เป้าหมายของชีวิตและสังคมสังคม เป็นชื่อของหนังสือเล่มเท่าฝ่ามือ ธรรมะใกล้มือ ลำดับที่ ๒/๒๕๕๓ จัดทำขึ้นโดยหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ ก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๕๔
อ่านหรือดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ได้ที่ (๑)
เป็นหนังสือที่ถอดจากการบันทึกเสียงคำบรรยายของท่านพุทธทาส แก่สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๒๗ และมีการรวบรวมเป็นหนังสือ ธรรมสำหรับครู ตีพิมพ์ในปี ๒๕๒๗ และ ๒๕๒๙
เป็นมุมมองเรื่องเป้าหมายชีวิตของบุคคล และเป้าหมายของสังคม ที่มองจากมุมของธรรมะในพุทธศาสนา ที่ผมมีความเห็นว่าผู้ตั้งชื่อเรื่องมีความลุ่มลึกมาก (เข้าใจว่าเป็น ศ. ดร. เอกวิทย์ ณ ถลาง) เพราะเป้าหมายเป็นที่มาของเรื่องอื่นๆ ทั้งปวง คนที่มีเป้าหมายชีวิตเพื่อตัวกูของกูเป็นหลัก ย่อมมีพฤติกรรมในชีวิตอย่างหนึ่ง ส่วนคนที่มีเป้าหมายชีวิตเพื่อสังคม ย่อมมีชีวิตไปอีกแบบ
เป้าหมายของการเมืองไทยในปัจจุบันเป็นในแนวไหน เราเห็นกันอยู่ จากพฤติกรรมหลอกลวงที่คนรู้เท่าทันกันทั่ว
หัวใจสำคัญคือ “บุคคลดีมีได้ทั้งอย่างในโลกและเหนือโลก” คือแบบ โลกิยะ และแบบ โลกุตระ หากมีเป้าหมายชีวิตที่ดีแบบอยู่ในโลก ก็ปฏิบัติตามฆราวาสธรรม ๔ อันได้แก่ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ และธรรมะอื่นๆ เช่น อิทธิบาท ๔ อันได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ชีวิตที่ดีแบบอยู่เหนือโลก คือบุคคลที่โลกจากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะและธรรมารมณ์ มากระทบอารมณ์ไม่ได้ เพราะจิตใจอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น ใช้ธรรมะข้อ สุญฺญตา ตถตา เพื่อบรรลุความว่างจากตัวตน
ข้างบนนั้น ว่าด้วยเรื่องความสุขของบุคคล เป็นเรื่องสันติสุข
ความสุขของสังคม เป็นเรื่องสันติภาพ ที่บุคคลอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ใช้หลักปฏิบัติให้ถูกต้องแก่สังคม ๖ ทิศ คือ เบื้องหน้า บิดามารดา เบื้องหลังบุตรภรรยา เบื้องซ้ายมิตรสหาย เบื้องขวาครูอาจารย์ เบื้องบนสมณะชีพราหมณ์ เบื้องล่างคนที่มีฐานะต่ำกว่า
เรื่องความสุขของสังคมนี้ ผมขอเสนอความเห็นที่ต่าง ว่าต้องบูรณาการเข้าไปในการเลี้ยงดูและการศึกษา เพื่อให้เด็กพัฒนาทักษะด้านอารมณ์และสังคมใส่ตัว ผ่านการพัฒนาตัวตนอย่างเป็นขั้นตอน ๗ ขั้นตอนของ Chickering (Chickering’s Seven Vectors of Identity Development) หรือกล่าวใหม่ว่า เราช่วยกันสร้างสังคมที่มีความสุขได้ โดยช่วยกันปฏิรูปการศึกษา ที่ไม่เอาแต่สอนวิชา แต่มุ่งฝึกมิติของความเป็นมนุษย์ให้แก่เด็กด้วย ตามหลัก 21st Century Education
แต่ความก้าวหน้าและถอยหลังของโลก บอกเราชัดเจนแล้ว ว่าคิดเฉพาะเรื่องความสุขของมนุษย์รายคนและรวมกันเป็นสังคมยังไม่พอ เพราะความก้าวหน้าของมนุษย์ทำให้โลกถอยหลัง คือเกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โลกร้อนขึ้น สภาพแวดล้อมเปลี่ยน หากเราไม่ช่วยกันเปลี่ยนพฤติกรรม และเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ หลากหลายระบบเพื่อสร้างสังคมใหม่ที่เอื้อต่อความยั่งยืน ที่เรียกว่า SDG – Sustainable Development Goals จะไม่มีสภาพที่บุคคลและสังคมมีความสุขได้อีกต่อไป
ดังนั้น ในยุคนี้ เป้าหมายของมนุษย์ต้องมีองค์ ๓ คือ เป้าหมายของบุคคล ของสังคม และของความยั่งยืนของโลก
วิจารณ์ พานิช
๓๐ ส.ค. ๖๗
