มื้ออาหารและจานข้าว วิธีการทางความรู้เสริมพลังการเรีบนรู้จากภายในมวลประสบการณ์และปัญญาปฏิบัติการสังเกตทางตรง กระบวนการทางการศึกษาเรียนรู้ การพัฒนาการเรียนรู้มวลชน มณฑลปัญญาปฏิบัติบูรณาการ จักรวาลสุขภาวะมูลฐานคุณภาพแห่งชีวิต จากฐานชีวิต อาหาร บ้าน ชุมชน เมือง สังคม

               วันหยุด เย็นวันอาทิตย์ แม่บ้านและแม่ยาย ทำน้ำพริก 3 อย่าง พริกกะปิ กับน้ำพริกพื้นเมืองอีกสองอย่าง พริกตาแดงถั่วเน่า กับน้ำพริกหนุ่ม หอมมาก ทั้งทำแตงไทยน้ำกะทิด้วย ผมพยายามลดข้าว ทั้งปริมาณและจำนวนมื้อ เห็นแตงไทยจะเสียความสด เลยกินกะทิแตงไทยก่อน และเก็บน้ำพริกไว้กินกับผักสดในมื้อเช้าวันนี้ อย่างเต็มที่

               หน้าฝน ฤดูเพาะปลูก พืชผัก ผลไม้ พรรณไม้ งอกงาม กบเขียด นักสื่อสารกับธรรมชาติในสามโลก บริวารลูกหลานพญาแถน พญาเจือง ส่งเสียงแซ่ซ้องสาธุการขึ้น จากแผ่นดินภูมิชีวิตมวลมนุษย์และสรรพชีวิต น้อมคารวะต่อการแผ่บุญทานแห่งความร่มเย็นอุดมสมบูรณ์มาสู่โลก ทุกวันได้เดินสร้างพลังกายใจ ออกกำลังปอดและเยื่อบุเปลี่ยนผ่านน้ำและอากาศกับโลกและมวลชีวิต จัดแต่ง คัดสรร รดน้ำพรวนดิน ดูแลความแข็งแรง จัดระบบดูแลเติบโต ผลิดอกผล พร้อมกับได้เพิ่มอาหารผักสด ทั้งสัดส่วน ปริมาณ คุณภาพ หลากหลาย 

               ได้ลดค่าใช้จ่าย ลดความสิ้นเปลือง รวมทั้งได้สร้างวงจรเชิงกระบวนการ สะท้อนยึดโยงการงานแห่งชีวิต กับความสัมพันธ์เชิงระบบสังคมสิ่งแวดล้อมรอบด้าน จากปัญญาปฏิบัติฐานชีวิต ผสานยึดโยงกับการวิวัฒน์พหุลักษณ์ปัญญา และพหุวิทยาการของโลกกว้าง แปรห้วงชีวิตและมวลประสบการณ์เชิงประจักษ์ในโลก บนการดำเนินชีวิต ดำเนินบทบาทหน้าที่ในทุกขอบเขต ตลอดจนการปฏิบัติต่อชีวิต การพัฒนาตนเองและสังคม ให้เป็นห้องปฏิบัติการ วิวัฒน์การดำเนินไปบนมรรควิถีแห่งปัญญาปฏิบัติ ให้ชีวิตมีกำลังทำกิจอันพอประมาณแก่อัตภาพแห่งตน ลดการการติดขัดทรัพยากร ลดเบียดเบียน และสิ่งก่อเกิดขึ้นจากชีวิต ได้เพิ่มพูนโอกาส ความว่างจากสิ่งขัดข้อง และพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ต่อๆไปแก่ผู้อื่น 

