ผมคงจดจำบุคคลที่ชื่อ.บุญชู..ผู้นี้ไปจนวันตาย เขาไม่ใช่คนในครอบครัว ไม่ใช่ญาติพี่น้อง และไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาแต่อย่างใด แต่แบ่งปันน้ำใจมาให้ผมอย่างสม่ำเสมอ...

เขาชื่อ..บุญชู

          ชีวิตเราไม่เคยมีอะไรง่าย หากวันใดที่คุณรู้สึกว่าชีวิตมันง่าย รับประกันได้ว่าต้องมีคนช่วยแบกส่วนที่ยากของคุณไว้ พึงรู้สำนึกบุญคุณ...

          ขอบคุณคนที่ให้ความช่วยเหลือ คนที่คอยค้ำจุน คนที่คอยชี้แนะ คนที่คอยปกป้อง และคนที่คอยให้ความรักแก่คุณ...

          สำหรับชีวิตผมแล้ว คนคนนั้น เขาชื่อ..บุญชู

          เขาไม่ใช่คนในครอบครัว ไม่ใช่ญาติพี่น้อง และไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาแต่อย่างใด แต่แบ่งปันน้ำใจมาให้ผมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผมบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก..ให้อยู่รอด

          หลายคนแปลกใจและพูดถึง ทำไม?ผมต้องอดทนมากมายนัก อยู่มาได้อย่างไรถึง ๑๗ ปี ๒ เดือน ก่อนหน้านั้นมีโรงเรียนใหญ่ๆใกล้บ้านให้เลือก ทำไมไม่รีบตัดสินใจ..จะบ้าหรือเปล่า?

          บนอุปสรรคและความขาดแคลนนานัปการในช่วงนั้น ครูก็น้อย เด็กก็น้อย  อาคารเรียนก็ไม่พอ ใช่เลย..ผมน่าจะท้อไปนานแล้ว แล้วทำไมผมถึงหัวเราะและมีรอยยิ้ม ตลอดจนขยันขันแข็งได้ถึงเพียงนี้เล่า

          จริงๆก็ไม่ใช่ความลับหรอกนะ แต่ก็มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ ผมมักจะบอกแค่ครู ผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษาเท่านั้น เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม

          ผมจึงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ชีวิตการเป็นผู้บริหารของผม รอดมาได้จนเกษียณอย่างภาคภูมิ เพราะคนชื่อ..บุญชู..โดยแท้ จะเป็นใครอื่นไม่ได้เลย คงต้องเปิดประตูสู่ข้อเท็จจริงกันแล้วล่ะ

          เริ่มจากวันนั้น ของปี ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๔๕ น. ผมขับรถออกจากโรงเรียนเกือบจะถึงตลาดสดเลาขวัญ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมรีบรับทันที

          “สวัสดีค่ะ โรงเรียนบ้านหนองผือใช่ไหมคะ”   “ใช่ครับ”

          “คุณบุญชูให้ดิฉันโทรมาพูดคุยกับครูธณัญชัย เกี่ยวกับการบริจาคเงินที่จะสร้างห้องสมุดค่ะ”     “ที่โรงเรียนไม่มีครูชื่อนี้ครับ สงสัยจะเป็นโรงเรียนหนองผือด่านช้างกระมังครับ”

          “อ๋อใช่ค่ะ ขอโทษนะคะ โทรผิดค่ะ”  “เดี๋ยวครับ ผมอยู่หนองผือเลาขวัญยังไม่มีห้องสมุดเลยครับ”   “หราคะ เดี๋ยวดิฉันจะบอกบอสให้ค่ะ” แล้วเธอก็จบการสนทนา ผมก็แวะตลาดเพื่อซื้อกับข้าว

