พลวัตเมืองและมหานครสุขภาวะมูลฐานเศรษฐกิจสังคมฐานสุนทรียพลานามัย คือ ผาแต้ม ศิลปะแห่งภูผา อุปลักษณ์ศิลป์ประตูผา ถ้ำ และอุโมงค์ ในทุกสิ่ง ส่องสะท้อนยึดโยงไปถึงสุขภาวะสังคมและโลกกว้าง ไปด้วย The dynamics healthy socio-economic and environmento-cultural of urban and metropolises, creating by wellbeing healthy aesthetic at wisdom-practicing principles, are the abstract analogy forms of Pha Taem, The Rock Arts, the artistic metaphors of cliff doors such as a case of Pratoo-Pha at Nothern Thailand, caves, and tunnels, in every thing, as a mankind artifact at age of prehistoric and before able to systematic insription, reflecting and relating to the complicated system of healthy society for all and the wider world, as well.

              ได้ชมรายงานสื่อ Mobile Mini-Content Communication เมื่อไม่กี่วันมานี้ ของการประชุมระดับสูง กลุ่มผู้บริหาร ผู้ว่าราชการ นายกเทศมนตรีมหานคร จาก 10 เมืองหลวงของกลุ่ม 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ณ นครเวียงจันทร์ สาธาณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เกี่ยวกับวาระเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันในการพัฒนาสร้างเสริมสุขภาวะเขียว สร้างเสริมคุณภาพแห่งชีวิตแก่พลเมืองและร่วมมือกันระดมพลังตอบสนองวาระความจำเป็นต่างๆ ของสังคมโลกด้วยมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ของท้องถิ่นเมืองหลวง รองศาสตราจารย์​ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พาคณะจากนครหลวงของประเทศไทย ไปเข้าร่วม

             ได้เห็นองค์ประกอบของงานและกระบวนการจัดการหลายอย่าง ที่มีความหมายสืบเนื่องกับการมีบริบทภูมิถิ่นทางความหมายและความสัมพันธ์ร่วมกันอันยาวนาน หยั่งฐานรากภูมิชีวิตพหุลักษณ์สังคมในภูมิสังคมและภูมิศาสตร์ศิลปกรรมหัตถศิลป์ ข้ามพรมแดนความแตกต่างหลากหลาย ไปยึดโยงกับองค์ประกอบสุขภาวะมูลฐานของมนุษย์และหยั่งฐานภูมิชีวิตในมิติ Golden-Green Bound ของสังคมโลก จากเอเชียอาคเนย์ เอเชียบูรพา CLMV-T และมหามณฑลเอเชียแปซิฟิกริม ที่ผมกำลังสังเคราะห์ศักยภาพอุปลักษณ์ศิลป์ ของการเป็นฉากเหตุการณ์การวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานในอารยธรรมมนุษย์ที่ปรากฏให้เห็นได้จากพหุปัญญา วิทยาการพหุลักษณ์ พหุลักษณ์ข้อมูล ก่อนและหลังวิทยาการลายลักษณ์ ที่มีสิ่งแสดงและมีการสั่งสมมวลความรู้ สะท้อนให้เห็นเชิงประจักษ์อย่างบูรณาการได้ และเห็นศักยภาพทางปัญญาปฏิบัติ ในการน้อมนำไปสู่การสร้างสรรค์ สำรวจ สร้างวงจรแห่งการวิวัฒน์ แปรฐานชีวิต ภูมิถิ่น และพหุปัญญา ตลอดจนวิทยาการและเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่างๆ ไปสร้างพลวัตการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง และนำการพัฒนาสุขภาวะมูลฐานของสังคมจากฐานชีวิต ได้อย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน พึ่งตนเองและพึ่งองค์ประกอบปัญญาปฏิบัติ ลดสร้างผลกระทบเบียดเบียนสังคมสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพูนโอกาสแก่อนาคตการพัฒนาของคนรุ่นต่อๆไป ได้อย่างเหมาะสม ยิ่งๆขึ้น

