-กับเรื่องราวดี ดี เริ่มต้นปี 2568 นี้ ขอเปิดหน้าสมุดออนไลน์มาบันทึกความทรงจำดี ดี เอาไว้เป็น"จดหมายเหตุชีวิต"กันสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ ถือเป็นการเปิดสมุดหน้าใหม่ ในการร้อย"เรื่อง"ให้เป็น"ราว"ตามสไตล์ของตัวผมเองครับ 5555 ว่าแต่จะมีอะไรน่าสนใจ และน่าจดจำบ้างนั้น พร้อมแล้ว ตามผมไปชมพร้อมๆ กันได้เลยคร้าบ!!!!!
1.เสียงโทรศัพท์ ดังขึ้นในช่วงค่ำ ๆ ของวันหนึ่ง ต้นสายโทรมาจาก"พี่โจ้ อุบลวรรณ อารยพงศ์" ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เคารพนับถือกัน ทั้งนี้ก็เนื่องจากเคยทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ในฐานะ"นักส่งเสริมการเกษตร"ซึ่งสิบกว่าปีก่อน “พี่โจ้”และทีมงานที่อยู่ส่วนกลางได้ลงมาติดตามงานตามระบบส่งเสริมการเกษตรด้านการส่งเสริม"กลุ่มยุวเกษตรกร" ระดับภูมิภาค ในขณะนั้นเราได้ลงพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรม ณ กลุ่มยุวเกษตรกรบ้านใหม่เขาดงรื่น (กลุ่มยุวเกษตรแบบผสม) หมู่ที่ 12 ตำบลพรานกระต่าย อำเภอพรานกระต่ายครับ หลังจากนั้นตัวผมเองก็ได้ติดตามการทำงานของ"พี่โจ้"ผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จนกระทั้ง"พี่โจ้"ได้เกษียณอายุราชการเมื่อหลายปีก่อน ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องก็ได้สืบทอดต่อกันมาอย่างอบอุ่นใจอยู่เสมอครับ จนเมื่อถึงวัน เวลา และสถานที่เหมาะสม เราจึงได้กลับมาพบกันอีกครั้ง กับ"ครอบครัวอารยพงศ์" ณ ที่นี่ Hi Hug House ครับ…
2.ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2568 นี้ ครอบครัวเล็ก ๆ ของเราได้มีโอกาสต้อนรับ"ครอบครัวอารยพงศ์" ซึ่งถือเป็นการต้อนรับ"แขกคนพิเศษ"ของบ้านไร่ครับ หลังจากที่ได้ประสานงานในด้านของที่พักและการทำกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว ในช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568 แขกคนพิเศษก็ได้เดินทางมาถึงบ้านไร่ในเวลา 20.30 น. เมื่อมาถึงแล้วก็ขอต้อนรับผู้มาเยือนกับ"เมนูอุ่นท้อง"กันก่อนครับ “ขนมปังสังขยาใบเตย”คือเมนูที่ทำขึ้นมาเพื่อต้อนรับ"ครอบครัวอารยพงศ์"ครับ อิ่มท้องแล้วก็ชวนคุยและวางแผนกิจกรรมตลอดสองวันที่เราจะอยู่ด้วยกันสักพักหนึ่ง เมื่อได้เวลาก็ให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนตามอัธยาศัยครับ…หลับฝันดีนะครับ….ราตรีสวัสดิ์ @ Hi Hug House
3.เช้าวันเสาร์ ที่ 25 มกราคม 2568 วันนี้อากาศค่อนข้างจะสดใส หมอกควันยังคงมีไม่มากเหมือนในเมืองหลวง ดังนั้นเราจึงชวน"พี่โจ้+พี่ตั๋ม+น้องตาว"ไปทำบุญตักบาตรร่วมกับ"แก๊งค์สายบุญ"ประจำหมู่บ้านหนองราง กันก่อนครับ หลังจากได้รับพรเป็นสิริมงคลแล้ว เราก็พาแวะเยี่ยมชมฟาร์มของ"พี่ประนอม"ที่วันนี้เมื่อได้พูดคุยกันแล้ว “พี่ประนอม”ก็ได้มอบของที่ระลึกให้กับผู้มาเยือนด้วย “มิตรภาพสวยงามเสมอ”ครับ…
