The New Grove Dictionary of Music & Musicians ได้กล่าวถึง Ethnomusicology
ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ คือ คำศัพท์และคำนิยามของวิชามานุษยดุริยางควิทยา ประวัติความเป็นมาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และแนวโน้มทางมานุษยดุริยางควิทยาตั้งแต่ ค.ศ.1950 ซึ่งในแต่ละหัวข้อสามารถสรุปรายละเอียดได้ ดังนี้
- คำศัพท์และคำนิยามของวิชามานุษยดิรยางควิทยา
Ethnomusicology ประกอบด้วยคำสองคำ คือ คำว่า Ethno และ Musicology ซึ่งหมายถึง วิชาที่ว่าด้วยการศึกษาดนตรีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คือการศึกษาดนตรีที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ไม่ใช่ศึกษาเพียงแค่ดนตรีแบบฉบับของตะวันตกเท่านั้น การศึกษาในด้านนี้จำเป็นต้องศึกษาในเรื่องของตัวดนตรี เครื่องดนตรี การแสดง ตลอดจนวัฒนธรรม และบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
-
ประวัติความเป็นมาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
- กลางศตวรรษที่ 18 วิชามานุษยดุริยางควิทยา ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในยุโรป
พบว่ามีเรื่องราวทางดนตรีของชาติอื่นที่ไม่ใช่ดนตรีของตะวันตก ปรากฏในพจนานุกรมของ รุซโซ และต่อมา ปี ค.ศ.1784 และ 1789 ได้มีการนำข้อมูลจากประสบการณ์ทางดนตรีมาเขียนเป็น
หนังสือ คือ ดนตรีฮินดู ของ วิลเลียม โจนส์ และความทรงจำแห่งดนตรีจีนสมัยโบราณถึงปัจจุบัน ของ โจเซฟ อมอย
- ในช่วงเจ็ดสิบปีแรกของศตวรรษที่ 19 ปี ค.ศ.1869 มีการกล่าวถึงเรื่องราวทางดนตรีในทวีปเอเชีย จีน ญี่ปุ่น อินเดียและเรื่องราวของผู้คนในแถบไซบีเรีย โดย เจ เอฟ เฟทิส และเขาได้ค้นพบว่าประวัติศาสตร์ของดนตรีก็คือประวัติของมนุษยชาติด้วยเช่นกัน
- ค.ศ.1880 ในสาขามานุษยดุริยางควิทยาจะต้องศึกษาวิชามานุษยดุริยางควิทยาเปรียบเทียบ โดยการศึกษาเปรียบเทียบดนตรีของชาติอื่น ๆ ซึ่งกุยโด แอดเล่อร์ เป็นคนแรกที่ได้เสนอแนวทางการศึกษานี้ไว้
- ค.ศ.1885 นักวิชาการได้แบ่งวิธีการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ ในส่วนของประวัติศาสตร์และการศึกษาระบบของดนตรี ในส่วนของการศึกษาระบบของดนตรีจะต้องศึกษาในด้านกฎ ทฤษฎี ความงามและการถ่ายทอดและในปีนี้เอง คาร์ล สตุมฟ์ ได้ออกศึกษาภาคสนามเป็นครั้งแรก โดยการศึกษาดนตรีของดินเดียแดง เผ่าบัลลา คูลลา และมีการวิเคราะห์ การบันทึกการใช้เครื่องหมายแทนสัญลักษณ์ทางดนตรี
- ค.ศ.1887 อเล็กซานเดอร์ เจ เอลลิส เป็นคนแรกที่ประดิษฐ์ gramophone และคิดค้นวิธีวัดระยะขั้นคู่เสียง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการศึกษาทางดนตรีเป็นอย่างมาก
- หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มีการศึกษาดนตรีของ American Indians อย่างกว้างขวาง โดยนักมานุษยวิทยาได้บันทึกเสียดนตรีจากการออกศึกษาภาคสนาม โดยศึกษาจากหลักฐานทางวัฒนธรรม มีการจัดตั้ง มีการจัดตั้ง American Museum of Natural History ในนิวยอร์ค และ
ปี ค.ศ.1890 J Walter Fewes ได้บันทึกเสียงอินเดียแดงเผ่า Passamaquoddy ในMaine และ
เผ่า Zuni ในรัฐนิวเม็กซิโก ได้มีการบันทึกข้อมูลภาคสนามโดยใช้ Ponograph ซึ่งประดิษฐ์โดย เอดิสัน
- ค.ศ.1891 Benjamin lves Gilaman ได้ถอดโน้ตเพลงของอินเดียแดงเผ่า ซูนี ในอเมริกาและได้มีการตีพิมพ์เป็นครั้งแรก หลังจากนั้นประมาณปี ค.ศ.1896 – 1897 มีนักวิจัยชาวยุโรป ที่สนใจบันทึกข้อมูลภาคสนามเช่นกัน คือ Bela Vikar ชาวฮังการี และ Evgeniya ชาวรัสเซีย