            รวมทั้งได้เห็นพัฒนาการและความงอกงามของการฑูตทางศิลปกรรมหัตถศิลป์ ความร่วมมือทางวิทยาการ การศึกษา และการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกัน ของราชอาณาจักรไทยกับสาธาณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับแต่ภายหลังสิ้นสุดสงครามในภูมิภาค การได้เอกราชก่อตั้งประเทศขึ้นใหม่อีกครั้งของลาว ความร่วมมือกันส่วนหนึ่ง คือ ความร่วมมือการพัฒนาทางการศึกษาด้านศิลปกรรม โดยคนเพาะช่างและโรงเรียนเพาะช่าง ต่อการวางรากฐานการศึกษาศิลปสากล วิจิตรศิลป์ และสถาบันการศึกษาศิลปกรรมหัตถศิลป์ขั้นสูง บูรณาการวิทยาการศิลปะการอนุรักษณ์และพัฒนารากฐานเดิมของชาติ กับการจัดการศึกษาสมัยใหม่ 

               ผู้คนส่วนใหญ่ รวมทั้งรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทั้งในภาคทางการ ภาคการศึกษา ชุมชนศิลปะ และภาคประชาชน อาจจะไม่เคยทราบสิ่งที่เป็นรากฐานความงอกงามและเป็นรากฐานทางการศึกษา การพัฒนาศิลปวัฒนธรรม ภาคสุนทรียปัญญาทุกแขนง และอีกหลายด้าน เลยขอนำข้อมูลมาประมวลภาพเรียบเรียง ไว้เป็นฐานสร้างสรรค์แนวคิดและพัฒนารูปแบบเชิงปฏิบัติการต่างๆ จากต้นทุนและสินทรัพย์อันมีคุณค่าลึกซึ้งยิ่งนี้ ได้อย่างงดงามหลากหลาย ส่งผลดีต่อสังคมร่วมสมัยและอนาคตอีกยาวไกล ยิ่งๆขึ้น

              แนวทางดังกล่าวได้ริเริ่มขึ้นนับแต่ปี 2502 โดยอาศัยประสบการณ์ของประเทศไทยจากการก่อตั้งโรงเรียนเพาะช่างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2456 โดยการสืบสานแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 กับชุมชนผู้นำแห่งสรรพวิทยาการ การช่าง ซึ่งมีความกล้าหาญในการบุกเบิกริเริ่ม และมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมากของยุคนั้น     

             การวางพื้นฐานสำคัญของการวิวัฒน์ศิลปกรรมหัตถศิลป์ การช่าง และศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติของลาวในยุคฟื้นฟูประเทศจากสงครามยุคนั้น อยู่ในรัชสมัยเจ้ามหาชีวิต สมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา และสืบเนื่องมาถึงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยมีผู้นำดำเนินการต่อ คือ เจ้าสุวรรณภูมา นายกรัฐมนตรี ท้าววงค์ สุวรรณวงค์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้นำการวิวัฒน์ก่อเกิดอย่างก้าวกระโดดทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่หลังภาวะสงครามนี้ของลาวและมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาในภูมิภาคนี้ของสังคมโลก ท้าวหรั่ง รังสิต เป็นผู้อำนวยการก่อตั้งคนแรก ของโรงเรียนศิลปกรรมนครเวียงจันทร์ ที่ก่อตั้งขึ้น 

              ผู้ที่ผ่านการศึกษาได้ออกไปสร้างงานศิลปกรรมและการช่างศิลปกรรมหัตถศิลป์แห่งชาติของลาว รวมทั้งมีบทบาทในการสร้างงานศิลป์ส่งออกสุนทรียปัญญาและสร้างสุนทรียพลานามัยแก่นานาชาติของโลกมาแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ ศิษย์เก่าของโรงเรียนเพาะช่างผู้ได้รับการขอความร่วมมือทางวิทยาการศิลปกรรมหัตถศิลป์ ไปสอน พัฒนาวิชาการ พัฒนาการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ท่านแรกเริ่ม คือ รองศาสตราจารย์สงวน จินดาบุญ เป็นศิษย์เก่าสาขาจิตรกรรมสากล รุ่นพี่เก่าแก่ของผม 

