วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ช่วง ๙.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. มีการประชุมสมัชชาสุขภาพ ประเด็นพลิกโฉมกำลังคนเพื่อสังคมสุขภาวะ ที่โรงแรมแกรนด์ ไดมอนด์   ในฐานะประธานคณะทำงาน ผมต้องกล่าวประเด็นสำคัญต่อที่ประชุม    จึงได้เตรียมประเด็นไปเสนอว่า การพลิกโฉมกำลังคน มีมิติความเข้าใจ หรือกระบวนทัศน์สำคัญ ๙ มิติหรือประเด็น ดังนี้ 

  1. สมัชชาสุขภาพประเด็นพลิกโฉมกำลังคน นี้ เป็นส่วนหนึ่งของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๗ หัวข้อ เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน (New Wealth for Health)    ซึ่งมองว่า เราต้องช่วยกันทำให้ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านสุขภาวะ ส่งเสริมซึ่งกันและกัน  การประชุมครึ่งวันนี้ จะนำไปเสนอในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ วันที่ ๒๗ - ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
  2. ระบบสุขภาพของประเทศ จึงมี ๒ เป้าหมาย   คือเพื่อสุขภาวะของคนไทย และเพื่อหารายได้เข้าประเทศ   
  3. เราจึงต้องพลิกโฉม (transform) ระบบกำลังคน เพื่อสนองเป้าหมายทั้งสองให้ได้   โดยตระหนักว่า เป้าหมายดูแลสุขภาวะของคนไทยก็หนักหนา มีความท้าทายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งจากสังคมสูงอายุ  ตามมาด้วยโรคเรื้อรังคือเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ที่เพิ่มขึ้นมากมาย    รวมทั้งความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาดใหญ่ก็มีสูง
  4. ระบบกำลังคนด้านสุขภาพ จึงต้องทำงานเป็นทีม ข้ามวิชาชีพหรือร่วมวิชาชีพ    ยิ่งกว่านั้นต้องสร้างกำลังคนแบบใหม่ ที่ไม่ใช่วิชาชีพ (non-professional) ในระดับที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่ช่วยตัวเองไม่ได้  หรือทำงานในระดับผู้ช่วยในงานของวิชาชีพต่างๆ
  5. แต่ละวิชาชีพ ต้องมีการพัฒนาภายในวิชาชีพของตน โดยมีเป้าหมายเพื่อสนองระบบสุขภาพของประเทศที่เรียกว่า Health Systems-Based Health Professionals    
  6. ในมุมมองที่กว้างที่สุด  ทุกคนในสังคมไทย เป็นกำลังคนเพื่อสังคมสุขภาวะ    หรือกล่าวสั้นๆ ว่า “ทุกคนเพื่อสังคมสุขภาวะ”     มีพฤติกรรมในการดำรงชีวิตและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ที่เอื้อให้ตนเอง  สมาชิกในครอบครัว  ในชุมชน ในสังคม ในประเทศ และในโลก มีสุขภาวะที่ดี     
  7. เนื่องจากสังคมมีการจัดระบบออกเป็นภาคส่วน (sector) ที่หลากหลาย  เช่น ภาคอุตสาหกรรม  ภาคเศรษฐกิจ  ภาคราชการ ภาคการศึกษา  เป็นต้น    จึงต้องการย้ำในที่นี้ว่า นอกจาก “ทุกคนเพื่อสังคมสุขภาวะ” แล้ว   ทุกภาคส่วนต้องทำหรือแสดงบทบาทเพื่อสังคมสุขภาวะด้วย
  8. ผู้เข้าร่วมสมัชชานี้ทุกคน เป็นทั้งผู้ให้ความเห็น  และผู้ร่วมลงมือปฏิบัติ (actor) ตามมติของสมัชชานี้ร่วมกัน    และหากมองให้กว้างยิ่งขึ้น คนไทยทุกคนเป็นทั้งผู้รับผล และผู้ลงมือทำตามสมัชชานี้ร่วมกัน     
  9. เพื่อให้มติตามสมัชชานี้ มีการนำไปร่วมกันดำเนินการอย่างได้ผล   จะมีการเสนอกลไกประสานงาน หรือกลไกขับเคลื่อน         

เป็นมงคลต่อที่ประชุมอย่างยิ่ง  ที่ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา กรุณารับเชิญมาร่วมประชุมด้วย   และเมื่อได้รับเชิญให้กล่าวต่อที่ประชุมในตอนท้าย    ท่านก็ให้ความเห็นอย่างแหลมคม และเพิ่มเติมประเด็น การป้องกันและจัดการพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องตามหลักการคุณธรรม   รวมทั้งความเอาใจใส่ความมีน้ำใจ    และเน้นเรื่องสุขภาพจิตของกำลังคนสุขภาพ    

วิจารณ์ พานิช 

๒๔ ต.ค. ๖๗