                 ความรู้ต่อการรู้ เพื่อภาวะตื่นรู้สร้างปัญญาปฏิบัติในตนเอง อย่างนี้ สิ่งประจักษ์และข้อมูลพหุลักษณ์ที่ก่อเกิดอย่างมีองค์ประกอบชีวิต เป็นรูปลักษณ์และบริบทปรากฏการณ์จำเพาะเพียงบางสถานการณ์ ของกระบวนการเชิงพลวัตพหุปัจจัยอันกว้างใหญ่มหาศาลเกินประมาณและไม่สามารถลดทอนให้เหลือเพียงส่วนที่มนุษย์จะเลือกรวมศูนย์ ผลิตซ้ำความสะดวกไปตามสิ่งที่ตนเองรู้ เท่านั้น แต่เป็นสิ่งแสดง ยึดโยงกับฐานชีวิต อันพอประมาณต่อการยึดโยงชุดความหมายและความแตกต่างหลากหลาย อย่างไม่จำกัด ให้ร่วมสมัย ร่วมบริบท จากด้านพลวัตการยึดโยงทุกภาวะกระจายตัวความเป็นจริงหลากหลาย ไปสู่ขั้วกลไกเอกภูมิแห่งศูนย์กลางการยึดโยง ประกอบเป็นพหุปัจจัยสุขภาวะแห่งความงอกงามกันและกัน 

                  เห็นระบบปฏิสัมพันธ์ทางความหมายยึดโยงเกื้อหนุนกันและกันของมหาสมุทร  แผ่นดิน ขุนเขา ภูมิถิ่นหมู่ชน แสดงให้ประจักษ์ได้และส่องสะท้อนขึ้นจากเม็ดทรายเม็ดน้ำค้างบนใบไม้เหนือขุนเขา เห็นชีวิตจิตใจคน คำข้าว อักษราศิลป์ ลมหายใจหล่อเลี้ยงมวลชีวิต จากผืนน้ำ แผ่นฟ้า ผืนดิน แนวภูผาขุนเขา การสร้างระเบียงทรรศน์วิถีระบบ เพื่อปัญญาปฏิบัติ สร้างพหุปัญญา ใส่ใจความละเอียดอ่อน เห็นผู้คนและสิ่งเล็กห่างไกลได้ในระบบมหภาคสิ่งใหญ่ ใช้ปัญญาพหุวิทยาการและมวลความรู้เชิงทฤษฎีกับของจริง เห็นตัวหนังสือ เสียงเพลง สายธารชีวิต ระบบความหมาย และอ่านทบทวนสารัตถะพหุวิทยาการได้ จากภูเขาและสิ่งทั้งมวล ก่อเกิด Vertical-Down and Outside-In Methodological Driven Approach ของระบบ

                 เห็นกระบวนการทางจิตใจนามธรรมแห่งปัญญาในวัตถุ นัยสำคัญกลไกกระบวนการทางวัตถุในจิตใจและองค์ประกอบนามธรรมแห่งปัญญาปฏิบัติ เพื่อสรรปฏิบัติการทางปัญญาให้ดีที่สุด ณ ตำแหน่งแห่งหนและปัจจุบันขณะนั้นๆของตน พิจารณาสิ่งเล็กและจากฐานรากระบบมหภาค สะท้อนขึ้นไปให้เห็นระบบความสัมพันธ์เชื่อมโยงตามบริบทของสังคมและยุคสมัย สำนึกรู้ ผูกพันความหมาย และเกิดระบบประมวลความรู้ ได้ภาพสะท้อนสิ่งกว้างใหญ่ ระบบสังคม ระบบธรรมชาติและสิ่งที่อยู่เหนือมนุษย์ สร้างส่วนรวมและดูแลตนเอง อย่างไม่ขาลอย ไม่หลุดลอย จากฐานชีวิตและความเป็นจริงเบื้องหน้าในหลายมิติตามห้วงชีวิตตน ก่อเกิด Bottom Up, Context-Based-Grounded and Inside-Out  Methodological Driven Approach ของระบบ

