๓๐๗. ป่าดงพงพี


  “ป่าดงพงพีของไทยเรานี้อุดมครัน  แต่ป่าทับลาน ต้องมาช่วยกันอย่างขันแข็ง หมู่มารจ้องผลาญสิ้นสูญพอกพูนโลภโมโทสัน ตื่นเถอะเรา จงเข้าร่วมการป้องกัน ทับลานคุณค่าอนันต์ จะได้อยู่ทันชั่วลูกชั่วหลาน”

ป่าดงพงพี

          ครูสมัยก่อนช่างเก่งเสียเหลือเกิน สรรหาบทเพลงอนุรักษ์พงไพร ผ่านบทเรียนให้ลูกหลานไทยได้ร้องรำทำเพลงเป็นที่สนุกสนานและสุนทรีย์ มีใจตระหนักที่จะรักผืนป่าให้คงอยู่คู่บ้านคู่เมือง อย่างเช่นเพลงนี้....

          “ป่าดงพงพีของไทยเรานี้มีเกินพอ  อย่ามัวรีรอขอเชิญช่วยกัน ขมันขมี  ถิ่นไทยนี้แดนสุขสันต์ หลากพันธุ์ไม้งามหลากสี  ตื่นเถิดเรายามเช้ามุ่งงานทันที  จอบและเสียมของเราก็มีสินทรัพย์ทวีด้วย กสิกรรม”     

          บทเพลงดังกล่าวยังคงอยู่ในบทเรียน สำหรับร้องและรำในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สักวันอาจจะได้เป็นถึงตำนานเพลงก็ว่าได้ เพราะหาฟังยากขึ้นทุกวัน ทั้งที่ท่วงทำนองเพลงก็เป็นแบบไทยๆ

          ใช้จังหวะรำวงเป็นมาตรฐานหลักของทำนอง ย้อนไปหลายปีมีบทเพลงนี้ในกิจกรรมค่ายลูกเสือ ปัจจุบันผมไม่แน่ใจว่าครูผู้กำกับฯจะคิดถึงเพลงนี้กันบ้างหรือเปล่า ถ้ายังมีอยู่ก็ขอให้ร้องกันต่อไปเถิด

          เราลองมาอ่านเนื้อร้องของเพลงนี้อีกสักครั้ง จะพบว่าเป็นจริงตามนั้น ความสุขสงบของบ้านเมืองเราส่วนหนึ่งเกิดจากป่าไม้ที่หลงเหลืออยู่ ตามข้อมูลสถิติเขาบอกว่าเหลือมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียง

          ก็อาจจะจริง เพราะในช่วงหลังๆมานี้ คนไทยส่วนหนึ่งเห็นคุณค่าของป่าไม้จึงช่วยกันเป็นหูเป็นตา การลักลอบทำลายเป็นไปได้ยากขึ้น ไม้พม่า ไม้ลาว และไม้เขมร จึงถูกนำเข้ามาในธุรกิจค้าไม้เป็นจำนวนมาก

          ผลที่สุด นักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามฝั่งไป ก็พบภูเขาหัวโล้น ผืนป่าเสียหายอย่างมหาศาล การสัมปทานของประเทศกลุ่มทุนเข้ามาย่ำยีอย่างหนัก จึงเฝ้าภาวนาว่าประเทศไทยอย่าได้เป็นเช่นนั้นเลย

          จากภาพข่าวที่ต่อเนื่องเรื่อยมา จะพบว่าประเทศเพื่อนบ้านเกิดอุทกภัยบ่อยมาก ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ท่วมปีละหลายครั้ง อาจมองว่าโครงสร้างผังเมืองเขาไม่สู้ดี แต่อย่าลืมว่าผืนป่าที่หายไปก็มีส่วนให้ภัยธรรมชาติรุนแรงยิ่งขึ้น

          เมื่อมองไปไกลถึงประเทศแถบทวีปอเมริกาและยุโรป ประสบภัยไม่เว้นแต่ละวัน บ้างก็ว่าภาวะโลกร้อน ก็จริงอยู่ แต่อย่าลืมว่าบางประเทศที่เจริญรุดหน้า ก็มักจะเบียดเบียนป่าเพื่อมาทำที่อยู่อาศัย

          จึงน่าเป็นห่วงภาวะการณ์ของโลก ไม่ว่าจะบ้านเขาบ้านเรา เมื่อประชากรมากขึ้น จะหน้ามืดตามัวอยู่เสมอ เห็นป่าไม้ไร้คุณค่า หารู้ไหมว่าสัตว์ป่าเขาก็มีหัวใจเหมือนกัน

          กลับมาที่ “ทับลาน”หากคลื่นมหาชนคนไทยไม่ช่วยกันยับยั้ง ผืนป่าจะพังอีกหลายล้านไร่ เพราะคนพวกนี้ได้คืบจะเอาศอก ปอกลอกทรัพย์สินแผ่นดินไทยจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว

          พวกเขาไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่หวั่นเกรงศรัทธาคนไทยที่มีต่อนักการเมือง ซึ่งนับวันจะน้อยลง แต่เขาหยิ่งและทะนงตัว เพราะคิดว่าสักวัน..เมื่อเขาซื้อเสียงโดยการจ่ายค่าหัว เขาก็จะกลับมาได้เหมือนเดิม แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ตอนนี้ก็คงต้องขออนุญาตร้องเพลงป่าดงพงพีกันใหม่ให้ดังๆ พร้อมกันทั่วประเทศ....

          “ป่าดงพงพีของไทยเรานี้อุดมครัน  แต่ป่าทับลาน ต้องมาช่วยกันอย่างขันแข็ง หมู่มารจ้องผลาญสิ้นสูญพอกพูนโลภโมโทสัน ตื่นเถอะเรา จงเข้าร่วมการป้องกัน ทับลานคุณค่าอนันต์ จะได้อยู่ทันชั่วลูกชั่วหลาน”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๐  กรกฎาคม  ๒๕๖๗          

หมายเหตุ  ผมขอฝากต้นฉบับบทเพลงที่แต่งไว้เมื่อ ๒๐ ปี ที่ผมมองว่ายังตรงยุคตรงสมัยกับนักการเมืองบางคนที่ชอบทำอะไรห่ามๆระยำใจ เมื่อเราทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ก็จงร้องเตือนพวกเขาบ้าง เผื่อว่าสักวันพวกเขาอาจจะได้คิด ไม่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ไม่เห็นผิดเป็นชอบ ลอบทำลายป่าไม้อยู่ร่ำไป

 

 

          

 

หมายเลขบันทึก: 718746เขียนเมื่อ 10 กรกฎาคม 2024 09:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 กรกฎาคม 2024 09:52 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่าน


ความเห็น (2)

เห็นด้วยค่ะ ควรยกเลิกความคิดการปฏิรูปพท.

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท