปดูงาน ๒ ครั้งเกี่ยวกับรูปแบบโครงสร้างและการจัดแบ่งพื้นที่ในการจัดสวน ซึ่งพี่รฐา ทำได้ดี เป็นต้นแบบของชุมชนในละแวกนั้น

          สิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างหนึ่งของพี่รฐาก็คือ ความเป็นนักวิชาการ(ข้าราชการบำนาญ)ที่ติดดิน ไม่ฟุ้งเฟ้อแต่พอเพียงในแบบที่พอดีพองาม  ไม่ตามกระแสแต่ประยุกต์แนวคิดในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง

          อาจเป็นเพราะพี่รฐาได้ศึกษาเล่าเรียนมามากพอสมควร ซึ่งหายากที่ครูประถมศึกษาจะเรียนจนจบปริญญาเอกและไปศึกษาดูงานต่างประเทศมาแล้ว

          พี่รฐา เคยบ่นให้ฟังว่า โคกหนองนาพื้นที่กว้างใหญ่ หลายครั้งต้องพัฒนาอยู่คนเดียว ลูกๆไปมีครอบครัวต่างก็มีภาระ ไม่อยากจะรบกวน ในที่สุดของคนสูงวัยพึ่งตนเองได้เป็นดีที่สุด      

         ผมจึงให้กำลังใจและเชื่อว่าลูกทุกคนจะไม่ทิ้งพี่ สักวันเมื่อเข้าพร้อม เขาจะกลับมานำพี่ออกจากพื้นที่คอมฟอร์ทโซน  เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ในการสร้างพลังสำหรับการกลับไปพัฒนางาน

          วันนี้พี่รฐา ก้าวไปถึงจุดนั้นแล้ว และบินไปไกลถึง “มัลดิฟ” จึงมีเรื่องเล่ามาฝากผมมากมาย

        “มัลดิฟ เกาะที่หลายคนฝันอยากไปเที่ยว พี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น พี่โชคดี ที่ลูกๆหยิบยื่นโอกาสให้ จึงรีบตอบรับเมื่อลูกยื่นข้อเสนอ ออกจากป่าสู่ทะเลทันที และก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆต่างจากการท่องเที่ยวต่างประเทศอื่นๆที่ผ่านมาของพี่ตอนที่เรียนปริญญาเอก     

         พี่มีความรู้สึกว่าได้อยู่กับธรรมชาติ มีผู้คนไม่มากนักที่เกาะนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวสำหรับชาวพื้นเมือง จะพักอาศัยอยู่ในเมืองหลวง ที่ชื่อว่า มาเล่….ภาษาอังกฤษถูกนำมาใช้ในการสื่อสาร (จำเป็นต้องรู้) พนักงานบริการต่างๆ ส่วนมากจะเป็นชาวอินเดีย เนปาลเพราะอยู่ไม่ไกลนัก เพียงประมาณ ๖๐๐ กม. เท่านั้น 

          สกุลเงิน ที่นี่เรียกว่า..Maldivain Rufiyaa….๑ รูฟรียา ประมาณ ๑๘ บาท เราสามารถ ใช้เงิน us ดอลล่าได้ ตามถนัด…การท่องเที่ยวที่ต่างๆ เราสามารถซื้อทัวร์ได้ ตามจุดบริการที่มีอยู่ บนเกาะ พวกเราเลือกนั่งเรือไปดำน้ำ ไปดูน้องโลมา ฉลามพยาบาล กระเบน…มีปลาสวยงามต่างๆมากมาย ดูได้ชัดเจนเนื่องจากน้ำใสมากๆ สะอาดจริงๆ….ซี่งพวกเขาจะปรากฎตัวและแสดงโชว์ประหนึ่งว่าซ้อมกันเอาไว้ แต่ไม่ใช่ เพราะมันเยอะเกินกว่าการแสดงโชว์ ที่เคยพบเห็นกันทั่วไป…ทำให้ฉุกคิดได้ว่า คงเป็นเพราะชาวพื้นถิ่นที่นี่รักและไม่ทำร้ายพวกเขาทั้งทางตรงและทางอ้อม 

           เวลาทานอาหาร พี่สังเกตุจากการใช้ภาชนะใส่อาหารต่างๆ ไม่มีกล่องโฟม และหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติก …และชื่นใจมากที่โรงแรมจัดทำที่สำหรับล้างเท้าของนักท่องเที่ยว หลังจากเดินย่ำเท้าบนพื้นทรายก่อนจะเข้าที่พัก นี่ก็เป็นวิธีการที่เขา นำมาใช้รักษาความสะอาด…..ทำให้คิดถึงที่ล้างเท้าคนไทยในอดีต (พวกเราเกือบจะลืมไปแล้วด้วย)

         เช้านี้ขำตัวเองมาก มีเด็กวัยรุ่นทักว่าเป็นคนไทยใช่ไหม (เป็นภาษาไทย)..พี่ตอบอย่างไวว่า Yes ,…อ้าว  จะตอบเป็นภาษาอังกฤษ ทำไม(วะ) ๕๕๕๕ เราต่างคนต่างหัวเราะและร่วมเดินทางไปในทริปเดียวกันด้วยความอุ่นใจ คนไทยก็เป็นแบบนี้แหละ เจอกันในต่างแดน ก็จะดีใจอย่างบอกไม่ถูก…..

           ค่าครองชีพที่นี่สูงมากกินอาหารแบบง่ายๆมื้อละสองพันกว่าเกือบสามพัน…นับว่าคนไทยโชคดีที่อยู่บนผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ไม่ต้องนำเข้า….พี่บ่นอยากกินผลไม้ลูกไปซื้อสับปะรดมาให้กิน ในราคา 200 บาท ถ้าอยู่นครปฐม 20 บาทก็ได้กินแล้ว แถมรสชาติที่ได้รับก็เกือบจะเป็นไวน์สับปะรด….แกะดู…อ้าว…มันมาจากเมืองไทย ลูกสาวพี่บอกว่า ถ้าแม่เก็บผลไม้ในสวนมาขายคงรวยเลยเน๊อะ….นั่นซินะ…ไว้จะนำเอาคลิ๊ปวีดีโอมาอวดอีกนะ พี่ถ่ายไว้เยอะเลย

          “เขียนแค่นี้ก่อน พี่อ่านบันทึกของเธอในโกทูโนมาเยอะแล้ว คราวนี้ธอต้องอ่านเรื่องของพี่บ้าง แล้วจะเขียนมาให้อ่านอีก รอนะ....”

          “ครับ”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๑  มีนาคม ๒๕๖๘