4.หลังจากนั้น ท้องเริ่มร้องจ้อก ๆ แล้วล่ะครับ ดังนั้นเราจึงชวน"แขกคนพิเศษ"กลับมาบ้านไร่ เพื่อเข้า"ครัวฝรั่ง"เรียนรู้"วิชาชีวิต"เรื่อง"พิซซ่าเตาถ่าน"ครับ สำหรับพิซซ่าเตาถ่าน ถือเป็นเมนูที่ใคร ๆ มาเยือนบ้านไร่ต้องได้ลิ้มลองครับ เมื่อพิซซ่าพร้อมแล้ว เช้าวันนี้"น้องตาว"ได้สัมผัสกับ"กาแฟสด"ของบ้านไร่ด้วย ซึ่งเม็ดกาแฟได้ส่งตรงมาจาก"เชียงใหม่"ครับ ใช้วิธีการบดแบบบ้าน ๆ พร้อมกับน้ำร้อน ๆ ก็ได้กาแฟหอม ๆ ตามสไตล์บ้านไร่สำหรับดื่มเพิ่มพลังกันแล้วล่ะครับ อิ่มท้องแล้วก็ขอเดินย่อยอาหารกันสักพัก งานนี้ขอเดินชมกิจกรรมของบ้านไร่กันสักหน่อย บนพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้เดินชมประมาณ ½ ชั่วโมงก็สัมผัสถึง"2 วิถี 3 โลก"แล้วล่ะครับ….
5.ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาของ"น้องฟ้าพาทัวร์"แล้วล่ะครับ สำหรับในช่วงเช้านี้ “น้องฟ้า”จะพาเราได้ชมกิจกรรม"การทำพุทรากวน"ที่บ้านป้าแมวครับ บ้านป้าแมว อยู่ใกล้ ๆ กับบ้านไร่ โดยป้าแมวจะทำ"พุทรากวน"ขายเป็นประจำทุกปี ซึ่งตัวผมเองได้เคยเอาเรื่องราวของป้าแมวมานำเสนอให้กับผู้ที่สนใจได้รับชมกันมาบ้างแล้ว และเมื่อ"แขกคนพิเศษ"มาเยือนทั้งที เราจึงขอชวนมาเยี่ยมชม"ธุรกิจเล็ก ๆ"ของป้าแมวครับ หลังจากเรียนรู้"วิชาชีวิต"เรื่อง"พุทรากวน"แล้ว เราก็ได้ไปเยี่ยมชม"เชอรี่ฟาร์ม"ครับ โดยเราได้พบกับ"ป้าแขก"ที่วันนี้บอกว่า"ลุงลี่"ไม่อยู่ ป้าแขกชวนเราไปดูเป็ด และเก็บไข่เป็ดสด ๆ ซึ่งเราจะขอแบ่งซื้อมาเพื่อจะเอาไว้เป็นวัตถุดิบในการทำ"ไข่เค็มศิลา"ในวันพรุ่งนี้ครับ…
6.ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ได้เวลาอาหารมื้อกลางวันพอดีครับ สำหรับมื้อนี้บ้านไร่ได้เตรียมเมนู “แซบๆ”เอาไว้ต้อนรับแขกคนพิเศษครับ เพิ่มพลังให้เต็มที่กันก่อน แล้วช่วงบ่าย ๆ จะชวนไปชมกิจกรรมต่าง ๆ ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอพรานกระต่ายครับ…
7.ในช่วงบ่ายนี้ เราพา"แขกคนพิเศษ"ไปเยี่ยมชมกิจกรรมการปลูกผักของ"ฟาร์มโรงโม่"ครับ สำหรับฟาร์มผักแห่งนี้ ผมได้เคยพาเกษตรกรผู้สนใจไปเยี่ยมชมหลายครั้งแล้ว และทุกครั้งที่ไปเยือนก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก"พี่ประสิทธิ์"ผู้ที่เป็นหลักในการดูแลฟาร์มแห่งนี้ครับ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกันในหลาย ๆ เรื่อง และก่อนกลับเราได้อุดหนุนผักสด ๆ เพื่อนำมาประกอบอาหารมื้อเย็นด้วย และ"พี่โจ้"ยังได้สั่งผักไว้เพื่อนำกลับเมืองหลวงด้วย เรานัดรับผักในวันพรุ่งนี้นะครับพี่ประสิทธิ์….