              นอกจากนี้ รัฐบาลของสาธาณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ขอความร่วมมือทางวิชาการ ต่อทางรัฐบาลและพระราชอาณาจักรไทย ในการคัดเลือกผู้มีอัจฉริยภาพทางศิลปกรรมหัตถศิลป์ คนรุ่นใหม่ของลาว ให้ได้ศึกษาศิลปกรรม ณ โรงเรียนเพาะช่าง เช่น ท้าวเนื่อง สีหาวงค์ ท้าววันดี วีระวงศ์ ท้าวมานิต ลำละไม ท้าวนิต ดวงพิจิตร ท้าวอุ้ย แอมณีวงค์  ซึ่งได้สำเร็จการศึกษาและกลับไปวางรากฐานพัฒนาการศึกษาศิลปกรรมหัตถศิลป์ในยุคฟื้นฟูประเทศชาติ ฟื้นฟูศิลปวิทยาหลายด้าน ที่สำคัญคือ การเขียนลวดลายและแกะสลัก การตั้มทอ (การทอผ้า) การถักแซว (การปักผ้า) การโลหะตีเงินตีทอง การปั้นหล่อ และต่อมาในปี 2505 ได้ก่อตั้งสาขาทำเครื่องดนตรีพื้นเมือง 

             จะเห็นได้ว่า เป็นกระบวนการทางการศึกษาเพื่อวิวัฒน์การเปลี่ยนแปลงให้งอกงาม ที่มีบทบาทสำคัญมากกว่าการสร้างวิชาชีพและกรรมาชีพชนชั้นกลาง แต่เป็นนวัตกรรมการศึกษาและปฏิบัติการปัญญาทางวัฒนธรรมและวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อกอบกู้ชาติ วางโครงสร้างพื้นฐานทางศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ เพื่อก่อเกิดจิตวิญญาณร่วมกันทางสังคมและเอกลักษณ์แห่งชาติ ในท่ามกลางภาวะวิกฤติ ล่มสลาย อ่อนกำลังและสูญเสียแทบทุกสิ่งไปกับสงคราม เหลือเพียงจิตใจและปัญญาปฏิบัติร่วมกันในปัจจัยคนเท่านั้นที่จะพาก้าวผ่านภาวะยากลำบากนี้ได้ดีที่สุด 

             ปัจจุบัน โรงเรียนศิลปกรรมนครเวียงจันทน์ ที่ก่อตั้งและดำเนินการอย่างสืบเนื่องมากว่า 6 ทศวรรษแล้ว ได้พัฒนาการเป็น มหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์แห่งชาติ ซึ่งได้นำผลงานนักศึกษาและนักศึกษา มาจัดเป็นสิ่งแสดงและเป็นองค์ประกอบสำคัญ ของการพลวัตการสื่อสารข้อมูล ปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้าง ‘ระเบียงทรรศน์’ ก่อเกิดบทสนทนา สร้างฉากทัศน์ สร้างการประจักษ์และปฏิสัมพันธ์อย่างมีความหมายต่อกันในบริบทใหม่ และเสริมสร้างนัยสำคัญต่อสารัตถะเนื้อหาต่างๆ ออกจากฐานชีวิตชุดใหม่ของยุคสมัยให้กับการประชุมผู้นำสูงสุด เมืองนครหลวง 10 ประเทศอาเซียน ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ นั่นเอง

วงจรวิวัฒน์ความงอกงามตามบริบทหลากหลาย ชั่วครู่ หากแต่มีกำลังพลวัตยืนยาว : 
การเห็นรูปการณ์จำลอง พลวัตปฏิสัมพันธ์ทางความหมายและพลวัตพหุปัญญา
สะท้อนภาพบทบาทของศิลปะถ้ำ ศิลปะภูผา มณฑลอุปลักษณ์ศิลปฺ์ ของเมืองพหุลักษณ์สังคม

             สื่อถ่ายทอดให้เห็นการพากันเดิน สนทนา สื่อสาร สร้างปฏิสัมพันธ์ทางความหมายอย่างเลือกสรร สดับชม สร้างหัวข้อถ่ายทอดแบ่งปัน สร้างการถ่ายเทไหลเวียพหุลักษณ์ข้อมูลในจังหวะ(กลองมโหระทึก)ที่มีคุณค่า ความหมาย ความซาบซึ้งรอบด้าน อิงฐานชีวิตและอิงอยู่กับบริบท มีมนุษย์และกิจกรรมความหมายทางปัญญาปฏิบัติของบุคคลในหลายระดับเป็นองค์ประกอบ เห็นมิติความแตกต่างหลากหลาย อันยึดโยงทุกองค์ประกอบประกอบสร้างขึ้นเป็นชุดพหุปัจจัยของจักรวาลเหตุการณ์ในห้วงเวลาเดียวกัน สอดคล้องกับชุดมโนทัศน์และภาพที่เกิดขึ้นแล้วในใจ หลังจากวิเคราะห์อาณาบริเวณทางสังคมสิ่งแวดล้อมที่อันตรธานหายไปแล้วของยุคศิลปะถ้ำตามแหล่งต่างๆ 