                 เป็นมิติวิทยาการ กระบวนการทางการศึกษา กระบวนการทางความรู้ กระบวนการทางวิชาการ ฐานวิธีวิทยาปัญญาปฏิบัติ สำหรับรองรับการให้ความสำคัญต่อ ‘ปัจจัยคน’ กับ ‘การมีส่วนร่วมจากฐานราก’ ในระบบต่างๆ ของพหุลักษณ์สังคม ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาและสรรการพัฒนาอย่างสืบเนื่องอยู่เสมอ นับแต่ยุคเราเป็นผู้เลิศแห่งโลก เราเป็นพี่ใหญ่แห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐแห่งโลก’ (เรา ในที่นี้คือ มนุษย์ มิใช่สิ่งดลบันดาล มิใช่สิ่งต้องงมงาย หยุดการใช้ปัญญาปฏิบัติต่อการเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ของมนุษย์ ไปสร้างการทำลาย เบียดเบียนสิ่งอื่นและผู้อื่น ทั้งตนเองและสังคม: ขยายความโดยผู้เขียน) โดย สิทธัตถกุมาร เมื่อกว่า 2600 ปีมาแล้ว หรือในยุค ‘มนุษย์คือเครื่องวัดสิ่งทั้งปวง’ โดย โปรทากอรัส เมื่อ 495 ปี ก่อนคริสตกาล หรือกว่า 2500 ปีมาแล้ว ตลอดจนปัญญาชนผู้นำในยุคใหม่กระทั่งปัจจุบัน อีกเป็นจำนวนมาก 

                ในยุคใหม่ เช่น ในห้วงทศวรรษ 2450 ดร.เจมส์ วายซี เยน นักวิชาการปัญญาชนชาวจีน ผ่านการศึกษารัฐศาสตร์จากปรินส์ตันและเยล ผู้นำสร้างแนวคิดการพัฒนาสะท้อนขึ้นจากล่างขึ้นบน (Bottom Up Development Approach) เพื่อุม่งแก้ปัญหาพื้นฐานของสังคมริเริ่มจากภาคชนบท การศึกษามวลชน และกระบวนการเรียนรู้เสริมพลัวการมีส่วนร่วมในการเข้าถึงโอกาสการพัฒนาต่างๆ 

                ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้นำการก่อตั้งมูลนิธิบูรณชนบทและศูนย์ปฏิบัติการบูรณะชนบท พัฒนารูปแบบ ‘โครงการบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์’ ให้เป็นการศึกษาพัฒนาการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างผู้นำคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจปัญหาจากรากฐานของสังคมและสามารถนำเอาวิทยาการต่างๆ ไปนำประชาชนพัฒนาศักยภาพการจัดการร่วมแก้ปัญหาและมุ่งบรรลุผลต่างๆได้ โดยเปิดรับผู้ที่จบการศึกษาภาคทฤษฎีระดับปริญญาตรีแล้วให้ไปเรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่กับชุมชนภาคชนบท โดยมีชุมชนพหุปัญญาสหสาขา เป็นกำลังเสริมแนวคิดทฤษฎีปัญญาปฏิบัติอย่างรอบด้านในวงจรภาคปฏิบัติการ เมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งได้สร้างผู้นำพหุปัญญาและสามารถเข้าถึงสังคมจากฐานราก เสริมพลังการสะท้อนสู่บน ให้บรรลุผลทางปฏิบัติและก่อเกิดพลวัตสังคมเชิงปฏิรูประบบด้วยกระบวนการจัดปฏิสัมพันธ์ทางปัญญาพหุวิทยาการจากการสร้างผู้นำเชิงปฏิบัติการในขั้นสูงในการทำงานจากฐานราก นับแต่ห้วงทศวรรษ 2510 กระทั่งปัจจุบัน และอีกเป็นจำนวนมาก 

                 กลวิธีการวิวัฒน์อย่างบูรณาการสะท้อนขึ้นจากฐานรากและฐานชุมชน โดยยึดโยงออกไปจากด้านสุขภาพ การสาธารณสุขมูลฐาน และสุขภาวะมูลฐานคุณภาพแห่งชีวิต บูรณาการผสมผสานกับพหุมิติการพัฒนา สะท้อนยึดโยงกับทุกด้านของสังคมให้มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายในกระบวนทัศน์ใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม โดยมุ่งเน้นเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง การพัฒนาระบบสังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การศึกษาของพลเมือง เกษตรกรรมเพื่ออาหาร ความมั่นคงปลอดภัย เป็นอาทิ ในทศวรรษ 2525 ประสานดำเนินการหลักโดยกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยมหิดล 

