ก่อนจะเริ่มเข้าสู่เนื้อหาหลักของบทความนี้ ขอเล่าเรื่องตลกที่เกิดขึ้นกับเราในวันนี้ให้ทุกคนฟังก่อน แต่เดิมเรามีความคิดว่าอยากเล่าเรื่องราวที่เตรียมไว้ในรูปแบบ Podcast เพราะเราคิดว่าในเพจของเรานั้นมีบทความเยอะแล้ว และการทำเป็น Podcast คงจะสื่อสารเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านน้ำเสียงได้มากขึ้นด้วย แต่เนื่องจากววันนี้เราอยู่กับแม่ทั้งวัน จะหาโอกาสอัดเสียงเลยเป็นเรื่องที่ยากมาก ประกอบกับร้านกาแฟแถวบ้านร้านหนึ่งคนเยอะมาก ส่วนอีกร้านก็ไม่เปิดเลยไม่รู้จะไปหาที่เงียบ ๆ ที่ไหนทำ Podcast เลยต้องเปลี่ยนแปนกลับมาเขียนบทความเหมือนเดิม 55555

อีกเรื่องที่สำคัญและอยากบอกเอาไว้คือ... บทความนี้เกิดขึ้นมาได้ต้องขอบคุณคลิป Reels ของพี่เขื่อน ภัทรดนัยที่จุดประกายการใช้ Google Form ในการตั้งคำถามและส่งให้คุณแม่เป็นคนตอบ เราเลยแอบเอาวิธีการนั้นมาใช้เหมือนกัน เพราะงั้นเราจึงตั้งชื่อบทความนี้ว่า... เรื่องของแม่... ที่แม่ร่วมเขียนแบบไม่รู้ตัว

ในบทความนี้เราคงไม่ได้บอกว่า... เราถามอะไรคุณแม่ไปบ้าง แต่เราจะมาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ จากคำตอบที่แม่ได้ตอบเอาไว้ และเชื่อมกับตัวเองและความรู้สึกของเราที่รับรู้และมีต่อคำตอบนั้น ๆ ของคุณแม่ โดยเราถามคำถามแม่ไปทั้งหมด 9 ข้อ และในคำถาม 9 ข้อนั้นออาจจะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ความเป็นแม่ / ความสัมพันธ์และความประทับ / เรื่องที่แม่ฝากบอก เอาหละเกริ่นมายืดยาวแล้ว เราไปเดินทางไปในเรื่องราวของความเป็นแม่ไปด้วยกันนะ

จากวันแรกถึงถึงตอนนี้ก็ผ่านมา 31 ปีแห่งบทบาทความเป็นแม่แล้ว 31 ปีที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างกัน มีทั้งบวกและลบ มีทั้งดีและร้าย ก็ต้องยอมรับว่าในการเป็นแม่ของเด็กคนหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะเมื่อคลอดเด็กคนนี้ก็ไม่ได้มาพร้อมกับคู่มือการดูแลหรือบำรุงรักษา แม่ต้องค่อย ๆ เดินทางและเรียนรู้ร่วมไปกับเขา

ย้อนกลับไปวันแรกที่ได้รู้ว่าตั้งครรภ์ ตอนนั้นแม่รู้สึกดีใจมากเลยนะ ที่เรากำลังจะมีสมาชิกอีกหนึ่งคนเข้ามาในครอบครัว คุณพ่อเองก็คงใจดีมากไม่แพ้กันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในความเป็นแม่ที่ค่อย ๆ เริ่มก่อนตัวขึ้นที่ละน้อย กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งถึงวันที่คลอด

วินาทีที่แม่ได้พบหน้าเจ้าตัวน้อยเป็นครั้งแรก มีรู้สึกทั้งดีใจและโล่งใจไปในเวลาเดียวกัน ที่ลูกของเราคลอดออกมาแล้วร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง อวัยวะครบ 32 ประการ ความกังวลที่เคยมีก็พลันหายไป หลังจากความดีใจพ้นผ่านความกังวลใหม่ก็เข้ามา เมื่อต้องเริ่มต้นบทบาทความรับผิดชอบของความเป็นแม่ ด่านแรกคือการให้นม นี่เป็นท้องแรก แม่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าที่เจ้าตัวน้อยดูดนมจากเต้าอยู่นั้นเข้าได้รับน้ำนมจริง ๆ อยู่ใช่ไหม ? แต่เมื่อเห็นเขาทานได้แม่ก็วางใจ

ด่านต่อมาคือเรื่องการอาบน้ำ... การอาบน้ำให้เด็กเล็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ทำอย่างไรไม่ให้เขาตกใจกับอุณหภูมิของน้ำและอากาศ ทำอย่างไรเมื่อต้องฟอกสบู่และไม่ทำเขาให้ลื่นหลุดมือไป !!! สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายที่แม่ต้องเรียนรู้และเผชิญกับมัน

แม่ไม่ใช่แม่บ้านที่สามารถดูแลเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ความโชคดีของแม่คือ แม่มีคุณปู่คุณย่าที่คอยเป็นแม่นมที่คอยดูแลลูกแม่อย่างดีในวันที่แม่ต้องไปทำงาน และเขาเป็นหลานคนแรกของที่บ้านคุณปู่คุณย่าทำให้เขากลายเป็นศูนย์กลางของบ้านที่ใคร ๆ ก็ต่างต้อนรับ และแอบแกล้งไปด้วยในเวลาเดียวกัน

วันเวลาค่อย ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน แม่และเขาได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมายในทุก ๆ วันที่อยู่ด้วยกัน ผ่านวันที่หัวเราะ ร้องไห้ ดีใจ และผิดหวังมาด้วยกันหลายครั้ง สิ่งที่แม่ภูมิใจในตัวของเขาคือ... เขาเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง สิ่งนี้ทำให้แม่ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรในตัวเขามากมาย เพราะแม่รู้ว่าไม่ว่าอย่างไรเขาจะรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี (แม้จะผิดหวังในเรื่องการเรียนมหาวิทยาลับอยู่บ้าง แต่แม่ก็เคารพในเส้นทางที่เขาเลือกนะ และสุดท้ายของก็เรียนจนจบมาได้) 

อีกสิ่งที่ทำให้แม่ภูมิใจคือเขาเป็นคนมีจิตอาสาในการช่วยเหลือบุคคลอื่น ๆ ต้องบอกว่าถึงแม้บ้านเราจะไม่ใช่คนที่มีฐานะร่ำรวยอะไร แต่เราก็รู้จักที่จะแบ่งปันและช่วยเหลือคนอื่น ๆ เท่าที่เรามีกำลังและไม่เดือดร้อนตัวเอง นี่คงเป็นต้นทุนที่ครอบครัวเรามีและคงเป็นสิ่งที่ติดตัวเขาออกไปสู่สังคม และเป็นเรื่องหนึ่งที่แม่ภูมิใจในตัวเขานะ

จนมาถึงวันนี้ถ้ามีสักเรื่องที่ยังเป็นห่วงเขาก็คงเป็นเรื่องการงานนั่นแหละ... ในสถานการณ์แบบนี้ เศรษฐกิจแบบนี้แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่างานที่เขาทำอยู่จะมั่นคงไหม ดูแลตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน และถ้าแม่ไม่อยู่แล้ว เขาจะอยู่ต่อไปอย่างไร และก็เรื่องสุขภาพที่แม่อยากให้เขาดูแลสุขภาพมากขึ้นหน่อย คงเป็นสองเรื่องที่อยู่ในใจของแม่ตอนนี้

สุดท้าย... แม่อยากบอกกับลูกว่า... ขอบคุณนะ... ขอบคุณที่เกิดเป็นลูกแม่และอยู่ด้วยกันตลอด ขอบคุณที่คอยดูแลแม่ในยามเจ็บไข้ I LOVE YOU นะจ๊ะ

ตั้งแต่ย่อหน้าที่ 4 จนกระทั่งถึงย่อหน้าก่อนหน้านี้เป็นการเรานำคำตอบจากการตอบคำถามของแม่ มาร้อยเรียงเป็นบทความให้ทุกคนได้อ่าน ตอนที่เราอ่านคำตอบครั้งแรกมันมีความรู้สึกหลายอย่างที่พุ่งเข้ามาสู่หัวใจของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว เหตุการณ์ ผู้คน อารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ มากมาย แต่เมื่อเรานำคำตอบเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นบทความ เป็นเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมา มันยิ่งประกอบภาพและทำให้ความรู้สึกต่าง ๆ ชัดขึ้น

