อีกไม่กี่วินาที บนเวทีที่ผมต้องอยู่กับพิธีกรสองต่อสอง แอร์ในห้องบันทึกเทปเย็นฉ่ำ จนผมรู้สึกเย็นเฉียบไปทั้งตัว เย็นจนรู้สึกหนาวสั่น เหมือนตัวเองลอยคว้างอยู่ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องลงมา

ไปให้สัมภาษณ์รายการ..คุณธรรม คุณ ทำ ได้

          สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี ๒๕๖๗ ผมได้รับรางวัล “คุณธรรมอวอร์ด” ประเภทบุคคล สาขาผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง (ด้านพอเพียง) จากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

          ผมจึงได้รับหนังสือเชิญจากรายการ “คุณธรรม คุณ ทำ ได้” ให้เข้าร่วมรายการ เพื่อสัมภาษณ์และบันทึกเทปโทรทัศน์ ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เวลา ๑๕.๐๐ น.เป็นต้นไป

          ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ หรือสัปปายะสภาสถาน กรุงเทพมหานคร หรือ ช่อง ๑๐ ที่เราพบได้ในทีวีนั่นเอง

          ก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์ ๒ สัปดาห์ ทางรายการส่งประเด็นสัมภาษณ์ พร้อมขอข้อมูลเกี่ยวกับภาพกิจกรรม ที่ผมเคยจัดทำในโรงเรียน เพื่อจัดทำ insert เปิดระหว่างการให้สัมภาษณ์

          ประเด็นสัมภาษณ์มีคร่าวๆ โดยทางรายการจะถามว่า จุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนคุณธรรมด้านพอเพียงเกิดจากอะไร มีกิจกรรม/โครงการใดบ้าง ผลสำเร็จเป็นอย่างไร และเป้าหมายในอนาคตจะขยายผลอย่างไร ตลอดจนมีสิ่งใดที่จะประชาสัมพันธ์การทำงานบ้าง ให้บอกในรายการได้เลย

          ผมไม่ได้เตรียมข้อมูลที่จะให้สัมภาษณ์มากมายนัก เนื่องจากปัจจุบันผมเป็นข้าราชการ “บำนาญ”เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงตั้งใจว่าจะเกริ่นกล่าวถึงเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กบ้างเพียงเล็กน้อย

          ถ้าจะต้องพูดถึงเรื่อง “ความพอเพียง” ผมอยากจะกล่าวถึงโคกหนองนา สวนป่าที่ผมดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ โดยเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเรียนรู้ จากการบริหารโรงเรียนตลอด ๑๗ ปีที่ผ่านมา 

          กว่าจะเป็นโคกหนองนา...สถานที่จริงของชีวิตในปัจจุบัน ที่ทำให้ผมอยู่รอดปลอดภัย ช่วยให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  และเป็นที่มาของรางวัลคุณธรรมอวอร์ดในที่สุด

          วันนี้ถึงเวลาที่จะให้สัมภาษณ์แล้ว ผมเดินทางออกจากบ้านทุ่งดินดำ ถึงอาคารรัฐสภาในเวลา ๑๓.๓๐ น. มีความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นความโออ่าอลังการของสถานีโทรทัศน์ ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

          ผู้ประสานงานเชิญผมให้นั่งพักในห้องรับรอง ในระหว่างที่รออยู่นั้น พิธีกรในรายการ (นางสาวปวีณา ปทุมานนท์) เข้ามาซักซ้อมถึงการนั่ง การมองกล้อง และการถ่ายทำแบบเทคเดียวจบ

          ๑๔.๓๐ น. พิธีกรเดินเข้าห้องบันทึกเทปไปแล้ว สักครู่ผู้ประสานงานมาเชิญผมให้ตามเข้าไป ภายในห้องที่กว้างใหญ่มากๆ ดวงไฟบนเพดานเต็มไปหมด กล้อง ๔ ตัว ตั้งเรียงกันเป็นรูปครึ่งวงกลม

          ไฟในห้องมองดูมืดสลัว แต่จะสว่างจ้าตรงเวทีที่ผมจะถูกสัมภาษณ์ ฉากด้านหลังเป็นสีเขียวสดใส ผมได้ยินเสียงพิธีกรทดสอบเสียงและซ้อมเปิดรายการ ส่วนผมได้รับคำแนะนำให้นั่งมองกล้องตัวไหนบ้าง และนั่งอย่างไรจึงจะดูดีบนเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ พร้อมกับติดไมค์ตัวเล็กที่ปกเสื้อผมด้วย

          อีกไม่กี่วินาที บนเวทีที่ผมต้องอยู่กับพิธีกรสองต่อสอง แอร์ในห้องบันทึกเทปเย็นฉ่ำ จนผมรู้สึกเย็นเฉียบไปทั้งตัว เย็นจนรู้สึกหนาวสั่น เหมือนตัวเองลอยคว้างอยู่ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องลงมา

          ๑๐ นาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว จำไม่ค่อยได้ว่าพูดอะไรไปบ้าง รู้แต่ว่าได้พูดถึงโรงเรียนขนาดเล็กที่เกษียณจากมาไม่มากนัก ได้พูดถึงโคกหนองกับข้าราชการบำนาญ และอนาคตว่าจะทำอะไรต่อไปกับชีวิตที่พอเพียง

          ในท้ายที่สุด ผมหยิบหนังสือที่เป็นผลงานเขียนของผมออกมา ๒ เล่ม เพื่อนำมาฝากในรายการ เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์การบริหารจัดการในโรงเรียนขนาดเล็ก มีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากัน ผู้อ่านอาจได้แรงบันดาลใจให้แก้ปัญหาและฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

          พิธีกรถามว่าหาซื้อหนังสือได้ที่ไหน? ผมบอกว่าE-bookของผมวางขายแบบออนไลน์ ผมลืมบอกเขาไปว่าวางขายที่ MEB แต่เอาเถอะ..หนังสือของผมได้ออกทีวีก็ดีแล้ว แต่จะออกอากาศวันไหนก็ไม่รู้...

ชยันตฺ์  เพชรศรีจันทร์

๑๐  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๘