จูฬสุวกราชชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๔. จูฬสุวกราชชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๔๓๐)
ว่าด้วยพญานกแขกเต้า
(ท้าวสักกะตรัสถามพญานกแขกเต้าว่า)
[๓๐] หมู่ต้นไม้มีใบเขียวชอุ่ม มีผลดาษดื่น มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำไมหนอ ใจของนกแขกเต้า จึงยินดีต้นไม้แห้งเป็นโพรงไม่สร่างซา
(พญานกแขกเต้าตอบว่า)
[๓๑] ผลของต้นไม้นี้ ข้าพเจ้าอาศัยกินอยู่หลายปี แม้ไม่มีผล ข้าพเจ้ารู้แล้ว แต่ก็ยังรักษาไมตรีนั้นไว้เหมือนเดิม
(ท้าวสักกะตรัสถามว่า)
[๓๒] ต้นไม้แห้ง ต้นไม้เป็นโพรง และต้นไม้ปราศจากใบและผล ฝูงนกก็พากันละทิ้งไป นี่นกน้อย เจ้าเห็นโทษอะไร
(พญานกแขกเต้าตอบว่า)
[๓๓] นกเหล่าใดต้องการผลไม้จึงคบหา รู้ว่าไม่มีผลก็ละทิ้งต้นไม้นั้นไป นกเหล่านั้นเป็นพวกเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน โง่เขลา เป็นผู้ทำลายพวกพ้อง
(ท้าวสักกะตรัสว่า)
[๓๔] เป็นการดี เจ้าปักษี ที่เจ้าได้กระทำความเป็นเพื่อน ไมตรีและความสนิทสนมในหมู่พวก ถ้าคุณธรรมข้อนี้เจ้าพอใจ เจ้าก็เป็นที่สรรเสริญของผู้รู้ทั้งหลาย
[๓๕] นี่เจ้านกแขกเต้าผู้มีปีกบินไปในอากาศ เรานั้นจะให้พรแก่เจ้า เจ้าจงเลือกพรสักอย่างหนึ่งตามที่เจ้าพอใจเถิด
(พญานกแขกเต้ากล่าวว่า)
[๓๖] ทำไมหนอ ข้าพเจ้าจะพึงเห็นต้นไม้นี้กลับมีใบมีผลได้อีก ข้าพเจ้าจะพึงยินดีอย่างยิ่งเหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์
(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
[๓๗] ลำดับนั้น ท้าวสักกะทรงถือเอาน้ำอมฤตรดต้นไม้ กิ่งของต้นไม้นั้นก็แตกออกมา มีเงาร่มเย็น น่ารื่นรมย์ใจ
(พญานกแขกเต้ากล่าวว่า)
[๓๘] ท้าวสักกะ วันนี้ข้าพระองค์มีความสุขเพราะเห็นต้นไม้มีผลฉันใด ขอพระองค์พร้อมทั้งพระประยูรญาติทั้งปวงจงมีความสุขฉันนั้นเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
[๓๙] ท้าวสักกะครั้นประทานพร บันดาลให้ต้นไม้มีผลแก่นกแขกเต้าแล้ว พร้อมด้วยพระมเหสี ก็เสด็จหลีกไปยังสวนเทพนันทวัน
จูฬสุวกราชชาดกที่ ๔ จบ
-----------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
จุลลสุวกราชชาดก
ว่าด้วย ผู้รักษาไมตรี
พระศาสดา เมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระนครสาวัตถี ทรงปรารภเวรัญชกัณฑ์ จึงตรัสเรื่องนี้ ดังนี้.
