บทความเรื่อง Sir Edward Byrne : Leading universities across continents  ในเว็บไซต์ University World News วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗   ประเทืองปัญญามาก   เซอร์เอดเวิร์ดเป็นหมอนักประสาทวิทยา   และเป็นนักบริหารที่หาคนมีประสบการณ์เท่าเทียมได้ยาก   เพราะเป็นทั้งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยโมแนช ของออสเตรเลีย    อธิการบดีของคิงส คอลเลจ  ลอนดอน   และเพิ่งไปทำหน้าที่อธิการบดีของ King Abdullah University of Science and Technology (KAUST)  ซาอุดิอารเบีย   

เป็นบทสัมภาษณ์ที่นักบริหารอุดมศึกษาต้องอ่าน   จุดที่ผมประทับใจที่สุดคือ ประเด็นที่ท่านเชื่อในการบริหารผลลัพธ์ทางวิชาการสองขั้ว คือ Impact Factor  กับ socio-economic impact ให้เสริมส่งซึ่งกันและกัน   โดยมีทั้งนักวิชาการที่ทำงานวิจัยทั้งแบบพื้นฐาน  และนักวิชาการที่ทำงานวิจัยและนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์   คือทำแล้วตั้งบริษัท start-up เลย   

อ่านแล้วจะได้บรรยากาศการเป็นอธิการบดีของ KAUST ที่ทำหน้าที่เป็นเรือธง เปลี่ยนอุดมศึกษา  และเปลี่ยนประเทศ    ได้เข้าใจเส้นทางพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว ของซาอุดิอารเบีย     

เสียดายที่ผู้สัมภาษณ์ลืมถามคำถามสำคัญคือ (๑) ความท้าทายสำคัญในการบริหาร KAUST  ในบริบทวัฒนธรรมที่ต่างจากออสเตรเลียและอังกฤษคืออะไร  และ (๒) ความแตกต่างสำคัญระหว่างการทำหน้าที่อธิการบดีในออสเตรเลีย  อังกฤษ และซาอุ      

ท่านเขียนหนังสือ The University Challenge: Changing universities in a changing world (2020)   ที่ท่านบอกว่าเก่าไปแล้ว เพราะเขียนยุคก่อนโควิด  และก่อน AI    ผมดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือมาอ่านในคินเดิ้ล   อ่านไปไม่กี่หน้าก็พบประโยคสำคัญ ที่บอกว่า ในยุคนี้มหาวิทยาลัยต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคม    โดยภาวะผู้นำต้องมาจากมหาวิทยาลัยเอง    ไม่ใช่รัฐดำเนินการขับเคลื่อน   บทบาทของภาครัฐคือสนับสนุน ไม่ใช่นำ    ประโยคเด็ดคือ “Creating excellence through high degrees of regulatory control is not only impossible but also dangerous.”   

ท่านบรรยายการเปลี่ยนแปลงของโลกในด้านต่างๆ อย่างชัดเจนและน่าตกใจ   ตามด้วยข้อเสนอว่ามหาวิทยาลัยมีหน้าที่หรือความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในสังคม ๔ ด้านหลักๆ คือ 

  • สร้างความเข้าใจและตีความกระบวนการของการเปลี่ยนแปลง
  • เสนอวิธีการทำให้การเปลี่ยนแปลงก่อประโยชน์ต่อคนทั่วไป
  • ให้การศึกษาและฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเฉพาะทางคุณภาพสูง ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม
  • สร้างบรรยากาศทางปัญญาในสังคมวงกว้าง ที่ส่งเสริมความดีงามและคุณค่าของความรู้และวิทยาการ 

อ่านต่อไปได้ไม่นาน ผมก็ตัดสินใจซื้อหนังสือ  เพราะคิดว่าประเมืองปัญญายิ่ง 

เช้าวันที่ ๖ พฤศจิกายน ได้ฟังการสัมภาษณ์ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้อีกท่านหนึ่งคือ Charles Clarke   เป็นรายการใน YouTube เรื่อง The future of higher education : in conversation with Charles Clarke   เป็นรายการที่จัดเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๗ โดย Policy Institute, King’s College London   ที่ผมฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะเขาคุยกันเน้นที่การเมืองอังกฤษ  แต่ก็ได้แนวคิดเชิงหลักการของอุดมศึกษาในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรุนแรงและไม่แน่นอน    สรุปจุดสำคัญที่สุดได้ว่า มหาวิทยาลัยต้องทำหน้าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงร่วมกับภาคี   เน้นหลักการ ๔ ข้อในหนังสือ ที่ผมตีความเอามาลงไว้ข้างบน   

วิจารณ์ พานิช

๖ พ.ย. ๖๗