                กรณีตัวอย่างดังกล่าว บูรณาการยึดโยงพหุภาคส่วนการพัฒนากับทุกระดับโดยก่อตั้งระบบบูรณาการระดับชาติ ที่ผสานความร่วมมือกันด้วยฐานความรู้อันเป็นวิทยาศาสวตร์และพหุวิทยาการปัญญาปฏิบัติ ในระดับนานาชาติ เครือข่ายสังคมโลก จนถึงระดับภูมิภาคท้องถิ่น จังหวัด ชุมชน และทุกครัวเรือน 

                ได้ระดมพลังพหุภาคส่วนของสังคม ก่อตั้งระบบและกลไกดำเนินการกลวิธีการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานขึ้นในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน กระจายเครือข่ายดำเนินการในภูมิภาค 5 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ โดยศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ปัจจุบันคือ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน ซึ่งในวาระ 50 ปีการก่อตั้งและดำเนินการขององค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) กลวิธีการพัฒนาจากฐานรากสะท้อนสู่พหุมิติสังคมอันยึดโยงกับสุขภาพและคุณภาพแห่งชีวิตด้วยปัจจัยคนและการสร้างทุนทางสังคมดังกล่าวนี้ ก็ได้เป็นที่ยอมรับของประชาคมนานาชาติของโลก ได้รับการเผยแพร่ ประกาศเชิดชูเป็น 1 ในตัวอย่างรูปธรรมความสำเร็จการก่อตั้งองค์การอนามัยโลกอันมีคุณูปการต่อสังคมโลกด้วยประเทศกำลังพัฒนา อีกทั้งเห็นชอบให้ประเทศไทยก่อตั้งศูนย์ความร่วมมือพัฒนาข้อมูลสารสนเทศการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน เครือข่ายประเทศ CLMVT (Cambodia, Laos, Mynmar, Vietnam, Thailand) 

                 ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมดำเนินการ รวมทั้งได้ดูแลองค์ประกอบด้านระบบการสนับสนุนทางวิชาการและการส่งเสริมการพัฒนาด้านการเผยแพร่สื่อและการสื่อสารสาธารณสุข พัฒนาการอบรม ประชุมสัมมนา เวทีสื่อระดับประเทศ หลักสูตรนักวิจัย หลักสูตรวิทยาการกระบวนการ ตลอดจนนักสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และพัฒนาการเรียนรู้มวลชน สร้างนักวิจัยเชิงปฏิบัติการและนักสื่อสารเชิงปฏิบัติการ บูรณาการยึดโยง ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งจากระบบมหภาคส่วนบนถ่ยทอดสู่ภาคดำเนินการในระดับจุลภาค การสะท้อนขึ้นจากฐานรากสู่ระบบมหภาคส่วนบน และผสมผสานหลายระนาบ เป็นแหล่งริเริ่มและบูรณาการหลอมรวม มิติสุนทรียพลานามัยและฐานสุนทรียปัญญา ก่อเกิดการยกระดับพัฒนาการหลายด้านของสังคมไทยและนานาชาติอย่างสืบเนื่อง 40-50 ปี 