- ปี ค.ศ.1901 ในมหาวิทยาลัยมอสโค ได้ก่อตั้ง Musical - Ethnographic Commission ซึ่งเป็นจุดรวมของการบันทึกข้อมูลและการถอดโน้ตอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ มีการศึกษาดนตรีพื้นบ้านของ รัสเซีย และศึกษาจารีตประเพณีอย่างหลากหลายของ Russian Empire มีการบันทึกเอกสารที่ได้จากการศึกษาดนตรีในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกา มีการติดต่อสื่อสารระหว่างนักมานุษยดุริยางควิทยาทั่วไป เริ่มต้นในปี ค.ศ.1909 ที่เวียนนา ในกรุงลอนดอน ปี ค.ศ.1911 และกรุงปารีส ปี ค.ศ.1914
- ค.ศ.1899 – 1901 มีการจัดตั้งหอเอกสารจากการบันทึกภาคสนามเป็นครั้งแรก คือ Vienna Acadamy’s Phonogram-Archive และมีการตั้งคณะกรรมกา ชื่อ A Musical-Ethnography Commission ที่มหาวิทยาลัยมอสโค มีการศึกษาดนตรีพื้นบ้านของรัสเซีย ด้วยวิธีการบันทึก
การถอดโน้ตอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการ
- หลังปี ค.ศ.1918 เป็นต้นมา กิจกรรมในหอเอกสารแห่งแรก (Vienna Acadamy’s Phonogram-Archive) ในกรุงเวียนนา ค่อนข้างจะเสื่อมถอย แต่ในขณะเดียวกันที่กรุงเบอร์ลินกลับมีเพิ่มมากขึ้น
- ในอเมริกา Franz Boas เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และ Edward Sapir Boas ที่ Yale นักมานุษยดุริยางควิทยาส่วนใหญ่ศึกษาความแตกต่างของชาวอินเดียแดงในอเมริกาและเอสกิโม ในโปแลนด์มีการพัฒนาการบันทึกเสียงดนตรีพื้นบ้านของ Polish
ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ 2 แห่ง คือ Poznzn under Kaminski และ Warsaw under Pulikowsk สถานที่ทั้งสองแห่งนี้ ได้ถูกทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
-
แนวโน้มทางด้านมานุษยดุริยางควิทยาตั้งแต่ปี ค.ศ.1950
- ตั้งแต่ปี 1950 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 วิชาดนตรีชองกลุ่มชาติพันธุ์มีความสำคัญ
และได้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องบันทึกเสียงและการใช้กล้องถ่ายรูปแบบโพลาลอยด์ในการบันทึก ในปี ค.ศ.1970 มีการใช้ วิดีโอและmulti-channel ในการบันทึก
- การบันทึกและการวิเคราะห์ดนตรีเป็นหน้าที่ที่สำคัญของนักมานุษยดุริยางควิทยา มีความจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับประเพณีดนตรี และวัสดุที่ใช้ในการทำวิจัยทางมานุษยดุริยางควิทยา ซึ่งมีการนำเสียงที่ได้จากการบันทึกเสียงภาคสนามมาถอดเป็นโน้ตและตีพิมพ์เป็นเอกสารสำหรับเผยแพร่
- มีความสนใจด้านรูปแบบและระบบการสื่อสาร ซึ่งในการวิเคราะห์ดนตรีจากการศึกษาดนตรีในรูปแบบของระบบสัญลักษณ์ด้วยการสังเกต หลักและวิธีของโครงสร้างทางภาษาถูกนำมาประยุกต์ใช้และการสำรวจโครงสร้างดนตรี เป็นที่กระตุ้นความสนใจของนักมานุษยดุริยางควิทยา สัญลักษณ์ทางดนตรีที่กล่าวข้างต้นได้รับการตรวจสอบโดยนักวิชาการชาวเยอรมัน คือ Marius Schneider และ Werner Danckert
- นักมานุษยดุริยางควิทยาต้องศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางดนตรีและลักษณะทางวัฒนธรรม เพื่อค้นหารูปแบบดนตรีที่แน่นอน
- ทิศทางด้านประวัติศาสตร์ เป็นพื้นฐานสำหรับนักวิชาการทั้งหลายในการวิจัยดนตรี พื้นบ้าน วิวัฒนาการของดนตรีเป็นที่สนใจเป็นพิเศษสำหรับนักมานุษยดุริยางควิทยาอย่างเช่น สตุมฟ์ และฮอร์นบอสเทล
- จริยธรรมของนักวิจัย ในการศึกษาหรือเก็บข้อมูลภาคสนาม เมื่อนำมาเผยแพร่ต้องให้ข้อมูลที่บันทึกไว้อย่างตรงไปตรงมาและถูกต้องที่สุด ไม่ปกปิด และควรให้เกียรติผู้ให้ข้อมูลหรือเจ้าของวัฒนธรรมนั้น ๆ
- ข้อสรุปของการศึกษาทางด้านมานุษยดุริยางควิทยา คือ การศึกษาธรรมชาติของดนตรี ความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีและวัฒนธรรม บทบาทหน้าที่ของดนตรีและวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง
Sadie, Stanley. 1980. The New Grove Dictionary of Music and Musician. 18 Vols.
Hong Kong: Macmillan Publisher Limited.