            รวมทั้งประเมิน ชั่งน้ำหนัก สำรวจขอบข่ายองค์ประกอบที่น่าจะเป็นและปรากฏให้เห็นได้จากแหล่งพหุลักษณ์ข้อมูล ต่อการสร้างอุปลักษณ์ศิลป์ ซึ่งในทุกแห่ง มีความเป็นไปได้ว่าได้มีบทบาทสำคัญต่อสังคมร่วมสมัยในบริบทแห่ลงภาพเขียนสีและศิลปะถ้ำแหล่งนั้นๆ มากกว่าการเป็นการประดับตบแต่งและการสร้างสิ่งให้ความบันเทิง อีกทั้งเมื่อพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ประเมินแบบแผนประพันธศิลป์ในหลายๆมิติแล้ว ก็เห็นการมีความเป็นไปได้ว่า เป็นการสร้างสิ่งแสดงและอุปลักษณ์ศิลป์ (Complicated Significance Abstract-Conceptual Manifestation เพื่อเป็นหลักของการสร้างอรรถาธิบายและวิวัฒน์ปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย สื่อสาร และสร้างปัญญาหมู่ในการจัดการสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ในยุคที่มีภาษาพูด ภาษาแสดงออก ภาษาภาพ สัญลักษณ์ แต่ยังขาดภูมิปัญญาลายลักษณ์ 

             รวมทั้งยังเป็นเครือข่ายพหุลักษณ์มณฑล ที่การสื่อสารแบบสองทาง สร้างปฏิสัมพันธ์ทางความหมายไปตามบริบทหลากหลาย มีบทบาทสำคัญและทรงประสิทธิภาพอย่างที่สุด แต่ระบบสังคมดังที่อาจเป็นไปได้นั้น ก็เป็นการวิวัฒน์ขึ้นชั่วคราว ก่อเกิด ดำรงอยู่ แล้วก็พัฒนาการคลี่คลาย หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน หายไป เหลือเพียงแผ่นดิน ขุนเขา ภาพเขียนสี ศิลปกรรมหัตถศิลป์ วิวัฒนาการยืนยงของธรรมชาติ สืบทอดข้ามยุคสมัย สิ่งที่เห็นดังปรากฏในสื่อครั้งนี้ก็เช่นกัน ได้เห็นวงจรมุขปาฐะ กระบวนการประกอบสร้างอรรถาธิบาย การก่อเกิดหัวข้อสร้างประพันธศิลป์แบบเผชิญสถานการณ์ทางตรงและสื่อสารซึ่งหน้ากันแบบสองทาง ทั้งเกี่ยวข้องกับพัฒนาการต่างๆดังปรากฏผ่านงานศิลปะ เครื่องดนตรี การจัดแสดงภาพเหตุการณ์ความร่วมมือกันของผู้นำระหว่างเมืองหลวงของหลายประเทศ และอีกหลายมิติ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วทุกอย่างก็ผ่านไป แต่พลวัตต่างๆของสังคมได้ก่อเกิดการผสานยึดโยง ส่องสะท้อนและถ่ายเทส่งกำลังหนุนการวิวัฒน์ความงอกงามต่างๆต่อไป ขณะที่ผู้คนและทุกอย่างก็หายไป เหลือเพียงศิลปะภูผา ศิลปะถ้ำ แต่มิใช่เป็นเพียงสิ่งก่อเกิดขึ้นอย่างเอกเทศ นั่นเอง

