พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
Queen Sirikit Museum of Textiles
(QSMT, Grand Palace, Bangkok)
เป็นครั้งที่สองที่ได้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ซึ่งงดงามตระการตามาก ครั้งแรกมากับลูกโก้ คุณกิตติคุณ จันทร์แย้ม ผู้ชำนาญการเดินทางในละแวกมหาวิทยาลัยศิลปากร หน้าพระลาน หลายปีมาแล้ว และเมื่ออยากจะมาดูอีกก็ปิดปรับปรุง
ครั้งนี้เป็นโอกาสดีได้มาเยี่ยมชม
แต่กว่าจะได้มาถึงนั้นก็ช่างเหนื่อยล้ากับการเดิน(เดินจริงๆ) จากสถานที่จอดรถกลางสนามหลวง * เดินลงอุโมงค์ที่ด้านล่างเป็นห้องโถงใหญ่ใต้ดินเย็นเฉียบ มีที่นั่งเล่น hang out ได้สบาย
ครั้งแรกเข้าประตูวิเศษไชยศรีก็ถึงพิพิธภัณฑ์ผ้า ฯ แต่ครั้งนี้ต้องเข้าประตูมณีนพรัตน์ ผ่านจุดคัดกรอง ผ่านวัดพระแก้ว ผ่านพระบรมมหาราชวัง จนมาถึงทางสิ้นสุดนั่นแหละจึงจะได้เข้าถึงพิพิธภัณฑ์ผ้า ฯ ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย 150 บาท/คน ด้านในมีการจัดแสดง 3 จุด คือจุดที่ 1 เป็นฉลองพระองค์ของสมเด็จ ฯ ในยุคต่างๆกัน (ห้ามถ่ายภาพ) จุดที่ 2 เป็นพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมผ้า เช่น การตอบคำถามฯลฯ และจุดที่ 3 เป็นห้องสินค้าผลิตภัณฑ์อันงดงาม สามารถจับจ่ายซื้อเป็นที่ระลึกได้
นักท่องเที่ยวที่เข้าชมวัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวังมีมากมาย ทั้งไทย จีน ฝรั่ง อินเดีย ฯลฯ ส่วนที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ นั้นมีส่วนน้อย ช่วงที่เราเข้าไปก็มีกลุ่มพวกเราชาวไทย 4 คน ชาวต่างชาติ 6-7 คน เท่านั้น ทำไมเราถึงอยากมาเยี่ยมชมที่นี่ แลทั้งนำพาคณะเครือญาติจากแม่สะเรียงและบางเขน ซึ่งยังไม่เคยมาที่นี่มาด้วยกัน ** ก็เนื่องจากในยุคสมัยหนึ่งนั้น ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น *** เคยเห็นแต่ในนิตยสารที่สมเด็จฯ งดงามในพัสตราภรณ์ที่เหมาะสมยิ่งนักในแต่ละกาลสถานที่ ขอเข้าไปชมเป็นขวัญตา เป็นอาหารแห่งจิตวิญญาณอีกสักครั้ง
หมายเหตุ
* สนามหลวงเป็นลานกว้างมาก ปูพื้นด้วยวัสดุคล้ายพลาสติก แต่หนา ทน และไม่ลื่น ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เมื่อว่างจากพิธี ก็ใช้เป็นที่จอดรถ(ฟรี) จนท จะถามก่อนเข้าไปว่าเราจะไปไหน เราก็ตอบอย่างมั่นใจว่าจะไปพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ
เดิมเป็นดิน หญ้า ให้ประชาชนมานั่งเล่นนอนเล่น มีคนเล่นว่าวในช่วงฤดูร้อน สมัยที่เราเรียน มธ ท่าพระจันทร์ (พศ2524-2527) ยังเดินลัดสนามหลวงขึ้นรถเมล์กลับบ้านดึกๆ หลังเสร็จกิจกรรมนักศึกษาบ่อยๆ เข้าใจแล้วกับการทำ campaign คืนท้องสนามหลวงให้ประชาชน โดยกลุ่มประชาชน
** พวกเราเดินประมาณ 12,000 ก้าวในครานี้ จากนาฬิกาวัดการเดินที่ข้อมือน้องชาย เครือญาติแม่สะเรียงก็เกือบจะท้อถอยเสียหลายที เพราะต้องเดินๆๆๆ ไปข้างหน้าบ้าง กลับมาบ้าง เนื่องจากความสับสนของเส้นทางเดินในนั้น จะขอใช้วีลแชร์ ญาติก็ไม่ยอม
*** บทเพลงราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น
ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น
อยู่เป็นขวัญแดนโพธิ์ทองของปวงประชา
มิ่งขวัญโพธิ์ทองของชนทั่วหน้า
ราษฎร์สุขาก็เพราะพระบารมี
ราชาเป็นทั้งมิ่งและขวัญ
ข้าอภิวันท์บังคมหวังชมศักดิ์ศรี
พระคืนมาเหล่าปวงประชาภักดี
พระปิ่นโมลีอยู่เป็นศรีไผท
โอ้ลมฝนบนฟ้ามาแล้ว
ร่มโพธิแก้วจะพาพฤกษาสดใส
ข้าวรพุทธเจ้าชาวไทย
ยกกรไหว้แก่ไทยราชันย์
เราน้อมเกล้าเกศีถวายภูมีมอบศิระกราน
เทิดบังคมภูบาลเอาไว้เหนือฟ้า
โพธิ์ทองของชาวไทย
อวยพรชัยให้มหาราชา
ช่วยกันเปล่งวาจา ขอทรงพระเจริญ ไชโย
เนื้อร้องโดย เอื้อ สุนทรสนาน
แก้ว อัจฉริยะกุล
ขับร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี
ประพันธ์เมื่อ พศ 2488
http://www.websuntaraporn.com/suntaraporn/lyric/postlyric.asp?GID=879
**** ขอบคุณภาพสิริราชพัสตรางดงามของสมเด็จฯ จากผู้จัดการออนไลน์ 15 มีนาคม 2566
21/9/2567
กรุงเทพมหานคร