จากโรงเรียนถึงโรงพยาบาล
ความจริงที่หนีไม่พ้น ยากดีมีจนเช่นไร ก็ต้องผ่านสถานที่ที่ผมจั่วหัวเอาไว้ โดยเฉพาะโรงพยาบาล ใครจะคิดอย่างไร ผมก็มิอาจจะทราบได้ แต่ผมไปมาแล้วหลายครั้งและรู้สึกประทับใจ
นานหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้เดินเข้าโรงเรียน เข้าออกแต่โรงพยาบาล ทั้งที่เคยปวารณาตัวเอาไว้ว่า จะทำตัวเองให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง จะได้ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล เหมือนเมื่อปี ๒๕๕๔ กับ ๒๕๕๘
โดนผ่าตัดครั้งใหญ่ที่ทำให้เจ็บปวดจนลืมไม่ลง หมอผ่าตัดที่ศีรษะแต่เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ตั้งแต่หมอวินิจฉัยแล้วบอกว่าคุณมีเนื้องอกในสมอง โชคยังดีที่เป็นเป็นเพียงก้อนเลือดที่ไปอุดตันหรือเนื้อเยื่อที่เรียกว่าซีสต์ (cyst))นั่นเอง
ด้วยความแปลกใจว่าทำไมถึงต้องป่วยแบบนี้ ทั้งที่เป็นคนชอบดูหนังฟังเพลงและไม่มีสิ่งใดต้องเคร่งเครียด หมอกลับบอกว่าไม่แปลกแล้วนะ สมัยนี้เป็นกันเยอะ เพราะการไหลเวียนของเลือดไม่สู้จะดีนั่นเอง
ตอนแรกก็เชื่อหมอ แต่พอนานวันเข้า ยิ่งจะรู้สึกถึงความเชื่อโบราณบางอย่างอันเร้นลับที่ฝังรากลึก ความผิดพลาดของผม ที่ไม่มีเจตนาจะลบหลู่ครูบาอาจารย์ แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ก็เลยโดนลงโทษแค่สถานเบา ทำให้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยมาได้
สืบเนื่องจากได้วิชาพิเศษด้านดนตรีไทยมาจากวิทยาลัยครู ผมก็นำทักษะมาถ่ายทอดให้ผู้เรียนตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ รวมทั้งกลองยาวและเพลงพื้นบ้าน ผ่านไป ๓๐ กว่าปี ที่ผมไม่เคยเข้าพิธีไหว้ครูหรือ ”ครอบครู” เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ผมเชื่อในศาสตร์และศิลป์ทางดนตรี ตลอดจนเคารพนบไหว้”พ่อแก่”อยู่เสมอ แต่ไม่มีโอกาสเข้าสู่กิจกรรมปฏิบัติบูชาตามวิถีความเชื่อทางดนตรีและนาฎศิลป์ ความคิดที่ว่าน่าจะโดนลงโทษเข้าให้แล้วนั้น ผมรับรู้และสัมผัสได้ถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา
กลับเข้าสู่โรงพยาบาลในปีนี้ ผมพบการเปลี่ยนแปลงในโรงพยาบาลมากมาย จัดระบบระเบียบได้สะอาด เรียบร้อยและสวยงาม คุณหมอและพยาบาลรุ่นใหม่ พูดจาด้วยอัธยาศัยไมตรี คนไข้ที่นั่งรอก็ยิ้มแย้มแจ่มใสในห้องปรับอากาศที่เย็นสบาย
นั่นคือโรงพยาบาลประจำอำเภอที่ผมไปรักษาสุขภาพฟัน ไปขูดหินปูน ไปอุดฟันและทำฟันปลอมชุดใหม่ พบคุณหมอและพยาบาลยังดูอายุน้อยๆ แต่มากมายความสามารถจริงๆ
การได้ไปนวดแผนไทยเดือนละครั้ง ก็ทำให้เห็นการบริหารจัดการของพนักงานและเจ้าหน้าที่ที่ยกมือไหว้ทายทักอย่างเป็นกันเอง มิใช่เฉพาะกับผมเท่านั้น กับชาวบ้านทั่วไปก็มิได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด
วันเสาร์ที่ผ่านมาพาลูกชายไปโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ. สุพรรณบุรี ด้วยอาการเจ็บหูข้างซ้าย คาดเดาว่าน่าจะใช้โทรศัพท์นานเกินไป แต่คุณหมอตรวจแล้ว บอกว่าหูติดเชื้อมีร่องรอยอักเสบเพียงเล็กน้อย
หมดห่วงเรื่องการเจ็บป่วยของลูก ได้สิ่งที่ประทับใจกลับมาก็คือ โรงพยาบาลขนาดใหญ่มีบริการแบบนี้ด้วย โดยเปิดบริการคลีนิคพิเศษวันเสาร์อาทิตย์ตั้งแต่ ๐๘.๐๐ น.- ๑๙.๐๐ น. ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพง ข้าราชการใช้สิทธิ์สวัสดิการได้ ถ้าไปคลีนิคเอกชน คงหมดตังค์มิใช่น้อยเลย
ที่สำคัญคือ คนป่วยมีไม่เยอะ ทำให้นั่งรอไม่นาน ใช้เวลา ๒๐ นาทีก็ได้กลับบ้านแล้ว ครับ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๗