              การเห็นภาพสะท้อนของสังคม เห็นภาพสะท้อนหยั่งภูมิชีวิต จิตใจ กระแสธารการวิวัฒน์ บนการวิวัฒน์ในองค์ประกอบพื้นฐาน ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ตลอดไปตราบเท่าที่มีมนุษย์ แต่ในรูปการณ์อันแตกต่างออกไป จึงย่อมสะท้อนภาพให้ประมาณได้ถึงองค์ประกอบความงอกงามของชีวิตจากสายธารสืบเนื่องเดียวกัน ในบริบทยุคสมัยและเงื่อนไขสถานการณ์อันแตกต่างหลากหลายกันได้ตลอดไป ได้เป็นอย่างดี และจะเห็นองค์ประกอบศิลปะสุนทรียปัญญา มิติบูรณาการในอีกด้านความจำเป็นของการพัฒนาองค์ความรู้พหุลักษณ์ข้อมูล ในการพลวัตระบบความหมาย เสริมพลังสื่อสาร เปิดรับและส่งผ่านสัญญาณแห่งภูมิชีวิตอันสะท้อนยึดโยงกัน ในระดับที่รู้สึก ส่วางไสว เห็นประจักษ์แจ้งแก่ใจได้ในตน รู้กาลเทศะและรู้ประมาณปัญญาปฏิบัติต่อกันและกันได้ของผู้คน อย่างมีความหมายต่อการก่อเกิดความงอกงามต่างๆร่วมกัน

การฟื้นฟูศิลปวิทยา พหุปุญญาสุขภาวะมูลฐาน ภูมิถิ่น ฐานชีวิต
ราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลไทย กับมิตรประเทศ 
ลาว อาเซียน เอเชียบูรพา และเอเชียแปซิฟิกริม

               ได้เห็นภาพหลายอย่าง รวมทั้งได้นึกถึงลูกศิษย์ของผมจำนวนหนึ่ง จากลาวและมิตรประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย และอีกหลายภูมิภาคของโลก ที่เป็นแพทย์ นักสาธารณสุข นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ นักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้จัดการโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมไปจนถึงผู้นำทางวิชาการทางสังคมและมานุษยวิทยา ที่ให้ความสนใจการบูรณาการเชิงเนื้อหาปฏิบัติการกับด้านสุขภาพ ที่เคยมาทำปริญญาโทสาขาการจัดการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน จากมหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย ซึ่งนอกจากสอนและพาฝึกปฏิบัติการสร้างปัญญาปฏิบัติจากภูมิชีวิตและฐานรากสังคมแล้ว หากมีความสนใจตัวแปรและวิธีวิจัยเชิงบูรณาการปัญญาปฏิบัติสุขภาพกับมิติอื่นๆของสังคม แต่ต้องอ่าน ทบทวนวรรณกรรมพหุวิทยาการ และจะต้องลับประเด็นคิด ความสามารถเรียนรู้ ความแม่นแข็งแรงทางวิชาการ ให้เพียงพอต่อการเจอกับคณะกรรมการผู้ดูแลวิทยานิพนธ์หลายด้าน ทำให้ต้องทำงานมากขึ้นแล้ว ผมก็จะเป็นผู้ดูแลให้ 

              เมื่อจบแล้วทุกคนกลับไปมีบทบาทสำคัญตามที่รัฐบาลและองค์กรของตนคาดหมายทั้งสิ้น และจะเป็นกลุ่มที่ได้รับการฝึกฝน ให้รู้จักวิธียกระดับปัญญาปฏิบัติพหุวิทยาการขึ้นจากฐานชีวิตและภูมิถิ่นสังคม สำหรับเป็นผู้นำเชิงรุก บูรณาการ ผสานพพหุปัจจัยสร้างเสริมสุขภาวะสังคมที่ริเริ่มและยึดโดยงออกไปจากมิติสุขภาพและสุขภาวะมูลฐานจากฐานชีวิตของประชาชนได้ รวมทั้งเป็นแพทย์ ผู้นำการพัฒนาสุขภาพและการสาธารณสุข และอื่นๆ ที่มีวิธีปัญญาปฏิบัติเชิงสังคม บูรณาการและผสานพหุมิติกับศิลปะสุนทรียปัญญา ให้ก่อเกิดองค์ประกอบมิติสุนทรียพลานามัย ในชุดมโนทัศน์สุขภาวะมูลฐานได้ 