          ยังไม่ทันจะลงจากรถ เสียงโทรศัพท์จากเบอร์เดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง ผมรู้สึกดีใจเล็กน้อย ต่อเมื่อเธอพูดจบเท่านั้น ผมก็ไปไม่เป็นเลย ตื่นเต้นจนตัวชา ออกอาการลิงโลดจนเนื้อเต้น

          “ครูคะ คุณบุญชูขอบริจาคเงินสร้างห้องสมุดให้โรงเรียน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ขอเลขบัญชีด้วยค่ะ” “ครับ ขอบคุณครับ บัญชีธนาคารอยู่โรงเรียนครับ เดี๋ยวผมจะโทรบอกครับ”

          บางคนอาจจะให้เลขบัญชีส่วนตัวเพื่อความสะดวกและฉับไว แต่ผมไม่เคยทำ รีบขับรถกลับโรงเรียนเพื่อมาดูเลขบัญชี ธกส.ที่ชื่อ “เงินรายได้สถานศึกษา...”ที่อยู่ภายใต้การกำกับของเขตพื้นที่ฯ

          วันรุ่งขึ้นให้ครูการเงินออกใบเสร็จรับเงินส่งให้คุณบุญชู โดยที่ไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้าตาแต่อย่างใด จากนั้นก็ลงมือสร้างห้องสมุด ได้เงินสมทบจากเพื่อนมัธยมปากเกร็ดและผ้าป่าจากผู้ปกครอง

          รวมเงินได้ ๒๕๐,๐๐๐ บาท จึงสร้างห้องสมุดแล้วเสร็จในปี ๒๕๕๘ ทันเปิดเทอมพอดี

          คุณบุญชูเดินทางมาดูห้องสมุด ทำให้ผมได้รู้จักตัวจริงของเขาเป็นครั้งแรก เป็นนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ขาวสูง นุ่งกางเกงยีน ใส่รองเท้าฟองน้ำ ขับรถตู้ยี่ห้อเบนซ์ มาในวันเสาร์ซึ่งผมกำลังตัดแต่งต้นเฟื่องฟ้า คุณบุญชูบอกล่วงหน้าแค่ ๒ ชั่วโมง ผมเตรียมอะไรไม่ทัน นอกจากน้ำเปล่าเพียงแก้วเดียว 

          เหมือนฟ้ามีตา เทวดามาโปรด ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ คุณบุญชูเป็นกันเองมาก เดินชมห้องสมุด แปลงเกษตรและแปลงนา บ่อปลาและเล้าไก่ แบบงงๆเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน

          “ลูกผมสองคน เรียนที่โรงเรียนนานาชาติ ไม่มีแบบนี้เลย ผมอยากให้ลูกผมมาเห็น วันหลังต้องขออนุญาติอาจารย์ชยันต์พาครอบครัวมาเที่ยวนะครับ” คุญบุญชูพูด 

          ผมไม่ได้คิดอะไรให้ไกลเกิน แบบว่าเขาชื่นชมโรงเรียนแล้วเขาจะต้องกลับมาอีก ผมจึงขออนุญาตขึ้นรถตู้คันหรูที่เป็นสำนักงานเคลื่อนที่ของเขา ซึ่งผมเคยเห็นแต่ในหนัง นั่งแล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

          ขณะที่อยู่บนรถเบนซ์ คุณบุญชูอนุญาตให้ผมซุกซนได้ ผมจึงกดปุ่มโน้นปุ่มนี้ ปรากฏว่าทีวีและจอคอมพิวเตอร์เลื่อนออกมาจากทุกทิศทุกทาง โอ...พระเจ้า..นักธุรกิจเขาทำงานกันแบบนี้เอง

          ก่อนกลับ..คุณบุญชูถามว่าอยากให้ช่วยอะไรบ้าง ผมบอกว่าครูไม่ครบชั้น ต้องการจ้างครูอัตราจ้างชั่วคราวรายเดือน มาสอนที่ชั้นอนุบาล คุณบุญชูจึงเซ็นเช็คให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทในทันที

