นิตยสาร ไทม์ ฉบับวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ลงเรื่อง It’s time to treat sugar like cigarettes สะกิดให้ผมตระหนักว่า ชีวิตของคนเรา อยู่ในเงื้อมมือของอิทธิพลที่เราไม่ตระหนักมากกว่าที่คิด และในประเทศทุนนิยม ผลประโยชน์ของทุน ดูจะมีน้ำหนักมากกว่าผลประโยชน์ของมนุษย์
รัฐปกป้องประชาชน เหนือผลประโยชน์ของธุรกิจหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องมีกลไกตรวจสอบ ซึ่งในกรณีนี้คือธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม กับอุตสาหกรรมน้ำตาล
องค์การอาหารและยาของสหรัฐ แนะนำให้คนอเมริกันกินน้ำตาลเพียงวันละไม่เกิน ๕๐ กรัม แต่ปัจจุบันคนอเมริกันกินน้ำตาลเฉลี่ยวันละ ๑๕๐ กรัม ก่อผลร้ายต่อสุขภาพมาก คนอเมริกันร้อยละ ๔๙ เป็นเบาหวานหรือใกล้เป็น (pre-diabetic) โดยที่น้ำตาลที่กิน ส่วนใหญ่อยู่ในอาหารและเครื่องดื่ม เขาจึงเรียกร้องให้ออกกฎหมายติดฉลากอาหารและเครื่องดื่มว่ามีน้ำตาลผสมอยู่เท่าไร โดยมีหลายประเทศดำเนินการไปก่อนแล้ว และส่งผลให้คนบริโภคน้ำตาลลดลงมาก
ไปสวิตเซอร์แลนด์หนนี้ ผมรู้สึกว่าอากาศของเขาช่างบริสุทธิ์เสียจริงๆ เทียบกับอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นในประเทศไทยแล้ว ก็เป็นสุขภาพในมือที่มองไม่เห็นของคนไทยอีกอย่างหนึ่ง
นั่นเป็นเรื่องสุขภาพกาย ยังมีเรื่องสุขภาพจิต ที่คนเราอยู่ใต้สภาพแวดล้อมทางสังคม ส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยไม่รู้ตัว
วิจารณ์ พานิช
๒๔ พ.ค. ๖๗
ห้อง ๔๒๘ โรงแรมรอยัลพลาซ่า มงเทรอซ์ สวิตเซอร์แลนด์
In my opinion, good societies move towards health and wellbeing of all people, but opportunistic societies move towards wealth and privilege of a few.
There are, however, opportunists in all societies.