วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาพัฒนาระบบ ววน. ของ สอวช. มีการนำเรื่อง บทวิเคราะห์สถานภาพด้าน ววน. ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และแผงวงจรพิมพ์ ที่ดำเนินการโดยศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน. ของ สอวช. เสนอขอคำแนะนำ
ผมอ่านเอกสารประกอบการประชุมไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะไม่มีพื้นความรู้ แต่เมื่อฟังการนำเสนอข้อมูลจากทีมวิจัย และฟังข้อคิดเห็นของกรรมการท่านที่รู้เรื่องแล้ว ก็เห็นภาพของอุตสาหกรรมนี้ของไทย ว่าเราเป็นอุตสาหกรรมรับจ้างทำของ หรือจริงๆ แล้วเป็นอุตสาหกรรมของต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทยมากกว่า
อุตสาหกรรมกับกิจกรรมวิจัยและนวัตกรรมจึงไม่เชื่อมกัน ผมเดาว่าเขาใช้ฐานวิจัยและนวัตกรรมในประเทศแม่ของเขามากกว่า มีกรรมการให้ตัวเลขว่า เศรษฐกิจของไทยเป็นประมาณร้อยละ ๑ ของโลก แต่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านนี้ของไทยเป็นร้อยละ ๐.๐๑ ของโลก แถมในโลกเขามีผลงานจดสิทธิบัตรสูงกว่าผลงานตีพิมพ์เป็นสิบเท่า ตัวเลขของเรากลับกัน คือมีผลงานตีพิมพ์สูงกว่าเป็นสิบเท่า
สะท้อนความพิกลพิการของระบบอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ที่เติบโดแบบตอนกิ่ง ไม่มีรากแก้ว มีคนแนะนำให้ศึกษาการพัฒนาระบบจากไต้หวันและมาเลเซีย ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรม หนุนด้วยระบบกำลังคน และระบบวิจัยและนวัตกรรม
มีข้อมูลว่ากลุ่มบริษัทสหพัฒน์จะร่วมทุนกับบริษัทจีน ตั้งโรงงานผลิตแผงวงจรที่กบินทร์บุรี โดยมีความต้องการวิศวกรไฟฟ้า ๒ พันคน ที่จะต้องผลิตป้อนให้ภายใน ๕ ปี
มีการเล่าประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปสมัยพุทธทศวรรษ ๒๕๓๐ ที่มีเศรษฐีผู้ประกอบการไทยคิดตั้งโรงงานผลิต และวิจัยพัฒนาแผงวงจร มีการไปชวนคนไทยในสหรัฐอเมริกากลับมาทำงาน แต่ในที่สุดก็ล้มไป
มีการย้ำความก้าวหน้าที่รวดเร็วของอุตสาหกรรมนี้ ว่าในประเทศก้าวหน้าเขามุ่งผลิตแผงขนาด 2 nm (nanometer) ในขณะที่ไทยเรามีเป้าหมายที่ขนาด 150 nm
ผมฟังทั้งหมดแล้วสะท้อนคิดกับตนเองว่า หลักการสำคัญในเรื่องนี้คือ การกำหนดตำแหน่งแห่งที่ (positioning) เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในอุตสาหกรรมนี้ แล้วมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์นั้น
สิ่งที่ไม่ควรทำตือ วิ่งไล่กวดประเทศอื่น โดยไม่คิดให้รอบคอบ ไม่รู้จักตัวเอง
วิจารณ์ พานิช
๒ ก.ค. ๖๗