                 แนวทางดังกล่าวนี้ แตกต่างคนละด้านกับวิธีวิทยาแบบลดทอนสู่การผลิตซ้ำระบบสังคมวัฒนธรรมมวลชนและระบบกำกับกลไกสาธารณะด้วยเกณฑ์เชิงเดี่ยว แบบเบ็ดเสร็จตายตัวชุดเดียวแต่หมายให้บรรลุผลเหมือนกันครอบจักรวาล ทุกองค์ประกอบนับแต่ฐานระบบวิธีคิด มิติการพิจารณา แนวปฏิบัติ กระทั่งจุดเน้น และจุดหมาย มุ่งตอบสนองความจำเป็นและสิ่งสำคัญต่างกัน ไม่สามารถลดทอนและผลิตซ้ำทดแทนกันได้ มีธรรมชาติความความแตกต่าง ความย้อนแย้ง ที่สามารถเป็นอุปสรรคปัญหา ปะทะ หักล้าง ช่วงชิงการนำ ทำลายลดทอน กันได้ ขณะเดียวกัน ก็สามารถเสริมพลังการเกื้อหนุนกัน ร่วมประกอบสร้างความเจริญงอกงาม แก่กันและกัน และเป็นพหุปัจจัยการยกระดับการวิวัฒน์ตนเอง ของระบบต่างๆได้ 

                 วิธีการพหุลักษณ์ข้อมูลที่ยึดโยงไปกับความเป็นจริงเชิงประจักษ์ในทุกกิจกรรมชีวิตและในทุกคนตลอดห้วงชีวิตบนโลก เพื่อสร้างวงจรเชิงปฏิบัติการ ปัญญาปฏิบัติพหุวิทยาการ เพื่อพัฒนากระบวนการเชิงสนับสนุนทางวิชาการ ‘เสริมพลังปัจจัยคนและศักยภาพการจัดการในตนเองจากฐานรากสังคม’ สะท้อนยึดโยงระบบกลไกเชิงนโบายกับความแตกต่างหลากหลายอย่างไม่จำกัดด้วยวิถีแห่งปัญญาปฏิบัติ เปิดกว้างสู่พลวัตปัจจัยสุขภาวะมูลฐานคุณภาพแห่งชีวิต แนวทางหนึ่งที่ผู้เขียนใช้สร้างนักวิจัย พัฒนานักศึกษา อาจารย์ผู้สอน วิทยากร สร้างผู้นำการพัฒนาเชิงปฏิบัติการขั้นสูง สร้างผู้นำเชิงนโยบายและแผน สร้างนักประเมินถอดบทเรียนเสริมพลัง นักสื่อสาร นักศิลปะ นักกระบวนการเชิงปฏิบัติการ สร้างสุนทรียปัญญากรและกระบวนกรปัญญาปฏิบัติภาคสุนทรียปัญญา โดยเฉพาะในมิติสุนทรียพลานามัย ให้มีรูปแบบและวิธีการอันเหมาะสม สามารถสร้างความรู้ อ่านศึกษาค้นคว้า วิจัย ทบทวนตรวจสอบ พิสูจน์เลือกสรรสิ่งบรรลุผลความเป็นจริง วิพากษ์ทบทวนงานเชิงทฤษฎี วิทยาการและเทคโนโลยีก้าวหน้า บูรณาการยึดโยงรอบด้านขึ้นจากฐานชีวิตอันเป็นสากลเสมอกันในมนุษย์ โดยเฉพาะปัจจัยองค์ประกอบต่อชีวิต จิตใจ อารมณ์ความรู้สึก สุขภาพ การศึกษาเรียนรู้ การสื่อสารปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย จัดความสัมพันธ์กับสังคมสิ่งแวดล้อม วิวัฒน์ความงอกงามอย่างสมบูรณ์ตามศักยภาพในตนทุกคนของมนุษย์ ที่อยู่ในกิจกรรมชีวิตและความเป็นจริงเชิงประจักษ์ หลากหลายไปตามอิสรภาพอันสมบูรณ์ในตนเอง โดยพัฒนา Mini-Content Creative Media ให้เป็นเครื่องมือปัญญาปฏิบัติอย่างบูรณาการจำเพาะตน ไปด้วยอยู่เสมอ 

