ปี ๒๕๖๗ เป็นปีครบรอบ ๓๐ ปี ของการเลือกมาใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ อันเป็นจังหวัดในความฝันที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ตั้งแต่ตอนเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ที่กรุงเทพฯ แต่กว่าจะได้มีโอกาสมาอยู่จริง ก็ต้องผ่านจังหวัดกลางทางก่อน คือ พิษณุโลก ที่ร่ำเรียนจบระดับปริญญาตรี แวะใช้ชีวิตที่พิษณุโลก (คนแถวนั้นเรียกย่อว่า พิด'โลก) ๔ ปีกว่า ๆ

หลังจากนั้นการเดินตามความฝันที่จะมาอยู่เชียงใหม่ เริ่มต้นปี ๒๕๓๗ จบปริญญาตรีใหม่ ๆ หนทางที่จะมาได้ คือ การหาเรื่องเรียนต่อระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เมื่อจิตมุ่งมั่น เป้าหมายก็ทำได้จริง ถึงแม้จะใช้เวลาเรียนนานกว่าชาวบ้านไปสักหน่อย ก็เรียนจบระดับปริญญาโทและไม่ย้ายไปไหน แต่หางานทำในเชียงใหม่ต่อเลย

นับตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ จนบัดนี้ผ่านปี ๒๕๖๗ ก็นับเวลาได้ ๓๐ ปี ไวเหมือนโกหก

เคยเล่าแรงบันดาลใจเอาไว้ในบันทึกแรก ๆ ว่า 

 

 

“… ตอนเป็นเด็กประถม มัธยม เวลาไปร้านตัดผมชาย ก็จะเห็นภาพวิวสวย ๆ ของ กฤษดาดอย ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาพรีสอร์ททางภาคเหนือ อากาศเย็นสบาย อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่มีแต่สีเขียว หรือดอกไม้เมืองหนาวที่งดงาม …”

 

 

ภาพเหล่านี้นี่แหละ คือ แรงบันดาลใจ

 

ปี ๒๕๖๗ …

คือ … ๓๐ ปีของการใช้ชีวิตที่เชียงใหม่

คือ … ๑๐ ปีของการเรียนระดับปริญญาโท และทำงานในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คือ … ๒๐ ปีของการได้เป็น "ครู หรือ อาจารย์มหาวิทยาลัย” ณ มหาวิทยาลัยเก่าแก่ในภาคเหนือ

 

ทุกอย่างดูรวดเร็วจนทบทวนชีวิตแทบไม่ทัน

ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ

ถ้าอยู่ต่อหน้ากับใครสักคน ก็คงอยู่เงียบ ๆ แบบเจียมเนื้อเจียมตัว รู้สึกถึงความไม่จำเป็นพูดเรื่องราวเหล่านี้ให้ใครได้ฟัง ยกเว้น คน ๆ นั้นจะถาม เราก็จะตอบ แบบถามคำ ตอบคำ

แต่ถ้าอยู่เงียบ ๆ แบบนี้ เขียนบันทึก ทิ้งร่องรอยเอาไว้น่าจะดีและถนัดกว่า

ผมคิดว่า ความทรงจำและประสบการณ์ใด ๆ ก็ตามที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเป็นสิ่งที่มีคุณค่า คนแต่ละคนย่อมมีความทรงจำและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจโชคดี บางคนอาจโชคร้าย แต่ทุกอย่างก็มีค่าเสมอ

เมื่อเราฟังเรื่องราวของใครสักคน สิ่งที่เราควรทำ คือ การฟังแล้วคิดตาม ผมคิดว่า เราไม่อาจเอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์นั้น ๆ ด้วยความคิดเห็นของเราได้ เพราะเหตุปัจจัย ห้วงเวลาไม่เหมือนกัน

จงเคารพความทรงจำและประสบการณ์ของคนทุกคน

คุณค่าของคน มีอยู่ในตัวคนทุกคนเสมอ

บุญรักษา ทุกท่าน ;)…

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๘ ทุกท่านครับ

ขอให้สุขภาพแข็งแรงทุกท่าน