ออกจากฟาร์มผักแล้วเราก็มุ่งหน้าไปยัง"ไฉไลฟาร์มเกษตรอินทรีย์"ครับ แปลงนี้เป็นแปลงของ"พี่อนุ"ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบ Smart Farmer Model ของจังหวัดกำแพงเพชรครับ สำหรับพี่อนุ ผมก็เคยได้นำเอาเรื่องราวมาบันทึกไว้หลายครั้งแล้วเช่นกันครับ และเมื่อมาถึงฟาร์มพี่อนุแล้ว เราก็ได้เดินชมกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ ทำเอาผู้มาเยือนต่างก็รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขไปกับ"ครอบครัวของพี่อนุ"ด้วยครับ ใช้เวลาพอสมควรแล้ว เราก็ขอตัวกลับก่อนนะครับ เอาไว้มาเยี่ยมกันใหม่นะครับพี่อนุ…
8.กลับมาถึงบ้านไร่ประมาณ 5 โมงเย็น เราก็ชวน"แขกคนพิเศษ"นั่งรถอีแต๋น"เพื่อชมอ่างเก็บน้ำแก้มลิง และชมกิจกรรมการปลูกไม้ผล(พุทราและชมพู่ทับทิมจันทร์)ของ"พี่อภิสิทธิ์"ครับ สวนไม้ผลมีพื้นที่ไม่มากนักแต่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวพี่อภิสิทธิ์ได้แม้ว่าจะไม่มากนัก หากแต่จะเป็นพลังใจที่จะทำให้พี่อภิสิทธิ์ จะขยายพื้นที่ปลูกไม้ผลต่อไป และในอนาคตเราคงจะเห็นสวนไม้ผลที่เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนแห่งนี้อย่างน่าภาคภูมิใจแน่ ๆ ครับ… กลับจากชมสวนแล้วเราก็ช่วยกันประกอบอาหารมื้อค่ำพร้อมกับรับประทานอาหารเย็นร่วมกันลิ้มลองผักสด ๆ และผลไม้จากสวนแบบเก็บเองแบบนี้ก็ อิ่มแปล้!!! กันเลยล่ะครับ….วันนี้เหนื่อยหน่อยแต่ก็คุ้มค่าใช่มั้ยล่ะคร้าบ!!!!!55555 ขอตัวไปพักผ่อนพร้อมกับอย่าลืมทำ"บัญชีปิ่นโต"ด้วยนะครับน้องตาว…55555
9.เช้าวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 เพิ่มพลังกับเมนูจาก"ผักสดๆ"ที่ได้มาจากฟาร์มเมื่อวานครับ เช้านี้มี"ถั่วเหลืองต้ม"ด้วย เพิ่มโปรตีนจากพืชผักให้กับร่างกายแล้ว เราก็พร้อมที่จะลุยกันต่อแล้วล่ะครับ 555
10.ช่วงเช้าของวันนี้ เราเริ่มต้นที่"บ้านกำนันไกรทอง"ครับ “กำนันแหนบทองคำ”ถือเป็นเครื่องหมายการันตีคุณความดีที่ท่านกำนันไกรทอง บดีรัฐ ได้สร้างเอาไว้เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งกำนันตำบลถ้ำกระต่ายทองครับ หลังจากเกษียณแล้ว ท่านกำนันและ"ป้าจำเนียร"ก็ใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ มีไร่อ้อยเอาไว้สำหรับทำ"น้ำอ้อยงบ"ปีละครั้ง เพียงเท่านี้ก็ไม่เกินกำลัง และมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ วันนี้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตต่าง ๆ มากมาย และยังได้พลังใจจากท่านกำนันกลับมาอย่างเต็มเปี่ยม สุขทุกครั้งที่ได้ไปเยือนครับ หลังจากออกจากบ้านกำนันแล้วเราก็แวะไหว้พระกันสักหน่อย “วัดถ้ำพระใหญ่จอมโลกอุดร”คือสถานที่สวยงามและน่าแวะขอพรมาก ๆ เลยล่ะครับ…..ระหว่างทางสวยงามเสมอ….