                Mini-Content Creative Media ดังกล่าว มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) สิ่งแสดงของจริงให้ผู้อื่นสามารถหยั่งประมาณสร้างความงอกงามได้จากความเป็นจริงของตน การเก็บบันทึกรวบรวมสิ่งแสดงข้อมูลข้อเท็จจริงผ่านประสบการณ์เชิงประจักษ์ด้วยพหุลักษณ์ข้อมูล วาดภาพ ถ่ายภาพ เขียนพรรณา เก็บรักษาสิ่งแสดงของจริง สร้างสื่อ และอื่นๆ อย่างไม่จำกัด โดยเน้นการสังเกตทางตรง การก่อเกิดปัจจัยยึดโยงกับรากฐานชีวิต การมีองค์ประกอบปฏิบัติอย่างมีความหมาย การยึดโยงภูมิชีวิต ภูมิถิ่น ฐานชีวิต (2) หลักคิดทฤษฎีเพื่อเสริมพลังการเห็นความจริงรายรอบ เกิดความงอกงามและสร้างการส่องสะท้อนยึดโยงกันด้วยหลักการแนวคิด  (3) การสรุปปัญญาปฏิบัติ แสดงโลกและจักรวาล เห็นกาลเทศะความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงและตำแหน่งแห่งหนตนเอง 

                 หลักการพื้นฐาน 3 ชุดปัญญาปฏิบัตินี้ จะเกิดชุดปัจจัยส่องสะท้อนและยึดโยงฐานชีวิตการงานบุคคลตามความเป็นจริงในตนเองทุกคน กับสังคมสิ่งแวดล้อมภูมิชีวิต ให้มีองค์ประกอบปัญญาปฏิบัติ ปฏิบัติธรรมในชีวิตการงาน สร้างศิลปกรรมหัตถศิลป์ในทุกสิ่ง สร้างโอสถจรรโลงกำลังชีวิตการใช้สุขภาพดีตามภาวะตนเป็นแหล่งก่อเกิดความงอกงามของตนเองและสังคม สร้างกำลังความรู้และอยู่กับกระบวนการศึกษาอบรมของตนเองและผู้อื่น บูรณาการ 3 มิติ ประกอบด้วย (1) การบรรลุผลการปฏิบัติได้นับแต่บนสิ่งพื้นฐานของชีวิต (2) อยู่กับการศึกษาอบรม ดำเนินชีวิตการงานไปบนหนทางแห่งความงอกงามด้วยกระบวนการทางปัญญา (3) ร่วมสร้างปฏิสัมพันธ์ทางปัญญาปฏิบัติที่มีนัยสำคัญต่อการจัดความสัมพันธ์สังคมสิ่งแวดล้อมและมวลชีวิตด้วยกระบวนการทางปัญญาที่ไม่หยุดนิ่ง เปิดกว้างต่อการพลวัตปฏิสัมพันธ์ยึดโยงไปกับระบบพหุลักษณ์สังคมอย่างเหมาะสมไปตลอดชีวิต มีความพอดีกับมณฑลการปฏิสัมพันธ์ยึดโยงกันทางความหมายของพหุลักษณ์ปัญญาในสังคมหลังวิทยาการและการศึกษาทันสมัยก้าวหน้า มีส่วนสำคัญต่อการวิวัฒน์ความงอกงามในทุกขอบเขตของสังคมสะท้อนชึ้นจากฐานชีวิตและฐานรากสังคมระดับต่างๆได้ 