              อีกทั้งเห็นต้นทุนความร่วมมือกัน ทั้งระหว่างไทยกับลาว มิตรประเทศ และในอีกหลายขอบข่าย ที่สะท้อนยึดโยงกับวิวัฒนาการและพัฒนาการสืบเนื่องยาวนานนับ 100 ปี และเป็นครึ่งศตวรรษ ซึ่งนอกจากหลังสิ้นสุดภาวะสงคราม ได้เอกราช มุ่งฟื้นฟูประเทศ ตลอดจนวางรากฐานและฟื้นฟูศิลปวิทยาการ อนุรักษ์ศิลปกรรมหัตถศิลป์การช่างของชาติ วางรากฐานการจัดการศึกษา พัฒนาศิลปะสากล ศิลปะสมัยใหม่ พุทธศิลป์ การศึกษาพัฒนาประวัติศาสตร์ศิลปะแห่งชาติของลาว เหล่านี้แล้ว เพาะช่างก็ได้รับความร่วมมือทางวิชาการจากประเทศญี่ปุ่น จีน อิตาลี และผู้นำการศึกษาศิลปะสมัยใหม่อีกหลายแห่งของโลก ให้รัฐบาลคัดเลือกครูอาจารย์ทางศิลปะไปศึกษาและร่วมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการทางศิลปะหลายสาขา 

               เหตุนั้น วิวัฒนาการและสิ่งก่อเกิดให้เป็นที่ปรากฏได้หลายอย่างในกาลต่อมา จึงเป็นประจุพัฒนาการในกาลเวลาที่สำคัญ อันเป็นพหุลักษณ์ปัญญา เป็นสมบัติร่วมกัน และเป็นภูมิชีวิตร่วมกัน ข้ามพรมแดนการยึดโยงกันในอีกหลายมิติอย่างกว้างขวาง การศึกษาและอิงการวิเคราะห์ประพันธศิลป์ เพื่อเห็นระเบียงทรรศน์และเห็นฉากรองรับเหตุการณ์อันเปลี่ยนผ่านไม่หยุดนิ่ง ขาดข้อมูลแม้ในเชิงประติมานวิทยา (Iconography) ก็จะทำให้สามารถเห็นสัจจการอีกเป็นจำนวนมากของสังคมในสิ่งที่ยังปรากฏ อีกทั้งได้ปัญญาปฏิบัติ ต่อการวิวัฒน์ปัจจุบันและอนาคต ด้วยฐานราก ฐานชีวิต และหยั่งสะท้อนภูมิชีวิต ให้มีรากยาว สายป่านยาว มั่นคง ยั่งยืน เพิ่มทวีคูณคุณค่าสิ่งที่มี ให้ลดการคุกคามเบียดเบียนไปข้างหน้ามากยิ่งขึ้น ให้เป็นการลำดับความจำเป็นเหมาะสม ยิ่งๆขึ้น เป็นต้นทุนที่มีคุณค่า มีความหมาย และงดงามอย่างยิ่ง

นครหลวงสุขภาวะเขียว เมืองโอสถสุนทรียพลานามัย
มหานครสุขภาวะเศรษฐกิจมูลฐานฐานสุนทรียพลานามัย 

             ผมชอบเดินชมบ้านชมเมือง ดูผู้คน ดูข้าวของ อ่านไอเดีย สดับชม เที่ยวหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์การแสดงออกทางความคิดของมนุษย์ สัมผัสน่าความอัศจรรย์ใจ จากความมีชีวิตจิตใจ ดูหนังสือ ดูงานศิลปะ ดูห้องสมุด หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ ดูการแสดงกลางลาน เมื่อไม่นานมานี้ จึงไปเดินรำลึกแหล่งที่ชอบเดินบนถนนราชดำเนิน นับแต่หอศิลป์ถนนราชดำเนิน ลัดเลาะไปเรื่อย จนถึงพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว เดินอ่านและชมภาพจิตรกรรมฝาผนังรามเกียรติ์จนหมดทุกห้อง ใช้เวลากว่าครึ่งวัน  จากนั้น ก็เดินไปชมพิพิธภัณฑ์ นั่งกินกาแฟดำดอยคำ