เมื่อพระศาสดาเสด็จจำพรรษา ณ เมืองเวรัญชา แล้วเสด็จถึงพระนครสาวัตถีโดยลำดับ ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า
ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระตถาคตเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ เป็นพุทธสุขุมาลชาติ ประกอบด้วยอิทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ เวรัญชพราหมณ์นิมนต์ไป ได้จำพรรษาอยู่ตลอด ๓ เดือนไม่ได้ภิกษาจากสำนักเวรัญชพราหมณ์แม้สักวันเดียว เพราะถูกมารดลใจเสีย ทรงละความโลภอาหารเสียได้ ดำรงพระชนม์ด้วยข้าวสำหรับเลี้ยงม้าที่พ่อค้าม้าถวายวันละแล่ง มิได้เสด็จไปที่อื่น
ความที่พระตถาคตทรงมักน้อยสันโดษนี้น่าสรรเสริญเหลือเกิน.
พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร? เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การละความโลภในอาหารของตถาคตในบัดนี้ ยังไม่น่าอัศจรรย์ แม้ในกาลก่อน ตถาคตเกิดเป็นสัตว์เดียรฉานก็ได้ละความโลภอาหารมาแล้วดังนี้ แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้.
เนื้อเรื่องทั้งหมดพึงทราบโดยพิสดารตามทำนองที่ที่กล่าวมาแล้วในหนหลัง
ในตอนนี้มีใจความว่า
ท้าวสักกเทวราชทรงแปลงพระองค์เป็นพญาหงส์ สนทนากับพญานกแขกเต้า
จึงได้ตรัสคาถานี้ว่า :-
ต้นไม้ทั้งหลายที่มีใบเขียว มีผลดก มีอยู่เป็นอันมาก เหตุไรพญานกแขกเต้าจึงมีใจยินดีในต้นไม้แห้งผุเล่า.
เราเคยบริโภคผลแห่งต้นไม้นี้นับได้หลายปีมาแล้ว ถึงเราจะรู้ว่าต้นไม้นี้ไม่มีผลแล้ว ก็ต้องรักษาความไมตรีไว้ให้เหมือนดังก่อน.
นกทั้งหลายย่อมละทิ้งต้นไม้แห้งผุ ขาดใบไร้ผลไปในที่อื่น ดูก่อนพญานกแขกเต้า ท่านเห็นโทษอะไรหรือ?
นกเหล่าใดคบหากันเพราะต้องการผลไม้ ครั้นรู้ว่าต้นไม้นั้นไม่มีผล ก็ละทิ้งต้นไม้นั้นไปเสีย นกเหล่านั้นโง่เขลา มีปัญญาที่เห็นแก่ตัว มักทำฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป.
ความเป็นเพื่อน ความไมตรี ความสนิทสนมกัน ท่านได้ทำไว้เป็นพยานดีแล้ว ถ้าท่านชอบใจธรรมนั้น ท่านก็เป็นผู้ควรที่วิญญูชนทั้งหลายพึงสรรเสริญ.
ดูก่อนพญานกแขกเต้า ผู้ชาติวิหคมีปีกเป็นยานพาหนะ มีคอโค้งเป็นสง่า เรานั้นจะให้พรแก่ท่าน ท่านจงเลือกเอาพรตามที่ใจปรารถนาเถิด.
ไฉนข้าพเจ้าจะพึงได้เห็นต้นไม้นั้นกลับมีใบมีผลอีกเล่า ข้าพเจ้าจะยินดีอย่างยิ่งเหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์ ฉะนั้น.
ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราชทรงวักอมตวารีมาประพรมต้นไม้ กิ่งก้านของต้นไม้นั้นก็งอกงาม มีเงาร่มเย็นเป็นที่น่ารื่นรมย์.
ข้าแต่ท้าวสักกเทวราช ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญสุข พร้อมด้วยพระญาติทั้งปวง เหมือนดังข้าพระบาทมีความสุข เพราะได้เห็นต้นไม้ผลิตผลในวันนี้ ฉะนั้นเถิด.
ท้าวสักกเทวราชประทานพรแก่พญานกแขกเต้า ทำต้นไม้ให้มีผลแล้ว พาพระมเหสีเสด็จกลับเทพนันทวัน.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
ท้าวสักกเทวราชในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระอนุรุทธะ ในบัดนี้
พญานกแขกเต้าในครั้งนั้น ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาจุลลสุวกราชชาดกที่ ๔
-----------------------------------------------------