          จึงนับเป็นเช็คใบแรกที่เขาให้โรงเรียน และให้มาตลอดทุกปีจนถึงปี ๒๕๖๖ บางปีก็มีแสนห้าถึงสองแสนบาทด้วยซ้ำ ทำให้โรงเรียนไม่ฝืดเคืองและผมก็ไม่ต้องฝืดคอ ไม่ต้องรบกวนผู้ปกครองในชุมชน

          แล้ววันที่ผมประทับใจก็มาถึง..ในปีต่อมา เขาพาครอบครัวพร้อมคุณแม่ มาเยี่ยมเยือนโรงเรียน คุณแม่ของเขาอายุมากแล้วแต่แข็งแรงและงดงามเหลือเกิน ผมเพิ่งมารู้เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมานี้เองว่า...

          คุณแม่เป็นน้องสาวแท้ๆของเจ้าสัวใหญ่ของเมืองไทย มิน่าเล่า..ท่านขอเข้าห้องน้ำครู แล้วกลับออกมาบอกว่า “ห้องน้ำสะอาดดีนะ แต่ช่วยปรับให้กว้างขึ้นและปรับปรุงสุขภัณฑ์เสียใหม่ ให้เหมาะสำหรับคนแก่อย่างฉันหน่อยเถอะ...” แล้วท่านก็ยื่นเงินสดให้เดี๋ยวนั้น ๕๐,๐๐๐ บาท

          วันนั้น..ผมจำได้ดี ครอบครัวคุณบุญชูดูจะมีความสุขมาก ลูกๆในวัยประถมฯ ช่วยกันให้อาหารไก่ หามุมถ่ายรูปกับพ่อ เดินเข้าห้องโน้นห้องนี้ สนุกสนานและขำขันกับห้องเรียนและรูปลักษณ์โต๊ะเก้าอี้ของนักเรียน

         ส่วนภรรยาและน้องสาวของเขา บริจาคเงินสดให้โรงเรียนซื้อพัดลมไอน้ำขนาดใหญ่วงเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท และใช้มาจนถึงทุกวันนี้

          ก่อนกลับ..ทุกคนได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน พร้อมมอบเช็คเพิ่มเติมให้อีก ๑๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำเงินเข้าสู่บัญชีโรงเรียน สำหรับจัดจ้างครูพิเศษอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา

          ระหว่างทางที่ผมบริหารจัดการ เขาคอยให้กำลังใจผมเสมอ ขาดอะไรให้บอก ขอเพียงอย่าทิ้งโรงเรียนนี้และอย่าทิ้งศาสตร์พระราชา ขอให้ทำตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

          ครุภัณฑ์และอาคารสถานที่อันเป็นที่ระลึกนึกถึงกันได้ ที่เขามอบให้โรงเรียนคือคอมพิวเตอร์ทุกห้อง และอาคารในส่วนต่อเติมอเนกประสงค์จากอาคารเรียนหลังเก่า เพื่อบรรเทาความขาดแคลนห้องเรียนในตอนนั้น

          ๑๕ ตุลาคม  ๒๕๖๖ ผมเกษียณอายุราชการแล้ว เราพบกันที่โรงเรียนเป็นครั้งสุดท้าย วันนั้นเขามอบเช็คให้โรงเรียนอีกครั้งเป็นเงิน ๑๕๐.๐๐๐ บาท แล้วเขาให้ผมช่วยหาเด็กนักเรียนที่ตั้งใจเรียน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

          มีเงื่อนไขอยู่นิดเดียว ต้องได้เกรดเฉลี่ย ๓.๔ ขึ้นไป มีใจกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ และที่สำคัญต้องมีแรงบันดาลใจ ว่าจะเรียนไปทำไม? เมื่อจบแล้วจะทำอาชีพอะไร? ต้องมีหมุดหมายที่แน่นอนในชีวิต..

          นับเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ที่ผมต้องทำให้สำเร็จ ซึ่งไม่ง่ายเลย แต่ผมก็ทำได้แม้จะเกษียณแล้วก็ตาม ผมส่งชื่อศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่า ตลอดจนให้เพื่อนๆช่วยหาเพิ่มอีก รวมแล้วทั้งหมด ๕ คน

          เรียนอยู่ชั้น ป.๖ ถึง ม.๕ เขาบอกว่าจะส่งเด็กเหล่านี้เรียนจนจบถึงปริญญาตรี เด็กกลุ่มนี้ก็เรียนดีเหลือเกิน เกรดเฉลี่ย ๓.๘ - ๔.๐ กันเลยทีเดียว เด็กบางคนเก่งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น สุดยอดมากๆ

          เขาให้ทุนการศึกษาเด็กปีละ ๒ ครั้ง ให้มาแล้ว ๒ เทอม ในเทอมล่าสุด(๑ / ๒๕๖๗)นี้เขาหมดเงินไป ๑๐๐,๐๐๐ บาทพอดิบพอดี ทุนการศึกษาไม่ได้ผ่านผม เขามีผู้ประสานงานการเงิน ส่งเงินถึงมือเด็กโดยตรงเลย

          ผมอยู่บ้าน ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญ คอยลุ้นเด็กทั้ง ๕ คนให้ตั้งใจเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพราะเด็กสมัยนี้ควบคุมยากจริงๆ สังคมรอบข้างอาจทำให้ตกม้าตายได้ จะทำให้เสียหายมาถึงผมด้วย

          คุณบุญชูซาบซึ้งที่ผมมีใจ หาเด็กให้เขาได้ทำบุญต่อยอดเพื่ออนาคตของเด็ก จึงอยากช่วยเหลือผมต่อไป ผมไม่ได้นึกถึงโรงเรียนที่ผมจากมาแม้แต่น้อย เพราะผู้บริหารเขาไม่เคยขอรับความช่วยเหลือใดๆจากผม ซึ่งผมก็เป็นผู้ใหญ่พอ ที่ไม่อยากจะเข้าไปถามไถ่หรือก้าวก่ายงานใดๆทั้งสิ้น ต่างคนต่างอยู่

          ผมบอกลูกชาย ๒ คนที่เป็นครู ที่ชอบมาขอความช่วยเหลือจากผมอยู่เนืองๆทั้งที่ผมเงินเดือนเหลือน้อยแล้ว ผมจึงให้ลูกเขียนจดหมายถึงคุณบุญชู บอกความประสงค์ไปตรงๆ และบอกด้วยว่าเป็นลูกชายของพ่อ

          วันนี้..คุณบุญชู..ลงนามให้บริษัทอนุมัติเงินให้โรงเรียนของลูกชายคนเล็ก ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปพัฒงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมอบเงินให้โรงเรียนลูกชายคนโต ๑๗๐,๐๐๐ บาท สำหรับจัดจ้างครูพิเศษรายเดือนและปรับภูมิทัศน์อาคารเรียนให้สวยงาม

          ผมคงจดจำบุคคลที่ชื่อ.บุญชู..ผู้นี้ไปจนวันตาย เขาไม่ใช่คนในครอบครัว ไม่ใช่ญาติพี่น้อง และไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาแต่อย่างใด แต่แบ่งปันน้ำใจมาให้ผมอย่างสม่ำเสมอ...

          และเขาผู้นี้แหละ ที่ต้องจารึกไว้ เขามีส่วนทำให้โรงเรียนขนาดเล็กที่เคยถูกมองข้าม ไม่ต้องถูกยุบควบรวม ช่วยให้จำนวนครูและเด็กมากขึ้น ตลอดจนทำให้โรงเรียนยังคงมีผู้บริหารสถานศึกษามาจนถึงทุกวันนี้

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๒  กรกฎาคม  ๒๕๖๗