11."แขกคนพิเศษ"มาเยือนถึงถิ่น"เมืองพรานกระต่าย"ทั้งที งานนี้จึงต้องขอเพิ่มพลังด้วย"บะหมี่ยายกี"กันก่อนครับ “บะหมี่เกี๊ยว”ถือว่าที่สุดของที่นี่ เราจัดกันไปคนละ 2 ชาม (น้ำชาม…แห้งชาม)หลังจากนั้นก็ไปชม"ถ้ำกระต่ายทอง"และไหว้ขอพร"เจ้าพ่อถ้ำกระต่ายทอง"เพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน ไม่แน่นะครับ เราอาจจะเป็นลูกหลานของท่านก็ได้ “บุญนำพา”จึงได้มาพบกันครับ….หลังจากขอพรแล้วเราก็กลับบ้านไร่เพื่อทำภารกิจส่วนตัว พร้อมกับเพิ่มพลังด้วย"หวานเย็นโบราณ"ดับร้อนกันสักหน่อย ก่อนที่จะไปลุยกันต่อในช่วงบ่ายนี้ครับ…
12.อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เมืองมรดกโลก เป็นสถานที่ ที่ต้องไปเยือนครับ วันนี้"น้องตาว"ได้ทำหน้าที่บรรยายความรู้เกี่ยวกับแหล่งประวัติศาสตร์ในต่างแดนหลาย ๆ แห่งที่เคยไปสัมผัสมาด้วย สำหรับ"น้องตาว"ก่อนจะมาเยือนที่นี่ก็ได้ทำการบ้านมาอย่างเต็มที่ ดังนั้นเมื่อมาถึงถิ่นและได้สัมผัสกับสถานที่จริงแล้วก็เพิ่มเติมความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างอิ่มใจ เราในฐานะคนบ้านนี้เมืองนี้ก็รู้สึกได้ถึงความสนใจของ"ผู้มาเยือน"อย่างอบอุ่นใจครับ ออกจากดินแดนมรดกโลกแล้วเราก็ขับรถชมเมืองกำแพงเพชรกันสักหน่อย หลังจากนั้นก็เดินทางมาถึง"บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง"สถานที่ ที่เราจะได้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าหลังจากทำกิจกรรมทั้งสองวันครับ….ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ เราก็เดินทางกลับถึงบ้านไร่ และช่วยกันปรุงอาหารมื้อค่ำนี้ พร้อมกับร่วมรับประทานอาหารร่วมกันเป็นมื้อส่งท้ายของทริปนี้ครับ…
13.รับประทานอาหารค่ำและทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางกลับ วันนี้"ครอบครัวอารยพงศ์"ก็ขอสรุปการบ้าน"บัญชีปิ่นโต"กันก่อน ส่วนบ้านไร่ของเราก็ขอสรุป"บัญชีเพิ่มทรัพย์"สำหรับทริปนี้ครับ ทั้งนี้ก็เพราะว่า"บ้านไร่"ของเรา อยากจะเรียนรู้และพิสูจน์ทราบเรื่องของ"ปรัชญาเศรษฐพอเพียง"โดยการน้อมมาสู่การปฏิบัติครับ และเมื่อเรานำมาปฏิบัติกับครอบครัวของเราแล้ว วันนี้เราก็ขอนำเอามาแบ่งปันและส่งต่อให้กับ"แขกคนพิเศษ"ของเราด้วย หลักการง่ายๆ คือ"ผู้มาเยือน"จะประเมินราคาของรายการอาหาร/กิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้ทำกับบ้านไร่ และสรุปยอดว่าหากต้องใช้ชีวิตประจำวัน(โดยเฉพาะในสังคมเมือง)จะหมดค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ และบ้านไร่ก็จะประเมินค่าใช้จ่ายในแต่ละเมนูและกิจกรรมเอาไว้ ก็จะทราบถึงรายจ่ายของบ้านไร่ เมื่อสองบัญชีมาสรุปพร้อมกัน