ชิ้นส่วนหลาย ๆ อย่าง ความรู้สึกมากมายที่หายไปจากหัวใจหรือตัวของเราในวันนี้มันค่อย ๆ กลับมาก่อประกอบกันอีกครั้ง การเดินทางผ่านคำตอบและบทความนี้มันช่วยให้เรากลับไปเห็นเรื่องราวชีวิตมากมาย ต้องยอมรับมีหลายเรื่องนะที่เราต้องขออนุญาตลบออกไปจากบทความ เพราะมันเป็นเรื่องส๊วนตัว ส่วนตัวที่ปรากฏชัดในขณะที่เขียน แต่ของเก็บไปในพื้นที่ส่วนตัวดีกว่า (ตรงนี้มันสาธารณะไปหน่อย 55555)

ขอบคุณแม่เหมือนกัน... การมาเขียนบทความนี้ทำให้เห็นว่า... เมล็ดพันธุ์ที่มากมายที่เราได้รับจากแม่มันยังคงอยู่ในตัวเรา ทั้งความรับผิดชอบต่องาน เราพูดเสมอว่า "เราไม่ใช่คนเก่ง แต่ก็รับปากแล้วจะทำ" สิ่งที่เราได้รับมาจากแม่เต็ม ๆ แม่เป็นคนไม่เก่งเทคโนโลยี แต่บทบาทหน้าที่ความเป็นครูแม่ก็พยายามทำถูกบ้างผิดบ้างว่ากันไป ยังมีเรื่องความใจดีและอื่น ๆ ด้วย ดีจังที่ได้นั่งเขียนบทความนี้ ดีใจที่ได้ทบทวนเรื่องราวชีวิตไปพร้อมกับคำตอบของแม่

บรรทัดสุดท้ายแม่บอกว่า... ขอบคุณที่เกิดเป็นลูกแม่และอยู่ด้วยกันตลอด ขอบคุณที่คอยดูแลแม่ในยามเจ็บไข้ I LOVE YOU แต่มีอะไรอยากจะบอกกลับก็อยากบอกแม่ว่า... ขอบคุณที่เราเดินทางมาด้วยกันตลอด ผ่านทุกช่วงเวลามาด้วยกัน ขอบคุณความเป็นห่วงที่มีให้ตลอดมากไปบ้างน้อยไปบ้างในบางเรื่องก็ช่างมัน 55555 แล้วก็รอหน่อยนะ... เรื่องความมั่นคงอะ ลูกกำลังก่อฐานอยู่ ลูกเลือกทางประหลาดกว่าชาวบ้านเขา และทักษะก็ไม่ได้มีมากมายเหมือนชาวบ้านเขา แต่เชื่อเถอะว่าลูกทำได้ ขอแค่เวลากับความเชื่อใจแค่นั้นเลย I LOVE YOU TOO

ผมเชื่อว่าพลังงานดี ๆ แบบนี้มีอยู่ในตัวทุกคน ไม่ว่าคุณจะได้รับมันมาจากการใครก็ตาม คำว่า "แม่" อาจไม่ได้แปลว่า "ผู้หญิงที่ให้กำเนิดเราเท่านั้น" คุณอาจไม่มีแม่ทางสายเลือดอยู่กับคุณบางคน แต่คุณมีคนที่ดูแลคุณเหมือนลูก คุณมีด้านหนึ่งในตัวคุณที่อ่อนโยนและพร้อมดูแลตัวเองและผู้อื่นเสมอนั่นคือพลังงานของความเป็นแม่ และความอ่อนโยนในความเป็นแม่มันมีหลายรูปแบบนะ มันอาจจะไม่ได้อ่อนหวานเหมือนกันนะ แต่มันคือความอ่อนโยนที่พอดีกับบริบทและความเป็นเขา มาโอบกอดคุณแม่ บุคคลที่เป็นเหมือนแม่ ความรู้สึกของความเป็นแม่ พลังงานของแม่ในตัวเอง ในธรรมชาติ และทุกสรรพสิ่งไปด้วยกันนะครับ

ขอเพียงคุณโอบกอดหนึ่งสิ่งด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง รับรู้ และสัมผัสกับความเป็นแม่ไม่ว่าจากที่แหล่งใด ๆ ก็ตามคุณก็สามารถโอบกอดทุกความเป็นแม่ผ่านสิ่งนั้นได้เช่นกัน 

สุขสันต์วันแม่ครับทุกคน

🖊บทความโดย คุณทีและคุณแม่ (ที่ไม่รู้ตัวว่าร่วมเขียนบทความนี้ไปด้วยกัน)