             ออกจากพระบรมมหาราชวังแล้ว ก็เดินไปกินดูอุโมงค์ใต้ดินแยกท่าช้าง แวะข้าวหมูแดงข้างร้านตัดผมที่เคยใช้บริการอยู่เสมอเมื่อ 30-40 ปีก่อน ไปกินก๊วยเตี๋ยว เดินซึมซับบรรยากาศท่าพระจันทร์ข้างธรรมศาสตร์ นั่งเรือข้ามฟาก ไปเยือนถิ่นเก่า กราบไหว้ครูอาจารย์ และเยี่ยมชมแหล่งเคยเรียนสาขาเวชนิทัศน์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล เสร็จแล้วก็ข้ามฟากกลับฝั่งท่าพระจันทร์ ไปนวดแผนไทยทาน้ำมันข้างวัดมหาธาตุ เสร็จแล้วกลับออกมา ไปกินก๋วยเตี๋ยวพริกกระเหรี่ยงหอม ซื้อน้ำมันเขียว ยาหม่องสมุนไพร ไปฝากแม่ ภรรยา และญาติพี่น้อง ใช้เวลาทั้งวัน หมดค่าใช้จ่ายไปกับซื้อของ 200-300 บาท กินข้าวสัก 200 บาท ได้เดิน ยืน เหยียด สบายๆ ต่อเนื่องน่าจะสัก 8 ชั่วโมง รวมระยะทางสัก 4-5 กิโลเมตร  คิดเป็นเดินโดยเฉลี่ย 3 ก้าวต่อ 1 เมตร 1 กิโลเมตรมี 1000 เมตร ดังนั้น ก็จะได้อยู่กับการเดินโดยไม่รู้สึกเหนื่อย ประมาณ 4000-5000 ก้าว ซึ่งมีการค้นพบว่าการเดินโดยเฉลี่ยต่อวันได้อย่างนี้ จะมีผลทั้งต่อสุขภาพและจรรโลงกำลังสุนทรียพลานามัยส่งผลดีหลายประการต่อชีวิตการงาน 

             จึงทั้งได้กำลังกาย กำลังปัญญา กำลังสุขภาพใจ กำลังความรู้ข้อมูลข้าวสาร ได้ร่วมเป็นกำลังเคลื่อนไหวเศรษฐกิจสังคม  เป็นสภาพแวดล้อมกันและกันทางปัญญาปฏิบัติ และอีกมากมาย ประกอบกันเป็น ‘องค์ประกอบสุขภาพ มิติสุนทรียพลานามัย’ Wellbeing Healthy Aesthetic Practice อิ่มเอิบดังใจทุกประการ 

             ได้เห็นการประชุมนครหลวงสุขภาวะเขียว ของ 10 นครหลวง จาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมกับกำลังศึกษาและได้เห็นศิลปะภาพเขียนสีบนหน้าผา ศิลปะถ้ำ เห็นภูมิศาสตร์ศิลปกรรมหัตถศิลป์ และศักยภาพ Golden-Green Bound ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกริม รวมทั้ง เพิ่งได้ไปเดินเที่ยวท่องกรุงเทพมหานครมา และได้เห็นการพึ่งพาอาศัย เอื้อเฟื้อเกื้อหนุนกันในการฟื้นฟูประเทศ ฟื้นฟูศิลปวิทยา ฟื้นฟูภูมิพหุปัญญาศิลปกรรมหัตถศิลป์ วางพื้นฐานการศึกษาศิลปะสากล วิทยาการพัฒนาการศึกษาศิลปะการช่างสมัยใหม่ การสร้างคน อีกทั้งเห็นคนหนุ่มคนสาวรุ่นใหม่นำเอาผลงานมาจัดแสดงประกอบการพบปะประชุมกันของผู้บริหารเมืองหลวงนานาชาติ พร้อมกับยืนสนทนาต้อนรับด้วยน้ำเสียงของภูมิถิ่นและจากฐานชีวิต ซึ่งเห็นภาพสะท้อนของสังคมไทยได้ร่วมสร้าง มีส่วนในพัฒนาการสืบเนื่องดังประจักษ์ความงดงามมหาศาลได้หลังจากผ่านไปกว่า 60 ปี หรือกว่าครึ่งศตวรรษ

            จึงเหมือนได้เห็นการปรากฏขึ้นของผาแต้ม ประตูผา ระเบียงทรรศน์ของการสดับชม และดำเนินเที่ยวท่อง สร้างวิถีดำเนินชีวิตนครหลวงสุขภาวะเขียว เมืองโอสถสุนทรียพลานามัย มหานครสุขภาวะเศรษฐกิจมูลฐานฐานสุนทรียพลานามัย รวมทั้งอีกทุกหนแห่ง เลยทีเดียว.