"ถึงบ้านหนูจะเล็กและใกล้จะพังแล้ว แต่หนูก็อยู่กับพ่อแม่และน้องอย่างอบอุ่น สักวันหนูจะซ่อมบ้านหลังนี้ ให้ทุกคนได้อยู่อย่างมีความสุขมากขึ้นค่ะ”

อย่าล้อเล่นกับความรู้สึก

        รายการโทรทัศน์ช่องที่โด่งดังช่องหนึ่งของเมืองไทย ได้นำเสนอรายการแข่งขันร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ที่มีคนดูในห้องบันทึกเทปรายการอย่างล้นหลาม และมีดารานักร้อง ตลอดจนคณะกรรมการผู้ตัดสินหลายท่าน

        การบันทึกรายการแข่งขันร้องเพลงในแต่ละครั้ง เพื่อนำออกอากาศในแต่ละวัน ผู้แข่งขันจะแข่งกันเป็นคู่ โดยให้ผู้ท้าชิงขับร้องก่อน และผู้เป็นแชมป์ขับร้องทีหลัง

        หากผู้ท้าชิงล้มแชมป์ไม่ได้ ผู้ที่เป็นแชมป์ก็จะสะสมเงินรางวัลและเป็นแชมป์ต่อไปเรื่อยๆ 

        แต่ถ้าผู้ท้าชิงคนไหนเป็นผู้ชนะ โค่นแชมป์ได้ แชมป์ก็จะถูกเปลี่ยนมือทันที และผู้ชนะจะเริ่มต้นนับแชมป์เป็นสมัยที่ ๑ ต่อไป พร้อมเงินรางวัลก้อนแรกซึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว

        วันหนึ่ง...ของการประกวดร้องเพลงในรายการนี้ นักร้องสาวเสียงดีจากต่างจังหวัด วัย ๑๕ ปี ล้มแชมป์ ๑๕ สมัยลงได้ เธอไม่แสดงอาการดีใจมากนัก สีหน้าของเธอเรียบเฉย พิธีกรถามว่าหนูต้องการเป็นแชมป์ให้นานที่สุดกี่สมัย

        เธอตอบว่า..หนูไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เป็นแชมป์ หนูเลยไม่อยากคาดหวัง แต่หนูจะทำให้ดีที่สุดในการร้องเพลงทุกครั้ง เพื่อจะนำเงินที่หนูสะสมได้ไปช่วยพ่อแม่ซ่อมแซมบ้าน

        ตั้งแต่เธอเริ่มการแข่งขันร้องเพลงในวันแรกและล้มแชมป์ได้นั้น จนถึงวันที่เธอเป็นแชมป์ ๖ สมัย ทางรายการจะนำประวัติชีวิตของเธอและครอบครัว จัดทำเป็นคลิ๊ปวีดีโอประมาณ ๑ นาที นำเสนอต่อผู้ชมในช่วงแรกของรายการทุกๆวัน

        ภาพที่ผู้ชมเห็นในห้องบันทึกเทปรายการและผู้ชมทางบ้านทั่วประเทศได้เห็นก็คือ สภาพบ้านของครอบครัวเธอคนนี้ ที่เป็นบ้านฝาสังกะสีเก่าๆ ที่มีพื้นไม้ผุพัง ห้องส้วมที่ไม่มีหลังคา อยู่กันแบบอนาถาน่าสงสารยิ่งนัก

        แต่พ่อ แม่ เธอและน้องๆ ก็อยู่บ้านหลังนี้อย่างมีความสุข ทุกคนมีรอยยิ้มให้กัน เพื่อฝ่าฟันความยากจนไปให้ได้

        เมื่อเธอได้เป็นแชมป์ต่อเนื่อง ทำให้เดินทางกลับบ้านไม่ได้ ต้องพักค้างที่กรุงเทพฯกับญาติของเธอที่พาเธอมาเข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้

        วันที่เธอต้องแข่งขันร้องเพลงไทยลูกทุ่ง เพื่อรักษาแชมป์สมัยที่ ๗ เอาไว้ เมื่อผู้ท้าชิงร้องเพลงจบแล้ว พิธีกรได้หันมาถามเธอ ก่อนที่เธอจะขับร้องเพลงเพื่อรักษาแชมป์

        พิธีกรถามว่า มาหลายวันแล้ว หนูคิดถึงบ้านบ้างไหม? เธอตอบว่า คิดถึงมากเลยค่ะ

        พิธิกรยิ้มอ่อนๆก่อนจะพูดว่า บ้านผุพังแบบนั้น ก็ยังอุตส่าห์คิดถึงเนอะ แล้วหัวเราะเบาๆ

        เธอมองหน้าพิธีกรอย่างงงๆ แต่ไม่พูดอะไร ในห้องส่งเงียบกริบ คณะกรรมการมองหน้ากันไปมา ไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากใครทั้งสิ้น

        พิธีกรยิ้มเจื่อนๆ ก่อนพูดว่า..”ลุงหยอกเล่นนะ..เพื่อมิให้หนูตื่นเต้นจนเกินไป จากนั้นพิธีกรก็หันไปพูดกับผู้ชมในห้องส่งว่า..”ต้องขอโทษที่หยอกน้องแรงไปหน่อย เพราะบ้านจะเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญ ขอให้คนในบ้านมีความรักซึ่งกันและกันก็พอ...ใช่ไหมจ๊ะ...”

        นักร้องสาว...มีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนตอบว่า “ใช่ค่ะ...ถึงบ้านหนูจะเล็กและใกล้จะพังแล้ว แต่หนูก็อยู่กับพ่อแม่และน้องอย่างอบอุ่น สักวันหนูจะซ่อมบ้านหลังนี้ ให้ทุกคนได้อยู่อย่างมีความสุขมากขึ้นค่ะ”

        เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั้งห้องส่ง....

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๕  กรกฎาคม  ๒๕๖๗