บ่ายวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ทีมงานของสำนักงานสภามหาวิทยาลัยของ มอ. นัดผมเข้าร่วมการประชุม ออนไลน์ เรื่อง “ประชุมเพื่อกำหนดกรอบการติดตามและประเมินผลเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาระหว่างคณะกรรมการติดตามและประเมินผลฯ (DE2) คณะทำงานติดตามและประเมินผลฯ (DE3) หัวหน้าส่วนงานวิชาการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” โดยผมรับนัดแบบงงๆ ในเรื่องวัตถุประสงค์ของการประชุม โดยที่ดีใจที่เห็นคำว่า “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (stakeholders) เพราะนี่คือพลังสำคัญของการนำ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไปใช้หนุนการพัฒนาหน่วยงาน
เขาส่งข้อมูลของหน่วยงาน ที่มีการวิเคราะห์ตาม Strategic Objectives มาให้ ชวนให้ผมตั้งคำถามว่า ข้อมูลแบบใด ที่มีพลังชวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ช่วยกันออกความเห็นว่า จะต้องเน้นพัฒนาที่เป้าหมายใดบ้าง อย่างไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ หากข้อเสนอไม่มีส่วนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มใดดำเนินการเลย แสดงว่า facilitator ยังปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีพลังไม่มาก
ข้างบนนั้น เขียนก่อนการประชุม ที่ใช้เวลาเพียง ๑ ชั่วโมง ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของการประชุม คือทำความรู้จักความมุ่งหมายที่แท้จริงของ DE ว่าเป็นเครื่องมือสร้างวงจรเรียนรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อใช้พลังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาผลงานของส่วนงาน
โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะส่งพลังต่อการพัฒนาส่วนงานต่อเมื่อเขาเข้าใจเป้าหมายที่เอาจริงเอาจังของส่วนงาน และ “ตรงใจ” เขา เพราะหากพัฒนาได้ตามเป้าหมาย เขาก็ได้รับประโยชน์ด้วย และเป็นประโยชน์ที่สำคัญสำหรับเขา การดำเนินการเพื่อให้บรรลุ “เป้าหมายตรงกัน” นี้ เป็นหน้าที่หรือบทบาทของ facilitator ที่จะต้องใช้ความสามารถในการเสวนาให้เกิดประเด็นพัฒนาที่ตรงความต้องการทั้งของส่วนงาน และของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสร้างความเข้าใจว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ใช่แค่เป็นผู้มาให้ความเห็นหรือข้อมูล แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้กระทำการ” (actor) ด้วย ในส่วนที่เกี่ยวพันกับกิจการงานของตน
โดยนัยนี้ DE จึงไม่ใช่เครื่องมือประเมิน แต่เป็นเครื่องมือหนุนการเรียนรู้และพัฒนาของส่วนงาน ที่มีข้อมูลเป็นตัวช่วยสร้างเป้าหมายร่วมที่ทรงพลังของส่วนงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ต.ค. ๖๗