เราจะได้ยอดของ"สังคมเมือง"และ"สังคมชนบท"ซึ่งจะมีความต่างกัน และเราก็จะได้ข้อสรุปด้วยกันและเรียนรู้ถึงการดำรงชีพของแต่ละสังคมได้อย่างชัดเจนครับ เอาเป็นว่างานนี้"บัญชีปิ่นโต"สรุปยอดมากกว่าบ้านไร่ไปประมาณ 2 เท่าตัวกันเลยทีเดียวครับ และต้องขอขอบคุณ"ครอบครัวอารยพงศ์"ที่ช่วยชี้แนะแนวทางและปรับปรุงในส่วนที่ขาดตกไป มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ…
14.มิตรภาพสวยงามเสมอ…...ก่อนจากกันในวันนี้"ครอบครัวอารยพงศ์"โดย"น้องตาว"ได้เป็นตัวแทนในการส่งมอบของขวัญชิ้นพิเศษ พร้อมกับบรรยายถึงประสบการณ์ชีวิตที่ได้รับจาก"บ้านไร่"ในช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันครับ “ภาษาอังกฤษ”ที่ถูกเรียงร้อยออกมาจาก"น้องตาว"ถึงบ้านไร่และชุมชนแห่งนี้ ถือเป็นสิ่งที่เรารู้สึกยินดีและขอน้อมรับเอามิตรภาพดี ดี นี้เก็บไว้ และหากมีเวลามาเยี่ยมบ้านนา อีกเน้อ…พี่ตั๋ม พี่โจ้ น้องตาว….เน้อ!!!!!!!!!! โชคดีที่ได้พบกัน ที่นี่ บ้านฉันก็บ้านเธอ First Trip แบบอารยะ 2025 @ Hi Hug House….
15.และในวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 บ้านไร่ของเราได้ต้อนรับ"The Gang"จากรุ่น “เพชรเอกภัทรานุสรณ์”หลาน ๆ จากโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม นำทีมโดย"น้องโบว์ลิ่ง"หลานสาวคนสวย ที่วันนี้เธอสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปีการศึกษาที่จะถึงนี้ และเมื่อมีโอกาสที่น่ายินดีเช่นนี้ สาวน้อยจึงขออนุญาตชวนเพื่อน ๆ ร่วมรุ่นมาสัมผัสกับกิจกรรมต่าง ๆ ของบ้านไร่ เมื่อโบว์ลิ่งมาเยือน….จะไม่สะเทือนได้ไง!!!!!!!!!! 55555
16.โบว์ลิ่งบอกน้าว่า"น้าบุญส่งอย่าคิดมากน่ะ วัยรุ่นสมัยนี้ เขาไม่ต้องให้พูดเยอะ O.K.!!!!! น้าจะไม่พูดอะไรเยอะแล้ว…งั้นขอฟ้องด้วยภาพกิจกรรมต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ ทำก็แล้วกันนะครับ…..เอาเป็นว่าขอให้หลาน ๆ มีความสุขกับสิ่งที่เป็น และก้าวต่อไปตามที่ใจต้องการก็แล้วกัน อะไรที่หลาน ๆ ว่าดี น้าก็ว่าดี หากแต่ต้องดีแบบไม่ต้องทำให้ใครเดือดร้อนด้วยนะครับเด็ก ๆ ที่แน่ ๆ แก๊งค์นี้น่ารัก และกินอะไรก็อร่อยไปหมด น้าช้อบ…..ชอบ!!!!!! 555555
17.คือ"ความสุข"ที่ได้แบ่งปัน พร้อมกับ"ได้รับความสุข"คืนกลับมาอย่างมากมายครับ สำหรับ First Trip แบบ เพชรเอกภัทรานุสรณ์…..ขอบคุณที่ฮักเฮา……โชคดีที่ได้พบกัน ที่นี่ Hi Hug House Farm School…
The future starts today, not tomorrow (อนาคตเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่วันพรุ่งนี้)
เพชรน้ำหนึ่ง+มดตะนอย
10/02/2568
Hi Hug House
Farm School






















































ยินดีต้อนรับครับเด็กๆ