                 วิธีการดังกล่าว จะก่อเกิดองค์ประกอบเนื้อหา สื่อวิธีการข้อมูล และวิธีเชิงปฏิบัติการทางความรู้อย่างบูรณาการ สร้างสรรค์ประโยชน์ใช้สอยได้หลายมิติ หลายระดับ อย่างสอดคล้องกับพัฒนาการทางวิทยากรร เทคโนโลยี สื่อ การสื่อสาร และความเคลื่อนไหวรอบด้าน ผู้ชม ผู้อ่าน สามารถเข้าถึงความรู้ การรับรู้ เห็นวิธีสร้างความรู้ ได้ข้อมูลเพื่อสร้างปัญญาปฏิบัติขึ้นจากภายในตน ไม่หยุดเพียงระดับหาความรู้กำกับความเข้าใจตัดสินความเชื่อคล้อยตาม ก่อเกิดกำลังปัญญาอย่างไม่หยุดนิ่งตายตัว สามารถเกิดความงอกงามขึ้นอีกหลายระดับตามประสบการณ์สั่งสม ได้ประเด็นคิด วิธีคิดวิธีมอง ประเด็นการศึกษาค้นคว้า ประเด็นการประมวลชุดความหมายชุดใหม่ขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่ในตน ก่อเกิดวงจรความงอกงามพหุปัญญาขึ้นจากภูมิชีวิต สร้างสรรค์สิ่งแสดงปัญญาปฏิบัติ ปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย กว้างขวางที่สุดบนทุกสิ่งที่ใกล้ชิดกับองค์ประกอบชีวิตที่สุด มีส่วนสะท้อนสร้างสังคมและโลกกว้าง ยกระดับพัฒนาการไปตามกำลังแห่งปัจจัย ตลอดห้วงชีวิต

                วิธีการข้อมูลและกระบวนการเชิงปฏิบัติการนี้ นอกจากจะมีส่วนทำให้สังคมแห่งปัญญาปฏิบัติและวัฒนธรรมแห่งการอ่านศึกษาค้นคว้า การสื่อสารสร้างกำลังปัญญา ตลอดจนสังคมแห่งมรรควิถีปัญญาปฏิบัติ ปรึกษาหารือ มีกำลังความงอกงามและเพิ่มพูนมากยิ่งๆขึ้นแล้ว ก็หยั่งฐานยึดโยงใกล้ชิดกับองค์ประกอบพื้นฐานของชีวิต ทำให้สุขภาวะมูลฐานคุณภาพแห่งชีวิตและปัจจัยคนมีกำลังเป็นทวีคูณด้วยกระบวนการทางปัญญา เสริมพลังการบรรลุเป้าหมายที่พอเพียงแก่ชีวิต เป็นต้นทุนนำไปสู่ความสามารถแก้ปัญหา ยกระดับสุขภาวะเศรษฐกิจสังคมเพื่อคนส่วนใหญ่ ผสมผสานไปกับการดำเนินชีวิตและอยู่ในวงจรแห่งหน้าที่การงาน อยู่ตลอดเวลา

               ผักสด น้ำพริกพื้นถิ่น มื้ออาหารและจานข้าว นอกจากเป็นปัจจัยยังชีวิตแล้ว ก็เป็นอุปลักษณ์ให้พอเห็นเทียบเคียงจากตนเอง ต่อกระบวนการทางการศึกษา ปัญญาปฏิบัติ บูรณาการมวลประสบการณ์ต่อโลกภายนอก พ้นกรอบจำกัดหลากหลาย หยั่งสะท้อนกับภูมิชีวิตและมวลความงอกงามเชิงประสบการณ์ภายในของมนุษย์ จักรวาลสุขภาวะมูลฐานคุณภาพแห่งชีวิต จากฐานชีวิต อาหาร บ้าน ชุมชน เมือง สังคม เพื่อประมาณต่อภูมิชีวิตการเกื้อหนุนเสริมสร้างกันอย่างลึกซึ้งยิ่งใหญ่เกินจะแข่งความเป็นจริงกันได้ แต่ต่างมีความเป็นจริงให้สามารถร่วมสร้างด้วยกันตามยุคสมัย ด้วยการสร้างและสื่อสะท้อนยึดโยงเกื้อหนุนกันให้มาก ในวิถีแห่งปัญญาที่เอื้อต่อการปฏิบัติริเริ่มได้แม้ในสิ่งพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ทุกคน และพร้อมขยายกำลังได้ ด้วยวิทยาการ สื่อ เทคโนโลยี และการจัดการต่างๆ ด้วยศักยภาพในตน ที่พัฒนาการเรียนรู้และก่อเกิดความงอกงามได้ตลอดเวลา.